เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1451 ไปหาฮั่วเซียวหมิง
ณ บ้านตระกูลจี้
จี้ไจ่นอนดูไลฟ์สตรีมของฉู่ลั่วอยู่บนเตียง ริมฝีปากของเขายก
ยิ้มขึ้นเล็กน้อย
แต่คนอื่น ๆ ที่อยู่ในห้องกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปแล้ว
โดยเฉพาะนักพรตเทียนหลัว เขาโกรธจนขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าก็
เขียวคล้า
เขาหันมามองจี้ไจ่ “นี่คือเจ้านิกาย นี่คือสิ่งที่เจ้านิกายปฏิบัติต่อ
ผู้อาวุโสของลัทธิเต๋าเหรอ?”
ไม่ใช่แค่นักพรตเทียนหลัวที่โกรธ แม้กระทั่งคนอื่น ๆ ในลัทธิเต๋า
ก็โกรธไม่น้อย
สายตาจี้ไจ่จับจ้องอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ เขาพูดด้วยน้าเสียง
ราบเรียบว่า “หลักการที่เจ้านิกายยึดถือมาตลอดก็คือการเคารพต่อ
ผู้แข็งแกร่ง”
เขาเงยหน้าขึ้น มองนักพรตเทียนหลัวซึ่งกำลังโกรธจัด “นี่เป็น
กฎเหล็กของลัทธิเต๋าไม่ใช่เหรอครับ?”
นักพรตเทียนหลัวกัดฟันด้วยความโกรธ แต่ไม่สามารถโต้แย้ง
อะไรได้
ส่วนนักพรตหงฟางที่อยู่ในไลฟ์สตรีมไม่สามารถควบคุมสีหน้า
ได้แล้ว
เขาไม่เคยถูกใครด่าแบบนี้มาก่อน
ไม่เคยถูกคนมากมายขนาดนี้พร้อมใจกันด่าทอเขา
เมื่อมองความคิดเห็นที่กำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่ และความคิดเห็น
แปลกประหลาดที่มีต่อนักพรตหงฟาง สายตาเขาก็เย็นชาขึ้น เขายก
มือขึ้นสร้างตราประทับเอ่ยท่องคาถา
พอเห็นแบบนั้น ฉู่ลั่วก็ยกมือขึ้นสร้างผนึกรีบท่องคาถาเช่นกัน
[ให้ตายเถอะ เมื่อกี้สมองของฉันมึนงงไปเลย]
[เมื่อกี้ฉันกำลังรินน้า มันเกือบจะลวกฉันแล้ว]
[ฉันตกใจหมดเลย ฉันตกบันไดตอนเดินไปข้างล่าง หัวเกือบ
กระแทกบันได แต่ดีที่ประคองตัวไว้ได้ทัน]
คนจำนวนมากแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์อันตรายที่
น่าตื่นตระหนกของตนเอง
หลังความคิดเห็นแบบนี้มีมากเข้า ผู้ชมก็เข้าใจขึ้นมาหลายส่วน
แล้ว
ฉู่ลั่วพูด “การสาปแช่งคนธรรมดาไม่ใช่สิ่งที่นักพรตเต๋าควรทำ!”
