เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1444 ไม่มีชื่ออื่นแล้ว
เหตุการณ์นี้ทำให้ความคิดเห็นในไลฟ์สตรีมพากันตื่นตกใจ
[ฉันตกใจแทบตาย!]
[ภาพเหตุการณ์เมื่อกี้มันน่าตกใจเกินไปแล้ว! น่ากลัวเกินไป
แล้ว!]
[แววตาแบบนั้นดูไม่เหมือนแววตาของเด็กคนหนึ่งเลย ไม่เหมือน
แววตาของมนุษย์ด้วย]
[เทพธิดาน้อย รีบลงสนามเลยสิ จัดการวิญญาณเร่ร่อนดวงนี้
เลย!]
อย่าเป็นผู้ชายขี้โม้กับภรรยาก็วิ่งมาหากล้อง “ท่านปรมาจารย์
ช่วยด้วยครับ! ช่วยลูกของพวกเราด้วย!”
ระหว่างที่พูดไปเสียงกริ่งตรงประตูบ้านก็ดังขึ้น
ภรรยารีบยืนขึ้น เธอเดินไปที่ประตูพลางพูดว่า “ฉันโทรไปหาพ่อ
กับแม่แล้ว พวกเขาน่าจะรู้ชื่อญาติ ๆ อีก”
พอประตูเปิดออกก็เป็นพ่อแม่สามีจริง ๆ
คนแก่ทั้งสองต่างร้อนใจมาก หลังจากมาถึงก็รีบเข้าไปหยิบ
ตะเกียบ พลางไล่รายชื่อในความทรงจำออกมา
แต่ไม่ว่าจะเป็นชื่อไหนก็ไม่สามารถทำให้ตะเกียบตั้งตรงได้เลย
อย่าเป็นผู้ชายขี้โม้พูดขึ้น “แม่ครับ ลองคิดดูดี ๆ อีกครั้งสิครับ ดู
ว่าทางฝั่งน้าชายยังมีญาติคนไหนอีกบ้างไหม!”
แม่สามีมองหลานชายตัวเองด้วยความสงสาร “คิดดีแล้ว ฝั่งแม่ก็
มีญาติที่สายเลือดใกล้ชิดกันไม่เท่าไหร่ แม่พูดออกมาหมดแล้ว
แม้แต่ครอบครัวของยายแก ครอบครัวของป้าแก แม่ก็พูดออกมา
หมดแล้ว”
“ท่านปรมาจารย์…”
คนในครอบครัวทั้งสี่คนมองไปทางฉู่ลั่วเป็นตาเดียว
ฉู่ลั่วก้มหน้าคำนวณเล็กน้อย “วิญญาณในร่างลูกชายของคุณ
มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับครอบครัวคุณแน่นอน อีกอย่างยัง
เป็นสายเลือดใกล้ชิดด้วยค่ะ!”
“คนที่มีสายเลือดใกล้ชิดกัน ผมก็พูดออกมาหมดแล้วนะครับ!”
