เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1375 เลือกข้าเป็นพาหนะของเจ้า
ตอนที่เขาพูดก็มีเสียงจากเทพเอกเก้าญาณแว่วมาตลอด
งั้ม งั้ม งั้ม!
หางตาของหมิงคุนกระตุก “ถ้าไม่ใช่เพราะภูติดอกไห่ถังตนนั้น
อาศัยจังหวะลงมือตอนที่วิญญาณของพวกเราออกจากร่าง แค่ปีศาจ
อย่างนาง ข้าใช้เพียงเกล็ดเดียวก็ฆ่าตายแล้ว”
งั้ม งั้ม งั้ม!
หมิงคุน “เว้นเสียแต่เจ้าจะสัญญาว่า ต่อไปหากข้าต้องการ
แข่งขันอีกครั้ง เจ้าต้องแข่งกับข้า ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่ตอบรับ”
งั้ม งั้ม งั้ม!
ไม่รอให้ฉู่ลั่วตอบ หมิงคุนก็หันหน้าไป แล้วตะโกนด่าออกมาว่า
“เจ้าหยุดกินได้แล้ว! ไม่เห็นเหรอว่าข้ากำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่? ถ้า
ไม่ใช่เพราะเจ้า วิญญาณของข้าจะออกจากร่างไหม? ถ้าไม่ใช่เพราะ
เจ้า ข้าจะถูกพิษภูติดอกไห่ถังหรือเปล่า? ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า…”
เทพเอกเก้าญาณที่เพิ่งแทะขาแกะเสร็จ เงยหน้าขึ้นมาดื่ม
กระป๋องเบียร์ลงไปจนหมด แล้วเช็ดปาก “หากข้าตอบรับข้อเสนอ
ของเจ้า ข้าจะได้กินของแบบนี้ทุกวันหรือเปล่า?”
“ขาแกะ สเต็กเนื้อ กุ้งมังกรน้อย ปิ้งย่าง…ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ข้า
อยากกิน พวกเจ้าจะทำมาให้ข้าได้หรือเปล่า?”
เทพเอกเก้าญาณหรี่ตามองฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วตอบ “จัดหาให้ชั่วคราวได้ค่ะ แต่หลังจากนั้นท่านอาจจะต้อง
ทำงานแลกเปลี่ยน”
เทพเอกเก้าญาณทำเสียงไม่พอใจ เขาเอนหลังพิงหัวเตียง
“อยากให้ข้าเป็นพาหนะไว้ขี่ไม่ใช่เหรอ? ได้! ขอแค่เจ้าสามารถ
ทำอาหารอะไรก็ตามที่ข้าบอกว่าอร่อยออกมา!”
เขาไม่คิดแยแสอะไรอยู่แล้ว
แต่หมิงคุนกลับเบิกตากว้าง มองเทพเอกเก้าญาณอย่างไม่
อยากจะเชื่อ ท่าทางของเขาเหมือนเจ็บใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้
เป็นเหล็กกล้าได้
เทพเอกเก้าญาณดูไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย
แต่ฉู่ลั่วกลับขมวดคิ้วแล้ว
เธอจ้องมองเทพเอกเก้าญาณโดยไม่พูดอะไร
เทพเอกเก้าญาณที่ตอนแรกเชิดคางขึ้นกะพริบตาปริบ ๆ “ข้า
เทพเอกเก้าญาณเป็นพาหนะให้เจ้าขี่ เจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ?”
“ข้าคือเทพเอกเก้าญาณนะ! เมื่อข้าคำราม เสียงก็ดังไปถึงพระ
โพธิสัตว์สามองค์บนสวรรค์ ติดต่อไปถึงยมโลกใต้พิภพ”
“เจ้ายังลังเลอะไรอยู่อีก”
ฉู่ลั่ว “ท่าน…”
“วางใจเถอะ ข้าไม่ได้จะกินของอร่อยทุกมื้อหรอก ข้ากินมังสวิรัติ
บ้างก็ได้” ไม่รอให้ฉู่ลั่วเอ่ยปาก เทพเอกเก้าญาณก็รีบร้อนพูดว่า
“กินสัปดาห์ละครั้ง…กินเดือนละครั้งก็ได้! ขอแค่ให้ข้าได้กินเดือนละ
ครั้งก็พอ”
เห็นเทพเอกเก้าญาณตอบกลับมาด้วยท่าทางเสียใจและเคียด
แค้นชิงชัง ฉู่ลั่วจึงค่อย ๆ พูดว่า “ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสอยากเป็นราชา
ปีศาจมาตลอด ตอนนี้ไม่อยากเป็นแล้วเหรอคะ?”
เทพเอกเก้าญาณทำเสียงเย็นชา “ข้าไม่เคยอยากเป็นราชา
ปีศาจ หากไม่ใช่เพราะถูก…ข้าคงไม่มาหรอก”
เห็นได้ชัดว่าเขานึกอะไรขึ้นมาได้ แต่เทพเอกเก้าญาณซ่อน
คำพูดนั้นเอาไว้
“เจ้าวางใจ ข้าไม่สนใจตำแหน่งราชาปีศาจ ตอนนี้ข้าอยากเป็น
พาหนะของเจ้าเท่านั้น”
พูดจบเขาก็รีบคืนร่างเดิม ศีรษะทั้งแปดที่เหลือค่อย ๆ ปรากฏ
ออกมา ปากทั้งเก้าพูดพร้อมกันว่า “เป็นยังไง? น่าเกรงขามมากเลย
ใช่ไหม? ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะ?”
“เลือกข้าเป็นพาหนะของเจ้า ไม่มีทางผิดหวังแน่นอน”
“เจ้าฉลาดขนาดนี้ คงจะรู้ว่าเจ้านายคนก่อนของข้าคือผู้ใด?”
เทพเอกเก้าญาณพูดพึมพำออกมามากมาย
แต่ฉู่ลั่วไม่พูดอะไรเลย
เทพเอกเก้าญาณเก็บศีรษะทั้งแปดด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะ
กลับไปบนเตียงผู้ป่วยอย่างไม่สบอารมณ์ เขาเปิดผ้าห่มออกแล้ว
นอนลงไป ก่อนจะหยิบของว่างบนหัวเตียงมากินอย่างอารมณ์เสีย
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่ต้องการพาหนะค่ะ”
เทพเอกเก้าญาณไม่ยอมเงยหน้า เขาพูดจาไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“แม้แต่เทพเอกเก้าญาณอย่างข้าเจ้ายังไม่ชอบ ไม่รู้ว่าเจ้าอยากได้
พาหนะแบบไหนกัน”
ฉู่ลั่ว “ถึงฉันจะไม่ต้องการพาหนะ แต่ท่านทำงานได้นะคะ หาก
ท่านทำงานเก็บเงิน ต้องพอให้ท่านซื้อของที่อยากกินได้แน่นอน”
เทพเอกเก้าญาญแค่นเสียงไม่พอใจ “จะได้สักเท่าไหร่กันเชียว?
มากพอให้ข้ากินปิ้งย่าง กินกุ้งมังกรน้อยได้ทุกวันไหม? เพียงพอให้
ข้ากินขาแกะทุกวันหรือเปล่า?”
ทำงานแลก?!
ฮึ!
ทำงานจะได้เงินสักเท่าไหร่กัน!
เทพเอกเก้าญาณผู้สูงส่งยังต้องทำงานด้วยหรือ?
ช่างตาไร้แววนัก!