นักพรตหงฟางวางมือลง ก่อนจะทำเสียงเย็นชา “แค่สั่งสอนพวก
เขาเล็กน้อย ให้พวกเขารู้ว่าปากนำพาความโชคร้ายมาได้”
ฉู่ลั่ววางมือลง
[นี่ไม่ใช่การสั่งสอนเล็กน้อยแล้ว]
[มันถึงตายได้เลยนะ]
[อย่างเบาก็บาดเจ็บ]
นักพรตหงฟางไม่สนใจความคิดของผู้ชม เขาพูดออกมาตาม
ตรงว่า “ฉู่ลั่ว ในฐานะเจ้านิกาย เรื่องของมังกรปีศาจโลกาวินาศ เธอ
ต้องจัดการ”
“ถ้าเธอไม่ยอมจัดการ ก็อย่ามายุ่งวุ่นวายถ้าพวกเรานักพรตทั้ง
ลัทธิเต๋าจะออกโรงจัดการเอง”
จอช่องไลฟ์สตรีมกะพริบอีกครั้งก่อนจะกลับมาเป็นปกติ
ฉู่ลั่วพูดกับผู้ชมที่กำลังหวาดกลัวว่า “ทุกคนวางใจได้ค่ะ! คำ
สาปแช่งที่เขาทำใส่พวกคุณ ฉันแก้ให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ไม่มี
ผลกระทบอะไรแล้วค่ะ”
“ไลฟ์สตรีมของวันนี้ถึงแค่ตรงนี้นะคะ”
หลังปิดไลฟ์สตรีมแล้ว ฉู่ลั่วก็ยืนขึ้น
เฉิงยวนมีสีหน้ามืดครึ้ม “คนคนนั้นเป็นใคร? ทำไมเย่อหยิ่ง
ขนาดนี้!”
“เขาคือผู้อาวุโสเก่าแก่ของลัทธิเต๋า นักพรตหงฟาง บำเพ็ญมา
นานหลายปีแล้ว”
เฉิงยวนหัวเราะเยาะ “เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้มาชี้นิ้วสั่งให้
เจ้าทำนู่นทำนี่”
เห็นฉู่ลั่วยืนขึ้นและเดินไปข้างนอก เฉิงยวนก็ตามไป “เจ้าจะไป
จัดการเรื่องโลงศพแนวตั้งใช่ไหม?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวถามต่อ “หรือว่าจะไปหาน้องชายของหนูคะ?”
ฉู่ลั่วบอก “ไปหาฮั่วเซียวหมิง”
“หา!”
พวกเขาร้องเสร็จ ฉู่ลั่วก็หายตัวไปทันที
เฉิงยวนตกตะลึงอยู่สักพัก ก่อนจะยิ้มเยาะอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นักพรตพวกนั้นคงไม่โง่ถึงขนาดไปตามหาฮั่วเซียวหมิงถึงที่บ้าน
ตระกูลฮั่วเพื่อสร้างความวุ่นวายหรอกใช่ไหม!”
ซุนหย่าจิ้งยกสองมือกอดอก “ไม่รู้สิ! แต่ฉันกลับรู้สึกว่าคนพวก
นั้นไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่”
……
บ้านตระกูลฮั่ว
หยางไต้กำลังนั่งอยู่บนโซฟา เธอปิดช่องไลฟ์สตรีมไปส่ง ๆ “คน
ที่ปรากฏตัวในไลฟ์สตรีมของฉู่ลั่วกะทันหันคนนั้นเป็นใครกัน?”
ฮั่วจิ้น “ไม่รู้เหมือนกัน”
เขาเผยสีหน้ากังวลออกมา “คนคนนี้รู้ว่าอาจิ่วเป็นมังกรปีศาจ
โลกาวินาศ แต่ตัวตนของอาจิ่วในฐานะมังกรปีศาจโลกาวินาศกลับ
ชาติมาเกิดควรจะเป็นความลับสิ!”
หยางไต้กำลังจะเอ่ยปากก็เห็นฉู่ลั่วมาปรากฏตัวภายใน
ห้องรับแขกเสียก่อน
“ลั่วลั่ว ทำไมจู่ ๆ หนูถึงมาได้ล่ะ! ชายแก่ในไลฟ์สตรีมของหนู
เขาเป็นใครกันแน่? แล้วเขาไม่ได้รังแกหนูใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้าตอบ “แค่ผู้อาวุโสคนหนึ่งของลัทธิเต๋าค่ะ เขาไม่ได้
สร้างความลำบากอะไรให้หนูหรอก”
“ฮั่วเซียวหมิงล่ะคะ?”
“อาจิ่วอยู่ข้างบนจ้ะ”
หยางไต้เพิ่งพูดจบ ร่างของฮั่วเซียวหมิงก็ปรากฏขึ้นบนบันได
ในมือเขายังลากกระเป๋าเดินทางใบไม่เล็กไม่ใหญ่มาด้วยอีกใบหนึ่ง