เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1295 ยึดในจุดนี้
ผีร้ายฉู่หร่านไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่จ้องมองฉู่ลั่วอย่างตกใจ
ฉู่ลั่วยกดาบขึ้นมาแล้วเดินออกไปด้านนอก
คราวนี้ฉู่หร่านไม่ได้ขวางเธอแล้ว
ทั้งยังโจมตีพวกผีร้ายที่คิดจะเข้ามาขวางฉู่ลั่วเอาไว้ด้วย
จนกระทั่งฉู่ลั่วก้าวเดินไปถึงขอบเขตของค่ายกล
ฉู่หร่านอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากเธอไปหนึ่งก้าว และรอบตัวก็มือ
วิญญาณหยินป้วนเปี้ยนอยู่อย่างมาดร้าย แต่ดวงเนตรค่ายกลอย่าง
ฉู่หร่านกลับไม่กล้าเข้าใกล้เธอ
ฉู่ลั่วยืนอยู่ตรงขอบของค่ายกลดับวิญญาณ เธอยกมือขึ้นพร้อม
ท่องคาถาไปด้วย
จากนั้นยันต์นับสิบแผ่นก็แปะลงตรงขอบค่ายกลพร้อมกับอักขระ
ที่คืบคลานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน ภายในค่ายกลสีแดงนั้นก็ปรากฏรูเล็ก ๆ ออกมา
ฉู่ลั่วจึงก้าวเดินออกไป
พวกผีด้านหลังต่างร้องคำรามออกมาทันที
เธอค่อย ๆ หันกลับไปมองทางฉู่หร่านที่คอยกันผีเหล่านั้นไว้
ราวกับในชั่วพริบตานั้น เธอได้เห็นฉู่หร่านที่ได้พบในวันแรก
ลูกสาวที่อยู่เหนือทุกคน ถูกเอาอกเอาใจจนเย่อหยิ่ง
เธอเอียงคอมองมาด้วยสายตาจองหอง
แต่เพียงพริบตามันก็เหมือนกับกลายเป็นภาพลวงตาไป
ฉู่ลั่วเดินออกจากค่ายกลดับวิญญาณ
ภายในค่ายกลดับวิญญาณนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่อีก
ค่ายกลจึงเลื่อนขึ้น
แล้ววิญญาณทั้งหมดในค่ายกลก็หายวับไป
ฉู่ลั่วยืนห่างจากตรงนั้นไม่กี่ก้าว มองพลังหยินสีแดงพุ่งขึ้นไปบน
ท้องฟ้าโดยไม่พูดอะไร
ระบบเองก็เงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า [สมกับเป็น
โฮสต์ เดินออกมาจากค่ายกลดับวิญญาณได้ก็ยัง…เป็นฉู่หร่านที่
ออกหน้าให้]
ฉู่ลั่ว “เธอไม่ได้ช่วยฉัน และเธอก็ไม่มีวันช่วยฉันด้วย”
เธอก้มหน้าลงมองก้อนครรภ์สีขาวในมือแล้วพูดขึ้นอย่างเยาะ
เย้ย “เส้นบุพเพและลูก ๆ คือเส้นทางที่สวรรค์ทิ้งไว้ให้ฉู่หร่าน ถ้า
ไม่ใช่เพราะหุบเหวเทพมรณะ”
ระบบเอ่ยด้วยเสียงสั่นเทา [โฮสต์ โฮสต์จะต่อสู้กับหุบเหวเทพ
มรณะเหรอ?]
ฉู่ลั่วไม่ได้มองไปยังอาศรมติ้งเทียนที่กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
แล้วเดินไปข้างต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก เพื่อพิงพักเหนื่อยรอคนอื่น
ๆ
ฉู่ลั่วบอก “นายอยากให้ฉันสู้หรือเปล่าล่ะ?”
ระบบยิ้มแห้ง ๆ
ฉู่ลั่วจึงหัวเราะเยาะตัวเอง “ฉันมีทางเลือกเหรอ? จะอยู่หรือตาย
มันก็ไม่ขึ้นอยู่กับฉัน เส้นบุพเพก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ฉันด้วย…เหอะ!”
