เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1297 เกลือเป็นหนอน
“ตอนนี้เราเองก็พึ่งพาไลฟ์ของปรมาจารย์ในการใช้ชีวิตในแต่ละ
วันครับ”
ฉู่ลั่วครุ่นคิดแล้วพยักหน้าพลางบอก “ช่วงเวลาอันใกล้นี้ฉัน
จะไลฟ์ค่ะ แต่อินเทอร์เน็ตในปรโลกของพวกคุณสามารถเชื่อมต่อกับ
โลกมนุษย์ได้เหรอคะ?”
เมื่อได้คำตอบที่แน่นอนจากฉู่ลั่วแล้ว ยมทูตขาวดำก็มีสีหน้าดีใจ
ขึ้นมาเลย “ไม่เป็นไรเลยครับ พนักงานเทคนิคของเราได้ทำการ
เชื่อมต่อแล้ว แม้ว่าจะล่าช้ากว่าโลกมนุษย์แต่ก็ไม่ได้ไปแย่ง
อินเทอร์เน็ตของมนุษย์ครับ”
จากนั้นฉู่ลั่วจึงหันหลังจากไป
ทว่าก็มีเสียงเศร้าใจของผีผู้ชายดังมาจากด้านหลัง “ผมทำบุญ
มาร้อยปีแล้วนะ! ผมทำงานแลกบุญมาร้อยปีแล้ว…มันจะหายไปแบบ
นี้เลยเหรอ!”
“เกิดอะไรขึ้นกับกรมการกลับชาติไปเกิด? ทำไมถึงไม่หาพ่อแม่
ให้ผม?”
“ไหนบอกว่าพ่อแม่เป็นคนที่นับว่าเป็นคนร่ารวยและมีชื่อเสียงบน
โลกมนุษย์ไม่ใช่เหรอ?”
ยมทูตดำ “ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ”
ยมทูตขาว “โลกมนุษย์มันก็น่ากลัวแบบนี้แหละ ก็ฉันบอกนาย
แล้วว่าให้ตั้งใจทำงานไปไม่ต้องอยากกลับไปเกิดหรอก แต่นายก็ไม่
ฟัง! เสียใจแล้วล่ะสิ! ตั้งใจทำงานไปเถอะ!”
“ผมไม่อยากทำงาน!!!”
จากนั้นฉู่ลั่วจึงได้กลับไปที่บ้านฉู่อวิ๋นแล้วได้รับการติดต่อจากซู่
เซี่ยงหยาง
เขาพูดด้วยน้าเสียงเหนื่อยล้า “ทำการตรวจสอบปี้ฮั่นอินมาแล้ว
ครับ เมื่อวานเขาอยู่ที่วัดเต๋าตลอดทั้งวันเลย”
“วัดเต๋าที่ไหน?”
“วัดชิงอวิ๋นครับ”
วัดชิงอวิ๋น เป็นวัดที่นักพรตเต๋าชิงหยางผู้เป็นเจ้านิกายคนเก่า
อาศัยอยู่
แล้วก็เป็นนักพรตชิงหยางเช่นกันที่เสนอให้ฉู่ลั่วได้เป็นเจ้านิกาย
แม้แต่ตอนที่ฉู่ลั่วสร้างบารมีในสำนักเต๋าโดยจัดการชื่อหยางศิษย์
น้องของเขาเป็นคนแรก นักพรตชิงหยางก็ยังยืนอยู่ข้างฉู่ลั่ว
ซู่เซี่ยงหยางพูดเน้นย้า “ผมได้ไปพบนักพรตชิงหยางมาด้วย
ตัวเองแล้ว เขาบอกกับผมเองว่าเมื่อวานปี้ฮั่นอินอยู่ที่วัดชิงอวิ๋นตลอด
ทั้งวัน รวมถึงตอนค่าด้วยครับ”
ถ้าเป็นคนอื่นพวกเขาก็คงจะสงสัย
แต่ว่านี่คือหยางเสียน…
“นักพรตชิงหยางบอกว่าเมื่อวานปี้ฮั่นอินอยู่ที่วัดชิงอวิ๋นตลอดทั้ง
วัน ท่าทีที่แสดงออกดูน่าสนอกสนใจมาก มาซักถามเรื่องเกี่ยวกับ
สำนักเต๋ามากมายทีเดียว”
“กระทั่งถึงตอนเย็นเขาก็ไปรบกวนการพักผ่อนลูกศิษย์วัดชิ
งอวิ๋นด้วย”
“และเพราะว่าเขามีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาองค์กร ดังนั้นแม้ว่าลูก
ศิษย์วัดชิงอวิ๋นจะโกรธแต่ก็ไม่ได้ไล่เขาออกไป”
“จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น หยางเสียนก็เลยเป็นคนออกหน้าไล่เขา
กลับไปเอง”
“มีหลักฐานเป็นคลิปที่ด้านนอกวัดด้วยครับ”
พยานบุคคล
พยานวัตถุ
มีครบหมดเลย!
