เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1339 เจ้าก าลังสารภาพรัก
ท่ามกลางความตกใจของหัวหว่าน เฉิงยวนก็พาฟู่ปู้เสวี่ยนเข้า
มาแล้ว
เฉิงยวนมีสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย หล่อนคว้าตัวจิ่งเจียเหยียน
เอาไว้ แล้วพูดกระซิบกระซาบกันว่า “ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่าฟู่ปู้เสวี่ย
นคนนี้หน้าตาไม่เลวเลยนะ ตอนนี้เขายังดูดีขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย”
จิ่งเจียเหยียนกลืนน้าลายเล็กน้อย “เป็นเพราะคนเราต้องพึ่งพา
เสื้อผ้ายังไงล่ะ!”
ขาเรียวยาว
สวมชุดสูทสีดำ
และเสื้อคลุมสีน้าตาลอ่อน
บวกกับใบหน้าอันหล่อเหล่านั้น อีกทั้งบนใบหน้าก็ยังเต็มไปด้วย
กลิ่นอายความใสซื่อบริสุทธิ์ด้วย!
เฉิงยวนกับจิ่งเจียเหยียนกุมมือกันด้วยความตื่นเต้น มองฟู่ปู้
เสวี่ยนกับหัวหว่านด้วยแววตาเป็นประกาย
ทั้งสองคนกระซิบกระซาบราวกับตรงนั้นไม่มีใครอยู่ด้วย จิ่วฉาน
ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเธอพนมมือ พลางท่องบทสวดมนต์
ส่วนฟู่ปู้เสวี่ยนเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหัวหว่านด้วยความสับสน
และเสียใจ
เขายื่นมือออกไป ในกลางฝ่ามือมียันต์อยู่แผ่นหนึ่ง
หัวหว่านรีบคว้ามันเอาไว้ “คุณหนู มันคือยันต์ที่คุณให้ฉันค่ะ
วิญญาณที่ออกจากร่างของเขาก็อยู่ในนี้”
ฉู่ลั่วรับไปตรวจสอบดูเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “วิญญาณที่ออกจาก
ร่างยังคงอยู่และปลอดภัยมาก”
ได้ยินแบบนั้นหัวหว่านก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอถลึงตา
มองฟู่ปู้เสวี่ยน ก่อนจะหันหน้าหนีด้วยความโมโห ไม่เหลียวไปมอง
หน้าเขาอีก
ฟู่ปู้เสวี่ยนลังเลอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเดินมาตรงหน้าหัวหว่าน
เขาพูดด้วยน้าเสียงเศร้าโศกแต่ก็เอาอกเอาใจกับเธอว่า “เธออย่า
โกรธเลยนะ”
หัวหว่านหันหน้าหนีไปมองอีกทางแล้ว
“พวกเขาบอกว่า ถ้าวิญญาณที่ล่องลอยไปของฉันกลับมา ฉันก็
จะไม่ได้อยู่กับเธออีก”
ตอนที่พูดประโยคนี้ น้าเสียงของฟู่ปู้เสวี่ยนค่อนข้างฟังดูเสียใจ
“เธอก็พูดแบบนี้เหมือนกัน”
หัวหว่าน “…”
ฟู่ปู้เสวี่ยนกล่าวต่อ “แต่ฉันอยากอยู่กับเธอ อยู่ที่คฤหาสน์เมฆใส
เฝ้ามองตะวัน อยู่กับฉู่ลั่ว”
เฉิงยวนกับจิ่งเจียเหยียนปิดปาก พลางหัวเราะเสียงน่าเกลียด
“เจ้าอยากอยู่กับฉูลั่วเหรอ? เจ้าอยากอยู่กับหัวหว่านต่างหาก
ล่ะ!”
จิ่งเจียเหยียนบอกเสริม “นั่งดื่มสุราแต่ไม่ได้อยากลิ้มรสสุรา*[1]!”
ฟู่ปู้เสวี่ยนยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง “ฉันอยากอยู่กับฉู่ลั่ว แล้วก็อยาก
อยู่กับหัวหว่านด้วย”
เฉิงยวนยกยิ้ม “เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเจ้ากำลังสารภาพรักน่ะ!”
