เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1385 กฎฟางข้าว
ซุนหย่าจิ้งแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “คู่แต่งงานของเขาในตอนนี้
ตั้งแต่ตอนที่แต่งงานกับเขาก็เริ่มถูกลดทอนคุณค่าในใจของเขาไป
แล้ว”
“เมื่อไหร่ที่ภรรยามีลูกให้เขา เธอก็จะหมดคุณค่าไปทันที”
“เขาจะยอมจ่ายเงินให้ผู้หญิงข้างนอกที่ตัวเองไม่รู้จัก แต่ไม่ยอม
ให้เงินภรรยาของตัวเอง”
หมิงเหย่าก้มหน้าก่อนจะเงยหน้าอีกครั้ง “เพราะฉะนั้น…ไม่ใช่
เพราะฉันไม่ต้องการสินสอด ไม่ใช่เพราะฉันเห็นแก่เงินไม่เห็นแก่
ความสัมพันธ์ ไม่ใช่เพราะฉันไม่คู่ควร มันไม่ใช่ความผิดของฉันใช่
ไหมคะ?”
ซุนหย่าจิ้งถลึงตาใส่ “เป็นความผิดของเธอแน่นอนอยู่แล้ว!
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอก็ควรบอกเลิกไปได้
แล้ว!”
“สิบปีเลยนะ! เธอคบกับเขามาสิบปี เธอต้องสังเกตเห็นสิว่าเขามี
ปัญหา เธอต้องเห็นข้อบกพร่องร้ายแรงของเขาแน่นอน แต่…เธอยัง
อดทนต่อไป”
หมิงเหย่าขยับริมฝีปากอยากจะโต้แย้ง แต่กลับไม่สามารถเถียง
อะไรได้เลย
“เธอเคยได้ยินกฎฟางข้าวไหม?” น้าเสียงของซุนหย่าจิ้งอ่อนลง
แล้ว
ฉู่ลั่วกับหงอินต่างมองไปทางเธอ
หงอินเบะปากหนักกว่าเดิม เขาแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
แต่ซุนหย่าจิ้งกลับมีใบหน้าอ่อนโยน น้าเสียงก็ยิ่งอ่อนโยนลง
มาก “ที่จริงกฎนี้มีจุดผิดพลาดใหญ่มาก มันไม่ได้เป็นการชี้ขาด
มูลค่าของฟางข้าว และไม่ได้เป็นตัวตัดสินมูลค่าของปู”
“แต่มันตัดสินคุณค่าของบุคคลที่ขายมันต่างหาก”
“สิ่งที่เอาออกไปขายข้างนอกคือฟางข้าว แม้จะมีปูบ่นไปในนั้น
หนึ่งตัวด้วย แต่ก็ไม่สามารถขายฟางข้าวตามราคาปูได้”
ซุนหย่าจิ้งลุกขึ้นยืน เดินไปตรงหน้าหมิงเหย่า ยกมือวางลงบน
ไหล่ของหมิงเหย่าแผ่วเบา “แฟนเก่าของเธอเอาตัวเองออกไปขาย
แต่เธอทั้งโดดเด่น ทั้งสวย พื้นฐานครอบครัวก็ดี ถ้าเธอยังอยู่กับเขา
ต่อไป ราคาของเธอก็จะเทียบเท่ากับเขา”
“พวกเธอมักจะถามฉันเสมอว่า มีวิธีแยกแยะยังไงว่าอีกฝ่าย
เหมาะสมจะแต่งงานด้วยหรือเปล่า อีกฝ่ายเป็นคู่ครองที่ดีหรือเปล่า”
“มันง่ายมาก” ซุนหย่าจิ้งก้มตัวลงเล็กน้อย มองหมิงเหย่าด้วยสี
หน้าอ่อนโยน “ถึงพวกเธอจะมัดขายรวมกันเป็นแพ็กคู่ ก็ไม่รู้สึกว่า
ตัวเองหรืออีกฝ่ายมีคุณค่าลดน้อยลงไปยังไงล่ะ”
“พวกเธอต้องรู้สึกว่า เพราะพวกเราอยู่ด้วยกันเป็นคู่ ราคาถึงได้
สูงขึ้น”
“นี่ต่างหากคือคู่รักที่ยอดเยี่ยม”
เธอตบไหล่หมิงเหย่าเบา ๆ จากนั้นจึงหันหลัง “อย่าลืมโพสต์
คำพูดนี้ของฉันลงในอินเทอร์เน็ตนะ! แล้วก็อย่าลืมให้คนคลั่งรักพวก
นั้นท่องซ้าไปซ้ามาด้วย”
เธอส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย “ต่อไปไม่มีฉันแล้ว ไม่รู้พวกคน
คลั่งรักอย่างพวกเธอจะบ้าไปยังไงบ้าง!”
หมิงเหย่ายังจมดิ่งอยู่กับคำพูดของซุนหย่าจิ้ง จนสมองของเธอ
ไม่ตอบสนองไปครู่หนึ่ง
เมื่อเธอได้สติกลับมา ในห้องรับแขกก็เหลือแค่เธอคนเดียวแล้ว
หากไม่ใช่เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่บนโซฟาถูกทำความสะอาดไว้
เธอคงคิดว่าตัวเองเพ้อเจ้อไปแล้วแน่ ๆ
เธอนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้
หมอกควันที่เคยปกคลุมหัวใจก่อนหน้านี้เหมือนจะจางหายไป
ทันที
ตั้งแต่เธอเริ่มพูดเรื่องแต่งงานกับแฟนเก่า หลังจากพูดถึงสินสอด
หนึ่งแสนหยวน แฟนเก่าก็เอาแต่พูดเรื่องความรู้สึก
ไม่ว่าเธอจะบอกว่าจะนำสินสอดทั้งหมดกลับมาคืนให้ หรือจะ
เพิ่มสินเดิมของเธอลงไปด้วย แฟนเก่าก็ยังไม่ยอม
เธอเคยสงสัยว่าตัวเองร้องขอมาเกินไปหรือเปล่า แต่ยังไงพวก
เขาก็คบกันมาตั้งหลายปีแล้วนะ
จนกระทั่งแฟนเก่าของเธอแต่งงานกับคู่ดูตัวอย่างเป็นทางการ
ด้วยสินสอดสามแสน รถยนต์และบ้าน
เธอยิ่งรู้สึกแตกสลายขึ้นไปอีก
แฟนเก่ายังเคยโทรมาหาครั้งหนึ่ง บอกว่าเพราะเธอเห็นแก่เงินไม่
เห็นแก่ความรัก เขาจึงยอมจ่ายเงินมากกว่าเพื่อแต่งงานไปกับคนอื่น
แต่จะไม่ยอมให้สินสอดกับเธอ
ตั้งแต่รู้ว่าแฟนเก่าจะแต่งงาน หลังจากแอบเข้าไปส่องบัญชี
โซเชียลของเขา เธอก็เสียใจมาตลอดและตั้งคำถามกับตัวเองว่ามัน
เป็นความผิดของเธอหรือเปล่า
แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว ต่อให้เธอไม่ต้องการสินสอด แฟนเก่าก็
ไม่มีทางแต่งงานกับเธอ หรือต่อให้แต่งงานกัน เขาก็คงไม่เต็มใจอยู่ดี