เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1424 ฐานะปีศาจมังกร
หลังพวกเขาไปแล้ว ทั้งออฟฟิศพลันฮือฮาขึ้นมา
บางคนพูดถึงความหล่อเหลาของหัวหน้าทีมรักษาความ
ปลอดภัยและยามทั้งหลายเสียงเบา
บางคนพูดถึงเรื่องปีศาจมังกรที่สองพ่อลูกนายท่านฮั่วกล่าวถึง
เลขาทั้งหลายมองหน้ากัน สีหน้าต่างเจือแววกลัดกลุ้ม
เรื่องนี้…
ปิดไม่อยู่แล้ว!
……
หน้าประตูบริษัท
ยามทั้งหมดจับพวกเขาสองคนให้ยืนบนพื้นอย่างมั่นคง
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยยื่นไม้เท้าให้คุณปู่ฮั่วพลางกล่าว
“ดูแลตัวเองด้วยนะครับ คุณท่าน”
คุณปู่ฮั่วรับไม้เท้ามาแล้วคิดจะยกฟาดหัวหน้าทีมรักษาความ
ปลอดภัย แต่หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยกลับหลบได้อย่าง
คล่องแคล่ว
คุณปู่ฮั่วเอ่ยขึ้น “ดีจริง ๆ นะ พวกแกเชื่อฟังไอ้เดรัจฉานนั่นกัน
หมด! ฉันจะบอกแกให้ เขาจะเป็นใหญ่ในบริษัทฮั่วได้อีกไม่นานแล้ว
รอให้ลูกชายของฉันขึ้นรับช่วงต่อเมื่อไหร่ พวกแกเตรียมตัวโดนไล่
ออกกันได้เลย”
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยตอบเสียงเรียบ “ถ้าอย่างนั้นก็รอ
ให้ลูกชายคุณรับช่วงต่อแล้วค่อยว่ากันนะครับ”
พูดจบก็พาเหล่ายามเดินกลับไป
คุณปู่ฮั่วโกรธจนสีหน้าเข้มขึ้นกว่าเดิม เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง จน
ฮั่วเป่ยต้องเอ่ยปลอบอยู่พักใหญ่ถึงได้หายใจโล่งสบายขึ้น
ฮั่วเป่ยพยุงคุณปู่ฮั่วขึ้นรถหรูสีดำคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนน ทันที
ที่ขึ้นนั่ง เขาก็หันมองตำแหน่งที่นั่งข้างคนขับ “ฮั่วเซียวหมิงควบคุม
บริษัทฮั่วไว้หมดแล้ว ต่อให้พวกเราไปก็ทำอะไรไม่ได้”
คุณปู่ฮั่วหอบหายใจแล้วเอ่ยขึ้นบ้าง “เธอแน่ใจเหรอว่าเจ้าเด็กฮั่ว
เซียวหมิงเป็นปีศาจมังกรกลับชาติมาเกิด”
ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างคนขับหันกลับมาช้า ๆ
เธอคือจิ่งอันเสวี่ย
เธอรวบผมขึ้น ใบหน้าไร้เลือดฝาด แววตาเจือความเย็นยะเยือก
“หนูแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ”
คุณปู่ฮั่วเอ่ย “แน่ใจแล้วทำอะไรได้! เจ้าเด็กนั่นควบคุมบริษัทฮั่ว
ไว้หมด พวกสื่อก็คงไม่กล้ารายงานตามอำเภอใจ”
บรรดาหุ้นส่วนบริษัทยิ่งไม่ยอมเชื่อเขา
หรือต่อให้เชื่อก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฮั่วเซียวหมิง จึงไม่มี
ใครกล้าพูดอะไรทั้งนั้น!
อีกฝ่ายจะเป็นปีศาจมังกรหรือไม่ พวกเขาไม่สนใจ
เรื่องที่พวกเขาสนคือมันจะนำพาผลประโยชน์มาให้บริษัทได้
ไหม จะช่วยให้พวกเขามีเงินได้หรือเปล่า
ฮั่วเป่ยขมวดคิ้ว “สู้ด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ทางบริษัทก็ไม่
มีจุดให้เข้าไปแทรกแซง ผมดูท่าทีแล้วกระทั่งทางรัฐบาลก็ยังเงียบ
อยู่!”
เรื่องฮั่วเซียวหมิงเป็นปีศาจมังกร พวกเขาได้ข่าวมาสักพักแล้ว
รวมถึงเตือนไปทางรัฐบาล สื่อมวลชน และบริษัทเป็นนัย ๆ ไป
บ้าง
แต่ทั้งสามฝ่ายนี้บ้างก็ไม่เชื่อ บ้างก็ไม่สนใจ
จิ่งอันเสวี่ยพลันเหยียดยิ้ม สายตายิ่งทวีความเย็นชาหนักขึ้น
“พวกเขาไม่สนใจ แต่มีฝ่ายหนึ่งที่สนใจแน่นอนค่ะ”
…….
ปรโลก
วังยมราช
ฉู่ลั่วเงยหน้าเล็กน้อย สายตาจ้องมองกายธรรมอันสูงใหญ่ของ
สิบวังยมราช
เธอกับมาตี้จิงได้เพียงสองวัน ปรโลกก็เรียกตัวเธอมาพบแล้ว ดู
ท่าคงพอใจกับการไปเมืองผีเฟิงตูครั้งนี้ของเธอมาก
ฉินก่วงอ๋องกล่าว “เรื่องเมืองผีเฟิงตู พวกเราได้ทราบและสืบจน
แจ่มแจ้งแล้ว เธอทำได้ดีมาก”
ซ่งตี้อ๋องกล่าว “ครั้งนี้เธอได้สร้างความดีความชอบใหญ่หลวง
พวกเราตัดสินใจมอบอภิสิทธิ์ให้เธอหนึ่งครั้ง วันหน้า ขอเพียงเป็น
เรื่องที่เธอขอ ทางปรโลกจะทำตามให้แน่นอน”
ซ่งตี้อ๋องพูดจบ สิบวังยมราชก็พากันหลุบสายตามองร่างอัน
กระจิดริดของฉู่ลั่วซึ่งอยู่เบื้องล่าง
เธอยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย “อภิสิทธิ์หนึ่งครั้งเหรอคะ”
“ใช่ นี่เป็นคำมั่นที่ปรโลกให้ไว้ ขอเพียงปรโลกทำได้ ไม่ว่าเธอ
ขออะไรมา พวกเราก็จะตกลงทั้งหมด”
คำมั่นจากปรโลก อภิสิทธิ์ที่สิบวังยมราชมอบให้
นี่คือเกียรติยศอันสูงสุด
เท่ากับว่า…ปรโลกติดหนี้บุญคุณเธอหนึ่งครั้ง
ยมทูตขาวดำยืนอยู่ด้านหลังฉู่ลั่วยังเก็บซ่อนความตื่นตะลึงใน
แววตาไม่มิดเลย
เกียรติยศมากมายขนาดนี้…
ทั้งสามภพภูมิมีเพียงเธอคนเดียวที่ได้รับ!
ฉู่ลั่วยังมีสีหน้าราบเรียบเหมือนเคย “ฉันเกือบตายอยู่ที่เมืองผี
เฟิงตูนะคะ”
สิบวังยมราช “…”