ฟู่ปู้เสวี่ยน “ฉันรู้”
เฉิงยวน “…”
จิ่งเจียเหยียน “…”
สีหน้าของทั้งคู่ที่แสดงออกมาค่อนข้างน่าเกลียดสักหน่อย
ความรักที่ล้มเหลวของตนเองทำให้ผู้คนปวดใจแน่นอน แต่ความ
รักที่สมบูรณ์แบบของคนอื่นกลับบีบคั้นหัวใจคนได้มากกว่า!
ฟู่ปู้เสวี่ยนมองหัวหว่านแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเธออยากให้วิญญาณที่
ล่องลอยไปของฉันกลับไปอยู่ที่เดิม ฉันก็จะพาวิญญาณที่ล่องลอย
กลับไปอยู่ที่เดิม ฉันจะเชื่อฟังที่เธอบอก”
หัวหว่าน “…”
เธอมองยันต์ในมือฉู่ลั่ว หลังจ้องอยู่สักพักหนึ่งถึงได้บอกกับฉู่ลั่ว
ว่า “ฉันรบกวนคุณหนูด้วยนะค่ะ ช่วยทำให้วิญญาณของเขากลับไป
อยู่ในที่ที่สมควรจะอยู่เถอะค่ะ!”
ฉู่ลั่วตอบรับคำพูดของเธอ จากนั้นจึงให้พวกเขาเตรียมสิ่งของ
มา
วิญญาณที่หลุดลอยออกไปของฟู่ปู้เสวี่ยนอยู่นอกร่างมานาน
หลายปีแล้ว มันย่อมปฏิเสธและไม่ยอมกลับเข้าสู่ร่างกายแน่นอน
จนกระทั่งเตรียมสิ่งของทั้งหมดครบแล้ว ฉู่ลั่วจึงจุ่มปลายนิ้วลง
บนชาด แล้ววาดยันต์ลงบนร่างของฟู่ปู้เสวี่ยน
จากนั้นเธอก็ท่องคาถาเสียงเบา
กระดาษยันต์ล่องลอยขึ้นไปกลางอากาศ เงาร่างของมนุษย์ที่
ค่อนข้างเลือนรางดวงหนึ่งพลันลอยออกมาจากยันต์
แต่เมื่อสิ่งนั้นเพิ่งลอยออกมา สีหน้าของผีทุกตนในบ้านพลัน
เปลี่ยนไป ทุกตนต่างมองไปยังวิญญาณอันเลือนรางดวงนั้น
หัวหว่านเห็นสีหน้าของเฉิงยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอเอ่ยถาม
ว่า “ทำไมเหรอ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
เฉิงยวนส่ายหน้าจากนั้นก็พยักหน้า
ฉู่ลั่วจ้องมองวิญญาณดวงนั้นอยู่สักพัก ตามมาด้วยเอ่ยตะโกน
เสียงดัง วิญญาณจึงลอยเข้าไปในร่างฟู่ปู้เสวี่ยนแล้ว
อักขระสีแดงชาดคืบคลานขึ้นไปบนร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
ฟู่ปู้เสวี่ยนที่มีใบหน้าใสซื่อมาตลอด แต่เดี๋ยวก็เย็นชา เดี๋ยวก็มืด
ครึ้มน่าสะพรึงกลัว เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
หัวหว่านเฝ้ามองอย่างเป็นกังวล
“คุณหนู จะเกิดปัญหาอะไรไหมคะ?”
“ไม่หรอก”
สิ้นเสียงของฉู่ลั่ว ฟู่ปู่เสวี่ยนก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นมาก
ท่ามกลางฤดูหนาวที่เย็นยะเยือก แต่เขากลับมีเหงื่อออกทั้งตัว
เสื้อผ้าทั้งชุดเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ดวงตาแดงก่าที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนกวาดมองไปรอบบ้าน
สุดท้ายจึงมาหยุดลงที่ตัวหัวหว่าน
*[1] นั่งดื่มสุราแต่ไม่ได้อยากลิ้มรสสุรา (醉翁之意不在酒)
หมายถึงสิ่งที่พูดหรือทำออกมาไม่ใช่เจตนาที่แท้จริง แต่มีเจตนาอีก
อย่าง