แต่ทางด้านฉู่ลั่วมีแค่คำให้การของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้นเอง
แม้ว่าจะไปรายงานต่อเบื้องบนก็รู้เลยว่าจะเชื่อใคร
“จิ่งอันฉิงล่ะ?”
“จิ่งอันฉิงถูกจับไปแล้วครับ เพราะว่ากล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่า
ฉู่หร่านติดตามเธอไปอย่างชัดเจน แต่ตอนนี้กุมขังเอาไว้ในฐานะผู้
ต้องสงสัยเท่านั้น”
เขาถอนหายใจออกมาแล้วพูดต่อ “เรื่องที่เธอผู้ต้องสงสัยฆ่าคน
ถูกกุมขังไว้ที่กรมการสืบสวนคดีที่เมืองหลวง ผมได้ทำการรายงาน
ต่อเบื้องบนแล้ว หวังว่าพวกเขาจะส่งตัวจิ่งอันฉิงมาให้พวกเรา
สอบสวน แต่ว่า…”
“พวกเราไม่เห็นด้วย?”
ซู่เซี่ยงหยางตอบรับอย่างจนปัญญา “เบื้องบนซักถามพวกเราว่า
ถ้าส่งตัวจิ่งอันฉิงมาให้พวกเรา แล้วพวกเราจะรับประกันความ
ปลอดภัยของเธอได้ไหม จะเกิดเหตุแบบเรื่องของซิงหวายอีกหรือ
เปล่า”
“ถ้าอีกฝ่ายอยากจะฆ่าจิ่งอันฉิงจริง ๆ คิดว่าการให้จิ่งอันฉิงอยู่ที่
กรมการสืบสวนคดีจะคุ้มครองชีวิตของเธอได้เหรอ?”
เขาส่งเสียงเย็นชา เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจการจัดการของหัวหน้า
ใหญ่ที่อยู่เบื้องบนเป็นอย่างมาก
ฉู่ลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอก “เป็นการดีกับพวกเราต่างหาก
ค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
“ซิงหวายตายที่องค์กร ถ้าจิ่งอันฉิงมาตายที่องค์กรอีกคน ความ
สง่างามขององค์กรก็จะถดถอยไปมาก” ตอนนี้ทางองค์กรยังไม่ได้มี
การประกาศต่อโลกภายนอก มีแต่การรายงานกันภายในของรัฐบาล
เท่านั้นก็คนที่คัดค้านอยู่มากแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าองค์กรทำผลงานเอาไว้มาก ทั้งยังมีเซียนพู่กัน
ที่ได้รับการรับรองจากภายนอก…ผ่านนี้ก็คงมีหลายแผนกเลยที่มา
เรียกร้องให้ยุบองค์กร
จิ่งอันฉิงจะต้องตาย อย่างนั้นก็จะมาตายที่องค์กรอีกไม่ได้เป็นอัน
ขาด
นี่คือการปกป้ององค์กร!
และเป็นการดูถูกองค์กรด้วย!
ซู่เซี่ยงหยางเงียบไปครู่หนึ่ง “จิ่งอันฉิงไม่ได้ถูกส่งมาให้ทาง
องค์กรตรวจสอบก็เท่ากับว่าปล่อยเธอไป”
แต่ถ้าส่งเธอมาให้ที่องค์กร ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำให้จิ่ง
อันฉิงตายอย่างกะทันหันที่องค์กร
อีกฝ่ายมองเห็นในจุดนี้
ซู่เซี่ยงหยางกระซิบด่าออกมา “หัวหน้าใหญ่บอกว่าในเมื่อเรา
สงสัยว่าในองค์กรจะมีเกลือเป็นหนอนก็ให้ไปตรวจสอบกันเองให้
ชัดเจน”
เกลือเป็นหนอนก็ปี้ฮั่นอินไง!
เขาอยากจะตะโกนเสียงดัง ๆ ให้หัวหน้าใหญ่ฟัง
เสียดายที่ไม่มีหลักฐาน!