เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1338 วิญญาณของฟู่ปู้เสวี่ยนที่หายไปหาเจอแล้ว
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1338 วิญญาณของฟู่ปู้เสวี่ยนที่หายไปหาเจอแล้ว
ภายในห้องรับแขก หัวหว่านสลัดกลุ่มคนที่ตื่นเต้นออกไปด้วย
ความอย่างลำบาก จากนั้นจึงเริ่มแจกจ่ายของขวัญให้ทุกคน
สีหน้าของเธอดูมีชีวิตชีวามาก น้าเสียงก็ยังฟังดูตื่นเต้น เหมือน
อยากจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟังแทบแย่แล้ว
จนกระทั่ง…
“ฟู่ปู้เสวี่ยนล่ะ?”
ห้องรับแขกที่กำลังครึกครื้นพลันเงียบลงทันที ทุกคนต่างมองไป
ทางฉู่ลั่วซึ่งอยู่ตรงปากทางขึ้นลงบันได
หัวหว่านกำลังแจกของขวัญกลับมือชะงัก เธอหยิบของขวัญและ
มองฉู่ลั่วด้วยความประหม่า “คุณหนู…”
ฉู่ลั่วเดินลงมาแล้ว จากนั้นทุกคนต่างก็หลีกทางให้เธอ
เฉิงยวนเหลือบมองเถาซูเยียน ทั้งสองสบสายตากัน ก่อนจะเบน
สายตาออกออกจากกัน
มีแค่ฉู่ลั่วคนเดียวเท่านั้นที่ถามประโยคนี้ออกมาได้โดยไม่ดู
สถานการณ์อะไรเลย
หัวหว่านจับของขวัญในมือพลางยื่นไปตรงหน้า “คุณหนู นี่เป็น
ของขวัญที่ฉันเลือกมาให้คุณค่ะ เป็นเงินฉินป้านเหลี่ยง*[1]ที่กระจาย
ออกไปในต่างประเทศ”
ภายในกล่องโบราณมีเหรียญโบราณใส่เอาไว้จนเต็มไปหมด
ฉู่ลั่วรับมา “ขอบคุณมาก”
หัวหว่านจึงโล่งใจ
ฉู่ลั่วถามย้า “ฟู่ปู้เสวี่ยนล่ะ?”
หัวหว่านเงียบไป
เฉิงยวนเดินเข้าไป วางพาดแขนลงบนไหล่ของหัวหว่าน “เอาล่ะ
เจ้าจะปิดก็ปิดต่อไปไม่ได้แล้วนะ รีบบอกพวกเรามาเร็ว ๆ ดีกว่า”
“ถ้าฟู่ปู้เสวี่ยนรังแกเจ้า พวกเราจะไปแก้แค้นให้เจ้าเอง”
“เปล่านะ” หัวหว่านรีบพูด “เขาไม่ได้รังแกฉัน”
เถาซูเยียน “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็รังแกพี่ปู้เสวี่ยนสินะ!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยว “พี่หว่านหว่าน พี่จะรังแกพี่ปู้เสวี่ยนไม่ได้นะคะ”
หัวหว่านส่ายหน้าตอบ “พี่ไม่ได้รังแกเขา พี่ก็แค่…ก็แค่…”
คนทั้งบ้านมองไปที่เธอเป็นตาเดียว
หัวหว่านดึงดันอยู่สักพัก ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วก็มีแต่ต้องบอก
ออกไป “วิญญาณของฟู่ปู้เสวี่ยนที่หายไปหาเจอแล้ว ฉันเลยให้
วิญญาณของเขากลับไปที่เดิม แต่เขาไม่ยอม แถมยังเอายันต์
วิญญาณที่คุณหนูให้ไว้ไปซ่อนอีก”
เธอยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห “นี่ยังไม่เท่าไหร่นะคะ เขายังจะมอบยันต์
แผ่นนั้นให้นักพรตใจทรามที่ตระกูลฟู่เชิญมา ให้นักพรตคนนั้น
ทำลายวิญญาณที่หายไปของตัวเองด้วย”
“ทุกคนคิดว่าสมองเขามีปัญหาหรือเปล่าล่ะ?”
