เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1249 ท าไมถึงปล่อยพวกมันไป
เฉียวเฉี่ยวมองสายตาอันแน่วแน่ของฉู่ลั่ว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยน
จากความสงสัยเป็นเชื่อมั่น “ถ้าอย่างนั้นหนูจะพาหลิงหลิงออกไป
นอกหมู่บ้านด้วยกันค่ะ”
“พวกคุณจะช่วยตามหาหลิงหลิงให้หนูใช่ไหมคะ?”
“อืม”
เฉียวเฉี่ยวยิ้มร่า ก่อนจะโบกไม้โบกมือส่งให้พวกเขา จากนั้นจึง
มุดออกไปทางรูเล็กที่เหมือนทางเข้าออกของสุนัข
เด็กน้อยเพิ่งมุดออกไป ด้านนอกก็มีเสียงดุด่าดังขึ้น เห็นชัดว่า
เป็นพ่อแม่ของเฉียวเฉียวมาตามหาเธอแล้ว และเร่งเธอไปอาบน้าให้
น้องชาย
ไจ๋โหรวได้ยินเสียงด่าจากข้างนอก ก็เม้มริมฝีปากแน่น “เฉียว
เฉี่ยวน่ารักและฉลาดขนาดนี้! เพื่อช่วยน้องสาวของตัวเอง เธอยังรู้
ด้วยว่าต้องแอบหนีมาหาพวกเรา…”
“เป็นพ่อแม่แท้ ๆ ภาษาอะไร ความคิดยังเทียบกับลูกสาวตัวเอง
ไม่ได้ด้วยซ้า แถมยังเชื่อเรื่องเอาลูกสาวไปเปลี่ยนเป็นลูกชายนั่นอีก
โง่เกินเยียวยา!”
ซู่เซี่ยงหยางก็หัวเราะเสียงเย็น “พวกเขาไม่ได้โง่หรอก แต่พวก
เขาโหดร้ายต่างหาก”
ไจ๋โหรว “…”
ซู่เซี่ยงหยางไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไป
“หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แต่กลับมีความลับซ่อนไว้เยอะแยะไปหมด
ทั้งตั้งครรภ์ผี ทั้งเปลี่ยนลูกสาวเป็นลูกชาย…”
เขามองฉู่ลั่ว “เป็นไปได้ไหมว่าทั้งสองเรื่องนี้ สามารถเกิดขึ้นได้
ในลัทธิเต๋า?”
ฉู่ลั่วครุ่นคิด “ทั้งพุทธและเต๋า สามารถเปลี่ยนชายเป็นหญิง
เปลี่ยนหญิงเป็นชายได้จริง แต่ต้องเป็นตัวผู้บำเพ็ญเองเท่านั้นถึงจะ
เปลี่ยนได้ คนธรรมดาไม่ใช่ว่าอยากเปลี่ยนเป็นชายหรือเปลี่ยนเป็น
หญิงก็ทำได้ตามใจชอบ และไม่สามารถเปลี่ยนร่างกายเป็นชายหรือ
หญิงได้ด้วย”
“ส่วนการตั้งครรภ์ผี ทั้งพุทธและเต๋าต่างมีวิธีอธิบายของตนเอง
แต่ไม่ใช่แบบที่คนตระกูลกงบอกอย่างแน่นอน หากไม่มีอสุจิของพ่อ
กับเลือดของแม่ก็กลายเป็นรูปร่างของคนขึ้นมาไม่ได้…”
เสียงของเธอเบาลงเรื่อย ๆ พลางขมวดคิ้ว
ซู่เซี่ยงหยางฟังมาถึงตอนนี้ก็เหมือนจะนึกอะไรออก สีหน้าของ
เขาย่าแย่ลงอย่างมาก กัดฟันกรอดพลางเอ่ย “หมู่บ้านหลิวสุ่ยก็ไม่ได้
อยู่ไกลจากเมืองใหญ่สักเท่าไหร่ และมีคนเข้าไปเรียนใน
