เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1299 ลูกสะใภ้ที่แข็งกร้าว
จางซานฉบับบ้าคลั่งพูดอย่างจนใจ “แม่ครับ นั่นมันเป็นเรื่องไร้
สาระนะ ปีแม่หม้ายอะไรกัน หรือว่าปีหน้าทั้งปีจะไม่สามารถแต่งงาน
ได้เลยเหรอ? หรือว่าคนที่แต่งงานปีหน้าจะต้องตายกันไปหมดหรือไง
ครับ?”
แม่จางส่งเสียงเย็นชา “เขาก็พูดแบบนี้กันหมด ไม่ใช่แค่แม่คน
เดียวที่พูดแบบนี้สักหน่อย ลูกสาวของป้าลูกก็กลัวการแต่งงานปีหน้า
ปีแม่หม้าย ดังนั้นก็เลยให้ลูกพี่ลูกน้องของลูกกับแฟนเธอจดทะเบียน
สมรสกันในปีนี้ก่อน แล้วปีหน้าค่อยจัดงานแต่งงาน”
“ลูกกับเสี่ยวอ้ายก็จดทะเบียนก่อนแล้วค่อยจัดงานแต่งงานก็ได้
เหมือนกันนี่”
“ถ้าเสี่ยวอ้ายชอบลูกจริง ๆ แล้วอยากจะแต่งงานกับลูก เธอต้อง
ตกลงไปนานแล้ว”
“แต่ตอนนี้เธอไม่ตกลงก็เพราะว่าเธอยังจริงใจกับลูกไม่มากพอ”
จางซานฉบับบ้าคลั่ง “ปรมาจารย์ ปีหน้าเป็นปีแม่หม้ายเหรอ
ครับ? แล้วแต่งงานไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ?”
แม่จางเองก็มองฉู่ลั่วอย่างกระตือรือร้นเช่นกัน
[ใช่เลย! ตั้งแต่ปีใหม่มาก็มีแค่คนพูดว่าปีหน้าเป็นปีแม่หม้าย เป็น
ปีที่ไม่มีฤดูใบไม้ผลิ จะแต่งงานไม่ได้]
[เรื่องไม่จริงทั้งนั้น ผู้ชายจะตายง่าย ๆ ขนาดนั้นได้ยังไง อยู่ ๆ ก็
ตาย แต่งงานก็ตายได้น่ะเหรอ…]
[เชื่อไว้ก่อนก็ดีกว่าไม่เชื่อนะ! ถ้ามันเป็นเรื่องไม่จริง ถ้าอย่างนั้น
เรื่องที่เทพธิดาน้อยทดลองก็เป็นเรื่องไม่จริงน่ะสิ?]
[ผู้ชายบอบบางถูกปกป้องอยู่ตลอดชีวิต]
[ตั้งแต่ที่ปรมาจารย์โด่งดังในอินเทอร์เน็ตก็มีเรื่องเยอะแยะ
มากมายปรากฏขึ้นมา แม้แต่เรื่องปีแม่หม้ายนี่ยังมีคนเชื่อเลย]
ฉู่ลั่วกวาดสายตาอ่านช่องความคิดเห็นซึ่งสิ่งนั้นอยู่ในสายตาที่
กระตือรือร้นของสองแม่ลูกเป็นอย่างดี จากนั้นก็ค่อย ๆ เอ่ยปาก
“เรื่องปีแม่หม้ายไม่สะดวกในการแต่งงานนั้นเป็นประเพณีท้องถิ่นค่ะ”
ประเพณีท้องถิ่น ไม่ใช่ศาสตร์พยากรณ์
จางซานฉบับบ้าคลั่งถอนหายใจ
แต่แม่จางยังไม่เชื่อ เธอหรี่ตามองแล้วมอง “ปรมาจารย์คะ จริง
เหรอคะ? แต่พวกเขาบอกกันหมดเลยนะคะว่าปีแม่หม้ายแต่งงาน
ไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคือแต่งงานปีนี้”
ฉู่ลั่ว “ปีนี้เป็นปีที่มีฤดูใบไม้ผลิคู่ ในทางประเพณีท้องถิ่นจะคำพูด
ที่ว่าหนึ่งปีมีสองฤดูใบไม้ผลิ แล้วแม่หม้ายก็จะกระจายไปทุกที”
แม่จาง “…ห้ะ!”