“รู้ทั้งรู้ว่าถ้าวิญญาณกลับไปที่เดิมได้แล้วก็จะกลับมาเป็นปกติ
ได้”
“ทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลฟู่ เขาก็สามารถรับสืบทอดต่อได้”
“แต่เพราะสมองของเขามีปัญหาไง! ถ้าไม่มีวิญญาณแล้ว เรื่อง
ง่าย ๆ แค่นี้พอไม่มีวิญญาณก็คิดได้ไม่ชัดเจนอย่างนั้นสินะ”
ท่ามกลางห้องรับแขกเหลือเพียงคำพูดดุเดือดของเธอเท่านั้น
เฉิงยวน “…”
หล่อนรินน้าชาอุ่น ๆ ให้หัวหวานหนึ่งแก้ว
หัวหว่านรับแก้วมาแล้วดื่มหมดในครั้งเดียว ก่อนจะกร่นด่าฟู่ปู้
เสวี่ยนออกมาอีกชุดหนึ่ง
เธอคว้าเฉิงยวนเอาไว้เค้นถามว่า “เธอคิดว่าเขาโง่หรือเปล่า!”
เฉิงยวน “เขาโง่ ๆ เจ้าไม่ได้เพิ่งรู้วันนี้วันแรกเสียหน่อย”
หัวหว่านถลึงตาใส่อีกฝ่าย “ทำไมเธอถึงบอกว่าเขาโง่ล่ะ เขา
สูญเสียวิญญาณไปแล้ว สมองก็เลยเบลอ ๆ เท่านั้นเอง”
เฉิงยวน “…”
หล่อนตบปากตัวเองเบา ๆ
พูดเกินความจำเป็นไปหนึ่งประโยคแล้ว
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “ฟู่ปู้เสวี่ยนไม่ยินยอมเหรอ?”
หัวหว่านพยักหน้าตอบ
ฉู่ลั่ว “ถ้าเขาไม่ยอมก็ไม่ต้องไปบังคับเขาหรอก”
หัวหว่านได้ยินที่ฉู่ลั่วพูดก็แสดงสีหน้าลังเลออกมา “คุณหนู เขา
แค่ทำวิญญาณหายไป เลยคิดอะไรไม่ชัดเจน รอให้วิญญาณของเขา
กลับคืนที่เดิมก่อน เดี๋ยวก็รู้เองค่ะว่าทางเลือกที่ถูกต้องคืออะไร”
ฉู่ลั่ว “แต่หลังวิญญาณเขากลับเข้าที่ อาจจะไม่อยากอยู่ที่
คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันแล้ว”
หัวหว่าน “…ฉันรู้ค่ะ”
เฉิงยวนกลอกตามองเธอ “เจ้าโง่หรือเปล่า ทั้งที่เจ้าอยากให้เขา
อยู่ในคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน เขาก็อยู่แล้วนี่ เจ้ายังไปบังคับให้
เขากลับไปที่เดิมอีก”
หัวหว่านก้มหน้า “คุณหนูเคยพูดไว้ ฉันเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร
ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรัก ไม่มีลูก”
“ถึงยังไงฉันก็ต้องอยู่ข้างกายคุณหนูไปตลอดชีวิต แล้วจะให้
เขา…”
แต่หัวหว่านยังไม่ทันจะพูดจบ สายตาของฉู่ลั่วก็หันมองไปทาง
ประตูใหญ่ “ทางที่ดีเธอถามความเห็นจากเจ้าตัวเสียเลยสิ”
*[1] เงินฉินป้านเหลี่ยง (秦半两) หรือ เงินป้านเหลี่ยง/เงินครึ่ง
ตำลึง (半两) เป็นเงินตราในสมัยราชวงศ์ฉิน ลักษณะคือ เป็นเหรียญ
วงกลม ตรงกลางเป็นรูรูปทรงสี่เหลี่ยม ผลิตจากทองสำริด