เธอก้มหน้ามองบุปผาแห่งความตายที่อยู่บนแขนของตัวเองด้วย
สีหน้าเย็นยา
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง ซู่เซี่ยงหยางก็พาสมาชิกในองค์กรมา
กระทั่งหลังจากตรวจสอบทั้งด้านในด้านนอกของอาศรมติ้งเทียนครบ
แล้ว สีหน้าของเขาถึงได้เคร่งขรึมขึ้นมา
“ไม่มี! ไม่มีอะไรเลยครับ ไม่มีวิญญาณหยินแม้แต่นิดเดียว”
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้นมา “ภายในค่ายกลดับวิญญาณ แน่นอนว่าไม่มีอะไร
อยู่แล้วค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซู่เซี่ยงหยางก็ถอนหายใจแล้วขยี้ผมตัวเองอย่าง
หงุดหงิด พลางกดเสียงต่าเอ่ยว่า “คุณแน่ใจเหรอครับว่าเป็นจิ่งอันฉิง
กับปี้ฮั่นอิน?”
ฉู่ลั่วเหลือบมองเขา
“ผมไม่ได้สงสัยคุณนะครับ” ซู่เซี่ยงหยางรีบบอก “ผมแค่คิดไม่
ถึงว่าปี้ฮั่นอินจะมีความสามารถนี้ ก่อนหน้านี้จี้ไจ่ก็บอกว่าคุณกับเขา
ล้วนสงสัยในตัวปี้ฮั่นอินกันหมด ทำไมล่ะครับ?”
ฉู่ลั่วมองสมาชิกองค์กรที่เดินเข้า ๆ ออก ๆ เพื่อเก็บรวบรวม
ชิ้นส่วนร่างกายของฉู่หร่านแล้วเอาไปวางไว้ด้วยกัน
“แผนการที่ภูเขาซีติ่งค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว “แผนการภูเขาซีติ่งเป็นแผนที่ปี้ฮั่นอินเป็น
คนคิดขึ้นมาก็จริง แต่แผนนั้นมันไม่ได้มีปัญหานี่ครับ”
“แผนไม่มีปัญหา แต่ตอนที่เขาดำเนินการให้ฉันยั่วโมโหซิง
หวายต่างหากมีปัญหา”
ใบหน้าของซู่เซี่ยงหยางเต็มไปด้วยความสงสัย
“ตอนที่เขาบอกให้ฉันยั่วยุซิงหวายจนโกรธ เขาจับอารมณ์ของ
ซิงหวายได้อย่างแม่นยำ และรู้จุดอ่อนของซิงหวายด้วย” ซึ่งมัน…
แม่นยำเกินไป
การที่รู้อย่างชัดเจนว่าซิงหวายสนใจอะไร ไม่ใช่สิ่งที่สังเกตเห็น
ได้จากการแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างแน่นอน
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว
“ยึดในจุดนี้เหรอครับ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ยึดในจุดนี้แหละ”
ซู่เซี่ยงหยางก้มหน้าครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งแล้วพูดออกมา “ผม
เข้าใจแล้วครับ”
เขาหันไปมองทางฉู่ลั่วอีกครั้ง “แผนการภูเขาซีติ่งล้มเหลว ซิง
หวายตายอย่างประหลาดในห้องสืบสวน…ถ้าเชื่อมต่อกันขึ้นมา
ทั้งหมดล้วนเป็นการบกพร่องในหน้าที่ของผมทั้งนั้นเลย”
ฉู่ลั่วยิ้มเยาะ “ไม่ใช่แค่คุณหรอกค่ะ ฉันเองก็ด้วย”
ซู่เซี่ยงหยางเอ่ย “ดูท่าแล้ว อีกไม่นานคงจะมีปี้ฮั่นอินคนที่สอง
โผล่มารับตำแหน่งในองค์กรแทนคุณนะ”
เบื้องบนส่งปี้ฮั่นอินมา
ทางสำนักเต๋าเองก็ต้องส่งคนคนหนึ่งมาด้วยแน่นอน
แค่ไม่รู้ว่าจะเป็นใคร
แล้วอีกฝ่ายจะมาอย่างมิตรหรือศัตรูกัน?