ฉู่ลั่วบอก “การที่ปีแม่หม้ายถูกพูดเน้นย้าก็เพราะคำว่าหม้าย ใน
สมัยโบราณ ปีที่ไม่มีฤดูใบไม้ผลิจะถูกเรียกว่าปีหม้าย ต่อมาในทาง
ประเพณีท้องถิ่นก็เลยถูกเรียกว่าปีแม่หม้ายค่ะ”
“แม่ครับ ปรมาจารย์ฉู่พูดแบบนี้แล้ว แม่เชื่อแล้วใช่ไหมครับ”
จางซานฉบับบ้าคลั่งมองแม่ของตัวเองอย่างจนใจ
แม่จางยังไม่ยอมเท่าไร “แต่เสี่ยวอ้ายมีนิสัยแข็งกร้าว ถ้าลูก
แต่งงานกับเธอจะต้องถูกเธอกดขี่แน่นอนเลยนะ”
เธอพูดแล้วก็รีบมองไปทางฉู่ลั่วที่อยู่ในกล้อง “ปรมาจารย์คะ นี่
คือแฟนของลูกชายฉันค่ะ คุณช่วยดูให้ฉันหน่อยนะคะว่าลูกฉัน
แต่งงานกับเธอแล้วจะดีไหม?”
เธอหยิบถูกออกมาหนึ่ง ในรูปนั้นมีผู้หญิงผมยาวดูท่าทางมี
ความสามารถ เธอสวมชุดเครื่องแบบทำงานแล้วมองตรงมา
ฉู่ลั่วจ้องมองรูปใบนั้นอยู่สักพักแล้วพูดออกมา “เธอโหนกสูงและ
จมูกเชิด แสดงว่าเป็นคนมีนิสัยแข็งกร้าว แล้วก็ดุร้ายกับคนภายนอก
มากค่ะ”
“เห็นไหม! ปรมาจารย์บอกแล้วว่าเธอแข็งกร้าว ถ้าแต่งงานกับ
ผู้หญิงแบบนี้ไป ผู้ชายจะไม่มีสถานะในบ้านหรอก” แม่จางรีบพูดกับ
ลูกชายทันที “ลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยโด่งดัง การงานก็ดี จะหา
ผู้หญิงแบบไหนก็หาได้ แต่ดันมาเอาผู้หญิงแข็งรก้าวคนนี้”
จางซานฉบับบ้าคลั่งถอนหายใจอยากจะอธิบายแทนแฟนสาว
ของตัวเอง แต่ก็ได้ยินฉู่ลั่วพูดขึ้นมาก่อน
“ในขณะเดียวกัน เธอมีโหนกตรงหน้าผากกว้าง การที่ผู้หญิงมี
โหนกตรงหน้าผากกว้างแสดงว่าเธอเป็นคนมีจิตใจที่เปิดรับ ทั้งยังมี
ความสามารถในการเก็บเงินที่แข็งแกร่งมากด้วย เป็นคนใจกว้างค่ะ
คนแบบนี้ ปกติแล้วกับเรื่องงานจะเป็นคนใจแข็งแกร่ง ความสามารถ
ในการหาเงินก็ดี ต่อไปจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”
ทันทีที่ได้ยินคำนี้ จางซานฉบับบ้าคลั่งก็มีสีหน้าดีใจทันที
แต่แม่จางกลับยังคงมีสีหน้าไม่พอใจ “เป็นผู้หญิงจะสามารถหา
เงินได้มากขนาดนั้นไปทำไมคะ? ใจแข็งแกร่งในเรื่องงาน อย่างนั้น
ต่อไปจะดูแลลูกของฉันและดูแลบ้านได้ยังไง ฉันไม่เห็นด้วยค่ะ”
พอได้ฟังคำพูดของฉู่ลั่ว เธอก็ยิ่งยืนกรานจะให้ลูกเลิกกับแฟน
สาวให้ได้
ตระกูลของพวกเขาไม่ได้ต้องการลูกสะใภ้ที่แข็งกร้าวขนาดนี้
“แม่ครับ…” จางซานฉบับบ้าคลั่งเป็นกังวลขึ้นมาเลย “ไม่ว่าแม่จะ
ยอมหรือไม่ยอม ผมก็จะแต่งงานกับเสี่ยวอ้ายแน่นอน”