เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1426 รับโทษตามกฎ
ฉู่ลั่วมายืนอยู่หน้าประตูบ้านที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายโบราณ
ถึงแม้จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณแบบนั้น แต่มันกลับตั้งอยู่ใน
หุบเขาลึก
ท่ามกลางหุบเขาลึกแห่งนี้ มีบ้านนี้อยู่โดดเดี่ยวหลังเดียว
ป้ายเหนือประตูไม่ได้บอกชื่อตำหนัก แต่วาดอักขระที่ซับซ้อนไว้
ฉู่ลั่วจดจ้องมัน เห็นว่าเป็นอักขระม่านพลังที่มีประสิทธิภาพสูง
สมกับเป็นตระกูลจี้แห่งนิกายเต๋า ตระกูลที่มีชื่อเสียงแห่งแขนง
ม่านพลัง
ป้ายประตูซึ่งสืบทอดกันมานาน ล้วนมีผลถึงม่านพลังอันแรงกล้า
เธอเดินเข้าหยุดอยู่ใกล้ประตู ม่านพลังพลันเกิดปฏิกิริยาขึ้นมา
ทันที
ไม่นานนัก ประตูบานหนาก็เปิดออกช้า ๆ ผู้ที่เดินออกมาคือผู้
เฒ่าอายุมากคนหนึ่ง
เส้นผมและหนวดเคราของเขาล้วนเป็นสีขาว หลังก็โก่งงอ
เล็กน้อย “คุณคือเจ้านิกายใช่ไหมครับ”
“ฉันเองค่ะ!”
“เชิญเข้ามาได้เลย หัวหน้าตระกูลกำลังจัดการธุระอยู่ข้างนอก
ส่วนนายน้อยก็ป่วยติดเตียง ตอนนี้มีแค่ผมที่มาตอนรับคุณได้”
ฉู่ลั่วเดินผ่านม่านหลังไปพร้อมผู้เฒ่า ทันทีที่ผ่านเข้ามา เธอก็
สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล นี่เป็นแรงกดดันจากม่านพลัง มีไว้
เพื่อสะกดพลังของผู้บำเพ็ญที่เข้ามายังที่แห่งนี้
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองม่านหลัง
ม่านพลังนี้สะกดเพียงพลังของคนนอก แต่ไม่สะกดคนในตระกูล
ซึ่งมีสายเลือดตระกูลจี้
ตระกูลจี้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนักเซียนแห่งลัทธิเต๋า วิชาลับที่
สืบทอดกันในตระกูลก็คือม่านพลัง
และตระกูลจี้ต่างไปจากตระกูลไจ๋ ตระกูลไจ๋ตั้งอยู่ในตัวเมืองที่
ครึกครื้น คนในตระกูลส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจด้านศาสตร์เต๋า
ส่วนตระกูลจี้นั้นเป็นสำนักเซียนมาแต่ดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง พวก
เขาพำนักในหุบเขาลึก ถึงแม้คนรุ่นหลังในตระกูลจะออกจากบ้านได้
แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎของสำนักเซียน
ผู้เฒ่าเดินไปพลางคุยสัพเพเหระกับฉู่ลั่ว
รอจนมาถึงหน้าประตูลานรูปโค้งแห่งหนึ่ง จึงหยุดฝีมือเท้าลง
“พออายุมากแล้วก็เริ่มพูดมากขึ้น นายน้อยอยู่ข้างในนี้ เจ้า
นิกายเข้าไปได้เลยครับ ผมคงไม่เข้าไปด้วย”
ผู้เฒ่าโบกมือ ก่อนจะก้าวออกไปช้า ๆ สองมือยกไพล่หลัง
ฉู่ลั่วเดินไปยังหน้าประตูลาน และเห็นว่าในลานมีสิ่งของสมัยใหม่
ตั้งอยู่ไม่น้อย
เธอเข้าไปถึงหน้าประตูแล้วจึงยกมือเคาะ
“เข้ามาเลยครับ”
เธอผลักประตูเข้าไป เห็นจี้ไจ่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง
“เจ้านิกาย คุณมาได้ยังไงครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ยตอบ “เพราะเกิดเรื่องกับคุณ ฉันก็เลยมาเยี่ยม คนที่
สำนักงานอยากมาเยี่ยมคุณเหมือนกันหมด แต่…”
กฎของตระกูลจี้นั้นเข้มงวดมาก สมาชิกในองค์กรของพวกเขา
จึงไม่สะดวกมาเยี่ยมเยือน “ได้แต่ฝากของกับฉันมาเยี่ยมคุณ”
จี้ไจ่ขยับร่างกายตัวเองพลางกล่าว “ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก
ครับ แค่ถูกพลังหยินทำร้ายชีพจรเท่านั้น พักฟื้นสักระยะก็คงหาย”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว จ้องมองเขาอยู่พักหนึ่ง
ก่อนจะเห็นสีหน้าจี้ไจ่ชะงักไป “เจ้านิกายครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ย “คุณบาดเจ็บจากพลังหยิน แค่ขับไล่พลังหยินออกไปก็
หายแล้ว แต่ตอนนี้คุณ…”
ยังนอนอยู่บนเตียง เหมือนจะลงจากเตียงยังไม่ได้ด้วยซ้า
รอยยิ้มจี้ไจ่แข็งค้างไปครู่หนึ่ง
เขาทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่ฉู่ลั่วพุ่งปราดเข้าไปทันที แล้วเลิก
ผ้าห่มเขาขึ้น หลังเห็นภาพใต้ผ้าห่ม ดวงตาของเธอก็พลันเบิกกว้าง
ใต้ผ้าห่มนั้น ขาสองข้างของจี้ไจ่เต็มไปด้วยคราบเลือด ทั้งยังมี
พลังหยินห้อมล้อมบนขา รวมไปถึงพลังวิญญาณกล้าแกร่งที่
ไหลเวียนไปตามสองขาอีกด้วย
จี้ไจ่ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมสองขาของตัวเองทันที “แค่เรื่องเล็กน้อย
ครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “คุณแค่บาดเจ็บจากพลังหยิน แล้วทำไม…”
“กฎของสำนักเซียนครับ”
ฉู่ลั่วเห็นสีหน้าไม่ใส่ใจของจี้ไจ่ ราวกับความเจ็บปวดนั้นไม่ได้
สลักสำคัญอะไรสำหรับเขา
ฉู่ลั่วเม้มริมฝีปาก “การที่ตระกูลจี้ไปรับตัวคุณกลับจากองค์กร
ไม่ใช่เพราะจะรักษาบาดแผลของคุณ แต่เพื่อลงโทษคุณด้วยกฎของ
สำนักเหรอคะ”
ทันทีที่เธอกลับมาถึงตี้จิง สมาชิกองค์กรก็บอกว่าคนตระกูลจี้มา
รับจี้ไจ่กลับไปแล้ว
คนทั้งองค์กรมองว่าตระกูลจี้โกรธที่จี้ไจ่บาดเจ็บ ถึงได้รีบร้อนรับ
จี้ไจ่กลับบ้าน
แต่ใครจะคิดว่ากลับเป็นการไปรับเขาเพื่อกลับมารับโทษตามกฎ
สำนักต่างหาก