เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1454 ย้ายออกไปจากที่นี่
การที่อาวุธวิญญาณพังทลายลง นักพรตย่อมได้รับผลกระทบ
สะท้อนกลับมา
นักพรตคนอื่นที่ยังคงโจมตีต่อไป ต่างพากันเรียกอาวุธเวทของ
ตนเองกลับมาทีละคน
จากนั้นพวกเขาก็ตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
ทุกวันนี้พลังวิญญาณเสื่อมถอยลงมาก กว่าพวกเขาจะบำเพ็ญ
มาได้จนถึงขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ
ดังนั้น จึงไม่มีใครอยากสูญเสียพลังบำเพ็ญของตัวเองไปในเวลา
นี้
เมื่อเห็นว่าค่ายกลไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย จึงมีคนพูดว่า
“พวกเรากลับไปปรึกษาผู้อาวุโสกันก่อนเถอะ!”
“ใช่แล้ว! พลังที่แท้จริงของฉู่ลั่ว พวกเราหลายคนคงไม่สามารถ
รับมือได้ เดิมทีพวกเราก็ได้รับคำสั่งมาแค่ให้จับตัวมังกรปีศาจ
โลกาวินาศ”
“ใช่ ใช่ พวกเราไม่ได้มาเพื่อโจมตีคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
สักหน่อย”
“ถูกต้อง!”
“ไปเถอะ ไปเถอะ!”
ทุกคนต่างเห็นด้วยว่าจะกลับไป ทว่ามีเพียงนักพรตที่อาวุธเวท
เสียหายคนนั้นที่ยังจดจ้องคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันด้วยแววตา
น่ากลัว “ไปอะไรล่ะ! เบื้องบนสั่งมาว่าให้พวกเราพาตัวมังกรปีศาจ
โลกาวินาศกลับไปให้ได้่ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม!”
“ตอนนี้ฉู่ลั่วกำลังซ่อนตัวมังกรปีศาจโลกาวินาศเอาไว้ พวกเรา
ต้องทำให้เธอส่งตัวมังกรปีศาจโลกาวินาศออกมาต่างหาก!”
นักพรตคนอื่นไม่ขยับ ต่างคนต่างก็มองหน้ากันไปมา
“พวกนาย…”
“ด้วยความสามารถของฉู่ลั่ว ถึงกลุ่มของพวกเราจะใช้พลัง
วิญญาณจนหมดเกลี้ยง ก็ไม่สามารถทำอะไรค่ายกลของเธอได้เลย!
ไม่สู้กลับไปปรึกษาผู้อาวุโสก่อนเถอะ แล้วให้คนที่มีพลังบำเพ็ญสูง
กว่ามาจัดการ”
“ใช่แล้ว!”
“จะไปไม่ไป! ถ้าพวกนายไม่ไป ฉันไปแล้วนะ!”
พูดจบเหล่านักพรตทั้งหลายก็จากไปก่อนแล้ว
นักพรตที่เหลือจึงไปประคองนักพรตคนนั้นที่อยู่บนพื้นขึ้นมา
พลางปลอบใจว่า “ฉันรู้ว่านายรักอาวุธเวทของตัวเองมาก แต่ต่อให้
เสียเวลาต่อไป มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก”
“กลับไปก่อนเถอะ!”
กลุ่มนักพรตซึ่งอยู่ด้านนอกค่ายกลจากไปหมดแล้ว หัวหว่านจึง
รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อไปหาฉู่ลั่ว “คุณหนูคะ นักพรตที่อยู่ข้าง
นอกไปกันหมดแล้วค่ะ”
“อืม! ฉันรู้แล้ว! ช่วงนี้พวกเธออยู่ในค่ายกลไปก่อนเถอะ ช่วงนี้
อย่าเพิ่งให้ซูเยียนไปโรงเรียนด้วย”
หัวหว่านมองเถาซูเยียนที่กำลังอ่านหนังสือเรียนอยู่ “เข้าใจแล้ว
ค่ะ คุณหนู แล้วทางฝั่งคุณเป็นยังไงบ้างคะ?”
ฉู่ลั่วมองกลุ่มคนจากตระกูลโจวแล้วตอบ “ไม่แย่ ยังควบคุมได้
อยู่”
จากนั้นสายก็ถูกตัดไป
คนตระกูลโจวรีบเข้ามาห้อมล้อมเธอทันที “ท่านปรมาจารย์ คุณ
รีบบอกเถอะครับว่าต้องทำยังไง! ถ้ายังเสียเวลาต่อไป ผมกลัวว่า…”
คนตระกูลโจวมองชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงด้วยความหวาดกลัว
คนเหล่านี้เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น
หลังจบไลฟ์สตรีมของฉู่ลั่ว คนในหมู่บ้านต่างก็รู้หมดแล้วว่า
ตระกูลโจวเป็นสาเหตุที่ทำร้ายคนทั้งหมู่บ้าน
ชาวบ้านหลายคนที่ย้ายออกไปแล้วก็ยังรีบกลับมาที่นี่เหมือนกัน
“เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะตระกูลโจวของพวกนายที่ทำร้ายพวก
เรา!”
“จะปล่อยพวกเขาลอยนวลต่อไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว!”
เสียงกู่ตะโกนจากด้านนอกทำให้คนตระกูลโจวกลัวจนต้องห่อ
ไหล่
พวกเขาเอ่ยร้องขอ “ท่านปรมาจารย์ ช่วยพวกเราด้วยเถอะ
ครับ!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า เธอเดินไปทางประตูบ้านแล้วเปิดประตูออก
ชาวบ้านซึ่งตอนแรกกำลังร้องตะโกนอย่างไม่พอใจและคิดจะพุ่ง
เข้ามาในบ้าน พอเห็นว่าฉู่ลั่วเป็นคนออกมาเปิดประตูเอง แต่ละคนก็
ถึงกับชะงักไปทันที
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเหล่านั้น กลายเป็นความเสียใจที่
ตนเองเป็นฝ่ายไม่ได้รับความยุติธรรม
“ปรมาจารย์ฉู่ คุณจะช่วยบ้านตระกูลโจวทำร้ายพวกเราไม่ได้
นะ!”
“พวกเขาตระกูลโจวมีชีวิตที่ดีขนาดนั้น แต่กลับทำร้ายพวกเรา
ทั้งหมู่บ้าน!”
“ท่านปรมาจารย์ ฮือ ฮือ ฮือ…”
ยังมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกเสียใจจนร้องไห้ออกมา
ชาวบ้านหนึ่งคนร้องไห้ ชาวบ้านคนอื่นก็ร้องไห้โฮตาม
ฉู่ลั่ว “…”
เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วเอ่ยกับพวกชาวบ้านว่า “หลุม
ศพแนวตั้งของตระกูลโจว ได้ขโมยพลังดินของหมู่บ้านพวกคุณไป
แล้วค่ะ”
“ผืนดินของหมู่บ้านพวกคุณ ถึงแม้จะไม่ได้มีพลังวิญญาณโดด
เด่น แต่ก็มีพลังดินอยู่บ้าง ตอนนี้พลังดินเหมือนจะถูกตระกูลโจว
ขโมยไปมากแล้ว วิธีที่ดีที่สุดคือการย้ายออกไปจากที่นี่ค่ะ”