เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1442 งานศพใหม่
ไม่รอให้ฉู่ลั่วตอบ ผู้ชายที่อยู่ข้างหลังก็ดึงเธอออกไป เขามีสี
หน้ายิ้มแย้ม และพูดด้วยน้าเสียงฟังดูเคารพว่า “ขอโทษนะครับ
ปรมาจารย์ฉู่ เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ยังต้องรบกวนปรมาจารย์ฉู่ให้ช่วย
อีก!”
“แต่เด็กคนนี้จะอายุสั้นจริงเหรอครับ?”
“ตอนนี้ผมมีลูกสาวแล้วสองคน แต่ก็อยากได้ลูกชายมาตลอด
ผมต้องพาเด็กคนนี้กลับไปแน่นอน ขอแค่เด็กคนนี้ไม่เป็นอะไร จะให้
ผมจ่ายเงินเท่าไหร่ก็ได้ครับ”
ฉู่ลั่วพูดขึ้น “ในดวงชะตาของเขา หากกลับบ้านไปกับพ่อมีแต่จะ
อายุสั้นค่ะ ถ้าอยากให้เขาหลุดพ้นจากอายุขัยที่สั้นนี้ไป ก่อนเขา
เติบโตเป็นผู้ใหญ่จะไม่สามารถกลับบ้านได้ และไม่สามารถจดจำ
บิดาหรือญาติทางฝั่งพ่อได้ค่ะ”
ผู้ชายก้มหน้าคำนวณดู ก็คิดว่าอายุของตัวเองยังพอจะเลี้ยงดู
ลูกคนนี้ก่อนที่เขาจะโตได้ “ผมทราบแล้วครับ ขอบคุณท่าน
ปรมาจารย์”
“ซ่งจือหนาน คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ! นี่คือลูกชายของคุณ!”
“คุณทำแบบนี้ไม่ได้!”
แม่ผู้แข็งแกร่งวิ่งเข้ามาตะโกนว่า “เขาคือลูกชายของคุณ แม้แต่
ลูกชายของตัวเองคุณก็ไม่ต้องการแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
ผู้ชายคนนั้นแสดงสีหน้ารังเกียจใส่แม่ผู้แข็งแกร่ง เขาหยิบ
โทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดเข้าไปในวิดีโอหนึ่งพร้อมกับปิดเสียง ก่อนจะ
ส่งไปตรงหน้าเธอ “ดูให้ชัด!”
ในวิดีโอนั้นคืออะไร พวกผู้ชมไม่มีใครรู้เลย
แต่หลังจากดูวิดีโอนั้นแล้ว สีหน้าของแม่ผู้แข็งแกร่งก็เปลี่ยนสี
เป็นขาวซีดทันที
เธอนั่งลงบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง จนเด็กเกือบจะร่วงลงจากอ้อม
แขนของเธอ
แต่ก็ถูกผู้ชายคนนั้นรับเอาไปอุ้มไว้ได้
“ถ้าอย่างนั้นไม่รบกวนท่านปรมาจารย์แล้วครับ”
การเชื่อมต่อถูกตัดไป ส่วนผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีมต่างก็ตะลึกกัน
ไปหมด
[ให้ตายสิ นี่มันจะรวดเร็วเกินไปแล้ว!]
[จนถึงตอนนี้ฉันยังสับสนอยู่เลย ใครช่วยอธิบายให้ฉันฟังได้
ไหม? ว่าตกลงแล้วเด็กคนนี้เป็นลูกใครกันแน่?]
ฉู่ลั่วไม่ได้สนใจความคิดเห็นเหล่านี้ แต่ติดต่อไปหาผู้โชคดีคนที่
สองอย่าง ‘อย่าเป็นผู้ชายขี้โม้’
ทันทีที่เชื่อมต่อสำเร็จ ใบหน้าขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
กล้อง
“ท่านปรมาจารย์ช่วยผมด้วยครับ!”