มหาวิทยาลัยไม่น้อย…ทำไมถึงทำเรื่องชั่วไม่กลัวกฎหมายหรือกฏ
แห่งกรรมได้ขนาดนี้”
“ถ้าการทำให้ลูกสาวกลายเป็นลูกชายไม่มีอยู่จริง ตั้งครรภ์ผีไม่มี
อยู่จริง และคนตระกูลกลงไม่ได้พูดความจริง…”
ตอนนี้ผีสาวกับผีทารกก็หายไปแล้ว พวกเขาจะเอาแต่รอให้
วิญญาณร้ายทั้งสองตนปรากฏตัวออกมาเองก็ไม่ได้
“ทางที่ดีต้องล่อพวกมันออกมา แล้วกำจัดความขุ่นเคืองบนตัว
พวกมันไป”
จี้ไจ่ถาม “จะล่อพวกมันออกมายังไงครับ? พวกมันรู้ว่าพวกเรา
อยู่ที่นี่ แล้วจะยอมออกมาปรากฏตัวเหรอ? วิญญาณร้ายที่ยึดติดมาก
ขนาดนั้น ต่อให้พวกเราทำลายค่ายกลหยินได้ และให้ชาวบ้านย้าย
ออกไป วิญญาณร้ายก็จะตามหลอกหลอนพวกเขา จนกว่าพวกเขา
จะถูกฆ่าตายทั้งหมดตามความปรารถนาของมัน”
เขามองฉู่ลั่ว “เจ้านิกายจงใจปล่อยพวกมันไปหรือเปล่า? ด้วย
ความสามารถของเจ้านิกาย สามารถกำจัดพวกมันได้อย่างง่ายดาย
แท้ ๆ แล้วทำไมถึงปล่อยพวกมันไปล่ะครับ?”
ซู่เซี่ยงหยางกับเจ้าหน้าที่คนอื่นต่างมองไปทางฉู่ลั่วโดยพร้อม
กัน
“การที่ไม่กำจัดผีสาวไปตอนนั้นเลย เพราะอยากถามถึงความอ
ยุติธรรมที่เธอได้รับ”
“และการที่ไม่กำจัดผีทารก เพราะถึงแม้จะมีไอแค้นรุนแรง แต่มัน
กลับไม่มีหนี้เลือด”
จี้ไจ่เม้มปาก “แต่เจ้านิกายเคยคิดหรือเปล่าว่าถ้าคุณปล่อยพวก
มันไป พวกมันก็จะฆ่าคนอีกครั้ง ครั้งหน้าไม่รู้ว่าคนที่ต้องตายจะเป็น
ใครอีก?”
“ผู้กองซู่ คุณก็เห็นด้วยกับวิธีการของเจ้านิกายเหรอครับ?”
ซู่เซี่ยงหยางตอบ “ผมเชื่อว่าเจ้านิกายตัดสินใจทำแบบนี้ย่อม
ต้องมีเหตุผล และเธอต้องมีหนทางแก้ไขแน่นอนครับ”
ไจ๋โหรวออกความเห็นเช่นกัน “ฉันเองก็เชื่อเจ้านิกายค่ะ”
จี้ไจ่มองไปยังเจ้าหน้าที่คนอื่น แต่ก็เห็นเจ้าหน้าที่คนอื่นไม่พูด
อะไร รวมถึงเหล่านักพรตด้วย
เขายิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “พวกเราในฐานะนักพรตเต๋า ต้อง
กำจัดปีศาจปกป้องเต๋า แต่ก่อนหน้านี้ปีศาจพวกนั้นไม่มีหนี้เลือด เจ้า
นิกายจะปกป้องพวกเขา ผมก็คงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”
“แต่ผีสาวในครั้งนี้ต่างออกไป เธอฆ่าคนไปแล้วและไอแค้นยัง
รุนแรงมาก ความอาฆาตก็ฝังลึก…เจ้านิกายยังจะปล่อยมันไปได้อีก
เหรอครับ?”
“ผมไม่เข้าใจว่าเจ้านิกายมีเหตุผลอะไร?”