อย่าเป็นผู้ชายขี้โม้กัดฟันแน่น “ถ้าอย่างนั้นก็ใช้วิธีที่ท่าน
ปรมาจารย์บอกก่อนหน้านี้เถอะครับ บังคับให้วิญญาณตนนี้ออกมา
จากร่างของลูกผม…”
“ไม่ได้ ไม่ได้นะ”
ภรรยารีบโบกมือห้าม
แม่กับพ่อสามีก็ร้อนใจขึ้นแล้ว “จะทำแบบนั้นได้ยังไง”
ฉู่ลั่วเอ่ยเตือน “วิญญาณของเด็กเล็กอ่อนแอมาก ร่างกายก็
อ่อนแอด้วย ถ้าบังคับให้อีกฝ่ายออกจากร่าง จะส่งผลกระทบใหญ่
หลวงกับร่างกายของเด็กนะคะ”
“เด็กบางคน โดยเฉพาะเด็กเล็ก หลังถูกวิญญาณสิงร่าง ถึงจะ
สามารถดึงมันออกไปได้ แต่หลังจากนั้นก็จะเจ็บป่วยง่ายมาก
ร่างกายก็อ่อนแอลง จะโตมาร่างกายผอมเล็ก”
เมื่อเธอพูดออกมาแบบนี้ คนทั้งครอบครัวก็ส่ายหน้าไม่เอาแล้ว
แค่คิดว่าลูกชายที่แข็งแรงของพวกเขา ต่อไปจะทั้งผอมและตัว
เล็ก พวกเขาก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหว
“ท่านปรมาจารย์ ยังมีวิธีอย่างอื่นอีกไหมครับ”
ฉู่ลั่วมองเด็กคนนั้นที่จู่ ๆ ก็สงบลงกะทันหันครู่หนึ่ง ก่อนจะถอน
หายใจออกมาเบา ๆ “พวกคุณโทรกลับไปหาคนที่บ้านเกิด พวกเขา
อาจจะรู้ชื่อค่ะ”
อย่าเป็นผู้ชายขี้โม้มองแม่ของตน
แม่สามีรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา ติดต่อไปหาหมายเลขหนึ่ง อีก
ฝ่ายกดรับสายอย่างรวดเร็ว “พี่สะใภ้! พี่ได้ดูไลฟ์สตรีมหรือเปล่าคะ?
ดูแล้วสินะ! ถ้าอย่างนั้นช่วยฉันคิดหน่อยค่ะ ดูว่ายังมีชื่อใครอีกไหมที่
พวกเราไม่ได้พูดออกมา!”
พี่สะใภ้ของแม่สามีก็เป็นห่วงเด็กน้อยเช่นกัน เธอรีบพูดออกมา
ว่า “ไม่มีแล้ว คนในครอบครัวเราอยู่ที่นี่กันหมด ตอนนี้กำลังช่วยกัน
คิดอยู่”
ปลายสายมีเสียงดังจอแจขึ้นมา ล้วนเป็นเสียงของบรรดาญาติ ๆ
ทั้งสิ้น
“พี่สะใภ้ ไม่มีชื่ออื่นแล้วจริง ๆ เหรอคะ?”
“ไม่มีชื่ออื่นแล้ว!”
คนทั้งครอบครัวมองฉู่ลั่วอีกครั้ง
ฉู่ลั่วบอก “เปิดวิดีโอทีค่ะ ให้ฉันดูตำแหน่งที่ตั้งของบ้านเกิดคุณ
หน่อยค่ะ”
สายถูกตัดไป
เปลี่ยนเป็นการโทรด้วยวิดีโอแทน
ในวิดีโอเผยให้เห็นคนจำนวนไม่น้อย
เห็นได้ชัดว่ารอบบ้านยังมีข้าวของสำหรับจัดงานศพที่ยังไม่ได้
เก็บกวาดให้สะอาด
“ท่านปรมาจารย์ คุณดูสิคะ นี่คือบ้านของฉันค่ะ”
กล้องหันไปรอบ ๆ ให้เธอเห็นภายในบ้านทุกซอกทุกมุม ก่อนจะ
เดินออกไปข้างนอก เพื่อถ่ายภาพภายนอกตัวบ้านทั้งหมด
เป็นบ้านแบบชนบททั่วไป แต่มีบ้านสไตล์ตะวันตกอีกสามหลังที่
สร้างเพิ่มขึ้นมาใหม่
อย่าเป็นผู้ชายขี้โม้พูดแนะนำอยู่ด้านข้าง “บ้านที่อยู่ห่างออกไป
ไม่ไกลคือบ้านน้าชายคนโตของผม ส่วนนั่นเป็นบ้านน้าชายคนรอง
ของผม แล้วตอนนี้ที่นี่ก็เป็นบ้านของน้าชายคนเล็กแล้วครับ”
พูดจบเขาก็ถอนหายใจ “ส่วนน้าชายคนโตกับน้าชายคนรอง
เสียชีวิตแล้วทั้งคู่ครับ”