เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1452 บุกรุกที่พักส่วนตัว
“ผมเดาได้ ว่าคุณอาจจะมาหาผม” ฮั่วเซียวหมิงมองฉู่ลั่วแล้ว
กล่าวเบา ๆ
เขายกกระเป๋าเดินทางลงมายังชั้นล่าง “พ่อครับ แม่ครับ ผมจะไป
อยู่กับลั่วลั่วสักระยะหนึ่งนะครับ”
หยางไต้ได้ยินแบบนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นทันที แต่วินาทีต่อมา
เธอกลับขมวดคิ้ว “ถึงชายแก่คนนั้นจะไม่ได้เปิดเผยตัวตนของลูกต่อ
สาธารณะ แต่พวกเขาต้องรู้แน่ว่าลูกเป็นใคร!”
“ลูกไปอยู่กับลั่วลั่วแบบนี้ จะสร้างความเดือดร้อนให้ลั่วลั่วหรือ
เปล่า?” เธอถามอย่างกังวล
ฮั่วจิ้นครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง “ลั่วลั่ว การที่หนูอยากพาอาจิ่วไป เป็น
เพราะมีคนของลัทธิเต๋าคิดจะมาจับตัวอาจิ่วใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วตอบ “อาจจะไม่ได้มาเพื่อจับตัวเขา แต่พวกเขาต้องใช้
วิธีการบางอย่างแน่นอนค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงไม่ใช่คนธรรมดา
เขาคือทายาทที่จะรับช่วงต่อฮั่วกรุ๊ปในอนาคต
ฮั่วกรุ๊ปเองก็กุมปากท้องของผู้คนนับหมื่นเอาไว้เหมือนกัน
เธอบอกกับหยางไต้ว่า “ให้เขาไปกับหนูเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
แล้วค่ะ หนูเป็นเจ้านิกายของลัทธิเต๋า และเป็นหัวหน้าองค์กร พวก
เขาไม่กล้าทำอะไรหนูหรอกค่ะ”
“อีกอย่าง พวกเขาก็ไม่มีความสามารถที่จะทำได้ด้วย”
“มันก็จริงนะ ลั่วลั่วเก่งกาจขนาดนี้ พวกเขาจะกล้าลงมือกับเธอ
ได้ยังไงล่ะ!” หยางไต้นึกโล่งใจ
ฉู่ลั่วพูดคุยกับพวกเขาอีกสองสามประโยค ก็จับมือฮั่วเซียวหมิง
ไว้ เธอสะบัดยันต์แผ่นหนึ่งออกไปพลางเอ่ยท่องคาถา
เงาร่างของทั้งสองคนกับกระเป๋าเดินทางอีกหนึ่งใบพลันหายวับ
ไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาเพิ่งหายตัวไปได้ไม่นาน กลุ่มคนสวมชุดนักพรตเต๋า
หลายสิบคนก็ปรากฏตัวขึ้นภานในคฤหาสน์ตระกูลฮั่ว
ฮั่วจิ้นโมโหมาก เขาถามเสียงดัง “พวกคุณเป็นใครกัน? ถึงกล้า
บุกรุกเข้ามาในที่พักอาศัยส่วนตัวของคนอื่นแบบนี้!”
หยางไต้กัดฟันเอ่ยต่อด้วยความโกรธเกรี้ยว “ดีจริง ๆ ! ตั้งแต่
เมื่อไหร่กันที่บ้านตระกูลฮั่วของฉันกลายเป็นสถานที่ให้พวกคุณเข้า
ออกตามใจชอบได้”
ชายที่เป็นผู้นำเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าอันเย็นชา “พวกเรามา
หามังกรปีศาจโลกาวินาศที่กลับชาติมาเกิด ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
หยางไต้ทำเสียงไม่พอใจใส่
สายตาฮั่วจิ้นปรากฏแววเย็นชา “ลัทธิเต๋าใจกล้าบ้าบิ่นถึงขนาด
นี้เชียวเหรอ? ฉันจะโทรไปแจ้งเรื่องเดี๋ยวนี้เลย”
ฮั่วจิ้นโทรติดต่อไปหาหมายเลขหนึ่ง อีกฝ่ายกดรับสายอย่าง
รวดเร็ว “นายกเทศมนตรีฉิน ระบบรักษาความปลอดภัยในตี้จิง
เละเทะขนาดนี้แล้วเหรอครับ?”
“มีคนบุกรุกเข้ามาในบ้านของผมอย่างเปิดเผย บอกว่าจะมาจับ
มังกรปีศาจโลกาวินาศอีก!”
“จะมาจับคนก็ต้องมีเอกสารสิ!”
นายกเทศมนตรีฉินถึงกับตกตะลึงไปแล้ว
เหล่านักพรตหลายสิบคนก็เบิกตากว้างเช่นกัน “พวกเราทำเพื่อ
ความปลอดภัยและสงบสุขของมวลมนุษย์…”
หยางไต้เลิกคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นมีเอกสารหรือเปล่า? ไม่ว่าเรื่องอะไร
ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนไม่ใช่เหรอ!”
“วันนี้พวกคุณบอกว่ามาเพื่อจับมังกรปีศาจโลกาวินาศ ก็เลยบุก
เข้ามาในบ้านของฉันได้ แล้วพรุ่งนี้คงจะเอาชื่อมังกรปีศาจ
โลกาวินาศนี่ไปฆ่าคนอื่นได้ด้วยใช่ไหม!”
นักพรตทั้งหลายต่างสีหน้าเปลี่ยนไป
นายกเทศมนตรีฉินรีบร้อนพูดขึ้นว่า “ประธานใหญ่ฮั่ว เรื่องนี้ผม
จะจัดการโดยเร็วที่สุดครับ”
เขาขอให้ฮั่วจิ้นเปิดลำโพง แล้วพูดด้วยน้าเสียงโกรธเกรี้ยวเสียง
ดังฟังชัด “พวกคุณมาจากสำนักไหน มาจากวัดไหน? เจ้าอาวาสเป็น
ใคร? เจ้าสำนักเป็นใคร?”
นักพรตทุกคนมองหน้ากันไปมา แต่ไม่มีใครพูดอะไรสักอย่าง
“ไม่พูดก็ไม่เป็นอะไรหรอก! ประธานฮั่วครับ ที่บ้านคุณมีกล้อง
วงจรปิดไหม?”
“มี!”
“ส่งภาพกล้องวงจรปิดมาได้เลยครับ ทางรัฐบาลจะไม่ยอมให้
กลุ่มคนหรือองค์กรไหน ฝ่าฝืนกฎหมายเป็นอันขาด”
นายกเทศมนตรีฉินโมโหขึ้นเรื่อย ๆ
สายถูกตัดไปแล้ว
ฮั่วจิ้นจึงมองไปทางกลุ่มนักพรตหลายสิบคนนั้น “ยังไม่ไปอีก
เหรอ?”
เหล่านักพรตรีบจากไปทันที
หยางไต้จึงถอนหายใจโล่งอก “พวกเขาไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แน่
โชคดีที่ลั่วลั่วมาทันเวลาแล้วพาอาจิ่วไปก่อน ไม่อย่างนั้น…”
นักพรตพวกนี้คงต้องพาตัวอาจิ่วไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
แน่นอน
ฮั่วจิ้นกำโทรศัพท์มือถือแน่น สีหน้าดูหนักใจ “ดูท่าว่าเรื่องนี้ จะ
เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่พวกเราจินตนาการเอาไว้มากแล้ว!”