ฉู่ลั่วจ้องมองบนหน้าผากของเขา “ตัวคุณมีพลังหยิน!”
“ไม่ใช่ผม แต่เป็นลูกของผมครับ!”
เขาหันมุมกล้องเล็กน้อย ให้ไปถ่ายลูกที่นอนอยู่บนเตียง ดวงตา
ของเด็กคนนั้นเบิกกว้างจนเป็นวงกลม ริมฝีปากพึมพำไม่หยุด มือทั้ง
สองข้างกำลังไขว้คว้าอะไรบางอย่างกลางอากาศ
“เขาเป็นแบบนี้มาสามวันแล้วครับ ก่อนหน้านี้พวกเราคิดว่าเขา
ป่วย แต่หลังจากพาไปที่โรงพยาบาล หมอกลับบอกว่าร่างกายเขา
แข็งแรงมาก อาจจะมีปัญหาที่สมองก็ได้”
“พอไปเอ็กซ์เรย์ สมองก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ”
“สุดท้ายหมอจึงบอกว่าเป็นอาการทางจิต”
“แต่พวกเราสองสามีภรรยาไม่เคยมีอาการทางจิตเลยนะครับ
แล้วลูกของพวกเราจะมีอาการทางจิตได้ยังไง!”
ภรรยาที่อยู่ข้าง ๆ ก็สะอื้นพลางเช็ดน้าตา “ท่านปรมาจารย์
ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยลูกของฉันด้วย!”
สองสามีภรรยามองมาทางฉู่ลั่ว
“พวกเราพาลูกไปที่สำนักเต๋ากับวัดแล้ว แต่อาการของลูกก็ยัง
ไม่ดีขึ้นเลยครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ยถาม “ช่วงนี้ครอบครัวของพวกคุณไปร่วมงานศพมาใช่
ไหมคะ?”
อย่าเป็นผู้ชายขี้โม้ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า “ใช่ ใช่ ใช่ครับ! น้า
ชายของผมเสียชีวิต ผมเลยพาครอบครัวกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อไป
ร่วมงานศพของน้าชาย”
ฉู่ลั่วพลันถอนหายใจ “เด็กมีพลังหยางอ่อนแอ วิญญาณสวรรค์
ยังไม่ปิด สามารถมองเห็นสิ่งสกปรกได้ง่ายค่ะ”
“โดยเฉพาะในงานศพใหม่ ผีเร่ร่อนบางตนจะถือโอกาสนี้มาแย่ง
เอาของกินหรือไม่ก็เงินกงเต๊กของบ้านที่จัดงานศพใหม่”
“ดูท่าลูกของพวกคุณคงจะเห็นของสกปรกเข้าแล้วล่ะค่ะ”
อย่าเป็นผู้ชายขี้โม้ฟังคำพูดของฉู่ลั่วแล้วรีบเอ่ยถาม “ท่าน
ปรมาจารย์ ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรทำยังไงครับ?”
ฉู่ลั่ว “ตอนนี้ดูจากสภาพของเขา มีความเป็นไปได้มากว่า
วิญญาณเร่ร่อนจะเข้าร่างเขา และกำลังแย่งชิงร่างนี้กับวิญญาณของ
ลูกชายพวกคุณ”
“ตอนนี้มีสองทางเลือกค่ะ”
“ทางแรก ถ้าอยากขับไล่วิญญาณออกจากร่างให้เร็วที่สุด ก็ต้อง
ใช้วิธีการบีบบังคับสักหน่อยค่ะ แต่วิธีนี้อาจทำให้วิญญาณของลูก
คุณบาดเจ็บได้”
“ส่วนวิธีที่สอง ใช้วิธีอ่อนโยนและหาทางเชิญวิญญาณออกจาก
ร่าง โดยให้สมัครใจออกไปเอง ซึ่งวิธีการนี้จะไม่ทำลายวิญญาณของ
ลูกคุณค่ะ”