เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1386 ยังไม่ได้ท าพินัยกรรมเอาไว้
หมิงเหย่าหัวเราะเยาะให้ตัวเอง พลางถอนหายใจออกมาอย่าง
แรง เธอยืนขึ้นด้วยความโล่งใจพร้อมกับบิดขี้เกียจ
เธอเดินไปที่ห้องนอน แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา
หลังลบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับแฟนเก่าไปหมดแล้ว เธอก็กดเข้าไปใน
แอ็กเคานต์ของซุนหย่าจิ้ง เตรียมจะแสดงความคิดเห็นด้านล่างโพสต์
แต่หลังจากกดเข้าไป กลับเห็นข้อความไว้อาลัยจำนวนมาก
[ฮือ ฮือ ฮือ! ทำไมถึงเป็นแบบนี้?]
[เดินทางไปอย่างสงบนะ!]
[ผู้ชายสารเลวต้องตาย!]
[คุณยังไม่ได้สอนเทคนิคตามจีบหนุ่มหล่อให้ฉันเลย ทำไมคุณ
ถึงตายไปแล้วล่ะ! คุณเป็นคนหลอกลวง ตอนเชื่อมต่อไลฟ์สตรีมก็คุย
กันไว้ดิบดีแล้วแท้ ๆ คุณบอกว่าจะสอนฉัน!]
[ไอ้เดรัจฉานนั่นจะได้รับโทษประหารเมื่อไหร่!]
หมิงเหย่าสีหน้าเปลี่ยนไปแล้ว เธอพิมพ์ชื่อแอ็กเคานต์ของซุน
หย่าจิ้งด้วยมือสั่นเทา จากนั้นก็เห็นหัวข้อข่าวเมื่อหลายวันก่อน
ตำรวจได้ประกาศกระบวนการทั้งหมดในคดีนี้ออกสู่สาธารณะ
แล้ว
หมิงเหย่าล้มลงไปบนพื้น ในหัวของเธอนึกถึงคำพูดเมื่อครู่นี้ของ
ซุนหย่าจิ้ง ไม่นานน้าตาก็ไหลออกมาแล้ว
ในอินเทอร์เน็ตต่างมีการไว้อาลัยด้วยความโศกเศร้า
…
ทว่าอีกด้านกลับมีเสียงด่าทอดังขึ้นในคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามอง
ตะวัน
ซุนหย่าจิ้งลอยมาอยู่ในสวนดอกไม้พลางปิดหูของตัวเอง “นาย
จะร้องไห้ไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย! พวกเด็กน้อยอย่างเมี่ยวเมี่ยวหยุดร้องกัน
ไปหมดแล้ว นายยังร้องอยู่ได้!”
“นายบำเพ็ญอยู่ในวัดไม่ใช่หรือไง? ควรจะชินกับความเป็นความ
ตายสิ?”
หงอินเดินตามหลังเธอ พอมองวิญญาณที่ล่องลอยของเธอก็
ร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักกว่าเดิม
“เสื้อผ้าสวย ๆ ที่เธอชอบ โทรศัพท์ที่ชอบเล่น เครื่องประดับ
สวยงามพวกนั้น…แต่เธอตายไปแล้ว…”
ซุนหย่าจิ้งกัดริมฝีปากอย่างเหนื่อยใจ เธอลอยไปหยุดอยู่ข้าง ๆ
เฉิงยวน “ขอยันต์จากท่านปรมาจารย์ให้ฉันสักแผ่นสิ วันนี้ฉันจะเข้า
ครัวไปทำปลาย่างถ่านสักหน่อย”
เฉิงยวนกอดอกเหมือนกำลังชมละคร “เจ้าก็สงสารหงอินสัก
หน่อยเถอะ! ตั้งแต่เขาแปลงร่างได้ ก็อยู่กับเจ้ามาตลอด ความรู้ของ
มนุษย์ก็เจ้าเป็นคนสอนให้”
“หากบอกว่าเจ้าเป็นแม่ในชาติใหม่ของเขาก็คงไม่เกินจริงนัก
หรอก”
“พอแม่ตายไปแล้ว แต่เขาร้องไห้นานขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องปกติ
หรือเปล่า?”
หงอินที่อยู่ข้างหลังยังเอ่ยปากพึมพำ “ชุดจากแฟชั่นโชว์ที่เธอ
ซื้อครั้งก่อน ยังไม่ทันได้ใส่เลย…”
ยังไม่ทันพูดจบ ซุนหย่าจิ้งก็นิ่งค้างไปแล้ว เธอหันกลับมามองหง
อินด้วยท่าทางแข็งทื่อราวกับเครื่องจักร ก่อนจะค่อย ๆ หันมามองเฉิง
ยวนอีกครั้ง
“คราวนี้เป็นเรื่องแล้วจริง ๆ ต้องให้ท่านปรมาจารย์ช่วยแล้ว!”
“ลั่วลั่วไปที่องค์กรแล้ว ไม่อยู่บ้าน”
ซุนหย่าจิ้งคว้าแขนเธอไว้ “ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยฉันหน่อยสิ! ข้าว
ของกับเครื่องประดับพวกนั้นอยู่ในบ้านฉัน ต้องรีบไปเอาออกมา
ก่อน”
เฉิงยวน “…”
“ฉันตายกะทันหันเกินไป ยังไม่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้เลย ถ้า
ญาติจอมโลภของฉันไปถึง พวกเขาต้องเอาสมบัติของฉันไปแบ่งกัน
จนหมดแน่” เธอเอาแต่ส่ายหน้าไปมา “แค่คิดว่าข้าวของของฉันถูก
พวกเขาเอาไปหมด ฉันก็แทบจะกลายเป็นผีร้ายเดี๋ยวนี้แล้ว!”
พลังอาฆาตบนตัวเธอเพิ่มขึ้นจริง ๆ
เฉิงยวนบอก “ใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งเป็นผีร้ายสิ! ฉู่ลั่วไม่อยู่บ้าน ถ้า
ข้าลงมือเอง ข้าก็กะหนักเบาไม่ถูกหรอกนะ”
“เจ้าบอกมาว่าจะให้ข้าช่วยอะไร?”
…
ตกกลางคืน
มีเสียงดังตึงตังจากในบ้านที่ซุนหย่าจิ้งเคยอาศัยอยู่
“เบาเสียงหน่อย! ใคร ๆ ก็รู้ว่าฉันอยู่ที่นี่คนเดียว พวกเธอส่งเสียง
ดังขนาดนี้ อยากทำเพื่อนบ้านข้างบนข้างล่างตกใจตายเหรอ?”
ซุนหย่าจิ้งถลึงตามองหูเสี่ยวหลี
หูเสี่ยวหลีกวาดตามองก่อนจะโยนเครื่องประดับลงในถุงมิติที่ทำ
จากหนังงูแบบลวก ๆ “เธอทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเพื่อจะมาเอาของ
เล่นพวกนี้เนี่ยนะ”
“มันคือสมบัติ! มีมูลค่ามาก! เธอเบามือหน่อยได้ไหม! ถ้า
แตกหักหรือเสียหายไปก็หมดราคากันพอดี!”
หูเสี่ยวหลีเม้มปาก
จิ่งเจียเหยียนขยายกระเป๋าหนังงูให้ใหญ่ เห็นอะไรก็หยิบใส่ลงไป
หมด
ซุนหย่าจิ้งหมดคำจะพูดทันที “ของพวกนั้นไม่มีราคา ไม่ต้องเอา
ไปให้เปลืองพื้นที่ได้ไหม! พวกเธอสองคนกำลังยั่วโมโหฉันเหรอ?”