เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1383 เธอสับสนกับชีวิต
ภายในห้องมืดสนิท ม่านหน้าต่างถูกปิดเอาไว้แน่นหนา ไม่มีแสง
เล็ดลอดเข้ามาได้เลย
บนพื้น บนโต๊ะกาแฟ และบนโซฟาเต็มไปด้วยขยะ
พอเห็นสภาพแบบนี้ ซุนหย่าจิ้งก็กลอกตาอย่างหมดคำพูด เธอ
พุ่งตรงไปยังห้องนอน แล้วดึงผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงขึ้นมา พลาง
เขย่าตัวเธออย่างแรง “แค่ผู้ชายคนเดียวไม่ใช่เหรอ? ฉันบอกเธอแล้ว
นี่ว่าเขาเป็นผู้ชายสารเลว เป็นแค่ขยะ เธอทำให้บ้านตัวเองกลายเป็น
รังสุนัขเพราะผู้ชายคนเดียวเนี่ยนะ”
“บทเรียนของฉันเธอฟังไปมันเสียเปล่าหรือไง?”
“ฉันบอกไปตั้งเยอะแยะขนาดนั้น หูเธอมีประดับหัวไว้เฉย ๆ
เหรอ?”
หมิงเหย่าลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงง เธอพูดอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า
“ฉันนอนจนเลอะเลือนเหรอ ทำไมถึงเห็น…”
“เธอไม่ได้นอนจนเลอะเลือน แต่เธอสับสนกับชีวิตต่างหาก” ซุน
หย่าจิ้งปล่อยหมิงเหย่า ก่อนจะเปิดม่านที่หน้าต่างออก
แสงแดดแสบตาจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาทันที
หมิงเหย่าที่เพิ่งจะลืมตาขึ้น เบิกตากว้างมองซุนหย่าจิ้ง “คุณ…
คุณเข้ามาได้ยังไงคะ? ฉัน…”
ซุนหย่าจิ้งหันกลับไปมอง “ให้ตายสิ! นี่เธอเป็นอะไรไปเนี่ย!”
หมิงเหย่านั่งอยู่บนโซฟา ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง บนโต๊ะที่หัว
เตียงเต็มไปด้วยขวดสุรา กระป๋องเบียร์ รวมไปถึงขนมกับอาหารที่สั่ง
เดลิเวอรี่มาแล้วยังกินไม่หมดกระจัดกระจายอยู่บนเตียงอีก
ซุนหย่าจิ้งกรีดร้องเสียงแหลม “รังสุนัขแบบนี้ เธออยู่ไปได้ยังไง
กัน!”
หมิงเหย่ารีบดึงผ้าห่มออกแล้วลงมาจากเตียง เธอรีบร้อนเก็บข้าว
ของ “ฉัน…ฉันแค่อารมณ์ไม่ดี เลยขี้เกียจนิดหน่อยค่ะ”
“ก็แค่ผู้ชายคนเดียวไม่ใช่เหรอ! เธอต้องเสียใจขนาดนี้เชียว?”
หมิงเหย่าที่กำลังหันหลังให้ซุนหย่าจิ้งเพื่อเก็บข้าวของชะงักค้าง
ไปแล้ว เธอยิ้มเยาะตัวเอง “ท่านปรมาจารย์ คุณมาสายเกินไปแล้ว
เขาไม่มีทางกลับมาแล้วล่ะค่ะ”
ซุนหย่าจิ้งกลอกตามองบน
หมิงเหย่าสะอื้น “ต่อให้ฉันไม่ต้องการสินสอด เขาก็ไม่กลับ
มาแล้ว เขาบอกว่าพวกเรารักกันมาตั้งหลายปี ฉันยังต้องการสินสอด
จากเขาอีก ไม่เคยเก็บเอาเขากับความรักของเขามาไว้ในใจเลย”
“เขาตกลงแต่งงานกับผู้หญิงที่บ้านไปแล้วค่ะ สินสอดสามแสน
หยวน”
พูดจบ เธอก็ไม่เก็บข้าวของแล้ว แต่ทรุดตัวนั่งลงบนริมเตียง ก้ม
หน้าก้มตาร้องไห้ออกมา
“ฉันคบกับเขามาสิบปีแล้ว!”
“ตั้งแต่พวกเราคบกันและเริ่มอยู่ด้วยกันปีแรก จนถึงตอนนี้จะ
ทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง แต่ก็ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาด้วยกันตั้ง
มากมาย” เธอเงยหน้ามองซุนหย่าจิ้งทั้งน้าตา “แต่ทำไมเขาถึงยอม
จ่ายเงินสามแสนเพื่อแต่งงานกับคนที่เขาไม่รู้จัก แต่ไม่ยอมจ่ายเงิน
แค่หนึ่งแสนเพื่อแต่งงานกับฉันล่ะคะ?”
“ฉันไม่ควรขอสินสอดจากเขาใช่ไหมคะ! ถ้าฉันไม่ขอสินสอด
จากเขา เขาคงไม่สงสัยในความรักของฉัน และคงไม่…”
“ท่านปรมาจารย์ เพราะอะไรคะ?”
ซุนหย่าจิ้งทำสีหน้าหมดคำจะพูด “เธออยากรู้ไหมว่าเพราะ
อะไร?”
“อยากค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็จัดการตัวเองซะ ถ้าเธอออกมาแล้ว ฉันจะบอกให้
ว่าทำไม!”
หมิงเหย่าได้ยินที่ซุนหย่าจิ้งพูด ก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้า แล้วเริ่ม
อาบน้าชำระร่างกาย
ซุนหย่าจิ้งเดินไปทางห้องรับแขกอย่างอับจนคำพูด พลางใช้เท้า
เตะขยะออกไปด้วยสีหน้ารังเกียจ “เสียผู้ชายไปคนเดียวก็ทำเหมือน
ตัวเองอาศัยอยู่ในกองขยะแล้ว”
เธอรีบก้มตัวลงเก็บของที่เกลื่อนกลาดบนโซฟาจนสะอาด
“ท่านปรมาจารย์ คุณนั่งตรงนี้ได้เลยค่ะ” จากนั้นจึงปัดเศษเมล็ด
ทานตะวันตรงที่นั่งข้าง ๆ ออกไป “คุณฮั่วนั่งตรงนี้สิคะ”
หงอินยืนอยู่สักพัก “แล้วฉันนั่งตรงไหน?”
ซุนหย่าจิ้ง “เด็กดี! นายหาที่นั่งเอาเองตามสะดวกได้เลย ตอนนี้
ฉันโกรธจนไม่มีแรงทำความสะอาดที่อื่นแล้ว”
หงอินก้มหน้าลงด้วยความน้อยใจ เขาเก็บของบนเก้าอี้ตัวเตี้ย
ออกไปเงียบ ๆ แล้วนั่งลงข้างโซฟาเดี่ยวของซุนหย่าจิ้ง
เขาเหลือบมองซุนหย่าจิ้ง ก่อนจะก้มหน้าเตรียมจะร้องไห้ออกมา
อีกครั้ง
ซุนหย่าจิ้งพลันเอ่ยขึ้น “ตอนนี้ฉันกำลังโกรธมากจริง ๆ ถ้า
นายกล้าร้องไห้ออกมา ฉันก็กล้าจะเอานายขึ้นไปย่างบนตะแกรงให้
กลายเป็นปลาแห้งเลย”