เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1456 จัดการเผา
ทั้งที่พื้นที่ตรงนั้นว่างเปล่า แต่ท่าทางของฉู่ลั่วตอนหันไปกลับทำ
ให้ทุกคนในที่นี้ต่างขนลุกซู่
“ปรมาจารย์ครับ พ่อของผม…พวกเขาอยู่ตรงนั้นใช่ไหมครับ!”
“ค่ะ”
ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ทั้งสิ้น
“พ่อครับ! อย่าโกรธพวกเราเลยนะครับ ถ้าจะโทษ…ก็ต้องโทษที่
พวกพ่อโหดเหี้ยมอำมหิตเกินไป หลอกได้แม้กระทั่งพวกเรา!”
ชาวบ้านได้ยินที่ฉู่ลั่วพูดอย่างนั้นแล้วก็ต่างรู้สึกโมโหไม่น้อย
บางคนที่อารมณ์ร้อนชูจอบขึ้นมาพร้อมตวาดอย่างท้าทาย “ไอ้
คนแซ่โจว! พวกนายสามคนยังมีหน้ามาอีกเหรอ นายทำให้หมู่บ้าน
ของพวกเราต้องประสบเคราะห์ร้าย บรรพชนของหมู่บ้านเราไม่มีทาง
ปล่อยพวกนายไว้แน่”
“พวกนายสามคนคิดว่าไปอยู่ปรโลกแล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีก
อย่างนั้นเหรอ”
“ฉันจะบอกพวกนายให้! พวกเราก็มีบรรพบุรุษอยู่ในปรโลก
เหมือนกัน”
หลังชาวบ้านคนนั้นตะโกนจบ ก็หันมองฉู่ลั่วด้วยความเดือดดาล
“ปรมาจารย์ครับ ช่วยบอกพ่อกับแม่ผมหน่อยได้ไหมครับ พ่อแม่ผม
ไม่ยอมเสียเปรียบกับเรื่องแบบนี้ในหมู่บ้านทั้งนั้น”
“ถ้าตอนนี้พวกท่านรู้ว่าเราถูกพวกเขาสามคนรังแก ต้องไม่
ปล่อยพวกเขาสามคนไว้แน่ ๆ”
ฉู่ลั่วเอ่ยตอบ “…ได้อยู่แล้วค่ะ”
หลักแหลมมาก!
ประโยคนี้สร้างความกล้าให้กับชาวบ้านคนอื่น ทุกคนจึงต่างพา
กันท้าทายว่าจะฟ้องบรรพชนและคนในครอบครัวตัวเองที่ตายไปแล้ว
สมาชิกทั้งสามครอบครัวตระกูลโจวเอ่ยด้วยเสียงไม่ดังไม่เบา
ด้วยอีกแรงว่า “ต่อให้คุณปู่คุณย่าไปเกิดใหม่แล้ว แต่ยังมีคุณตาคุณ
ยาย แล้วก็คุณทวดอีก…”
“ตระกูลโจวของเราก็ต้องมีบรรพบุรุษอยู่ในปรโลกอีกเยอะแน่ ๆ”
ฟู่ว!
สายลมรุนแรงยิ่งขึ้นพัดเข้ามา หอบเอาเศษหญ้าเศษหินบนพื้น
คลุ้งขึ้นมาด้วย
ฟู่ว ๆ ๆ
เสียงลมดังขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสยังเปลี่ยนเป็น
อึมครึม
ชาวบ้านกับคนตระกูลโจวที่กำลังส่งเสียงโหวกเหวกพลันตัวสั่น
ด้วยความหวาดหวั่น
ฉู่ลั่วโบกมือเบา ๆ ลมที่กระหน่าอย่างบ้าคลั่งหยุดชะงักลงทันที
“พวกคุณทำร้ายพ่อแม่ของตัวเองและชาวบ้าน ซ้ายังทำร้าย
ลูกหลาน จนป่านนี้แล้วยังไม่สำนึกอีกเหรอคะ” ฉู่ลั่วสะบัดยันต์
ออกไปสามใบ
กระดาษทั้งสามแผ่นลอยเข้าไปอย่างพร้อมเพรียง ตรงจุดที่เคย
ว่างเปล่ากลับมีวิญญาณเลือนรางปรากฏออกมาสามดวง
เห็นได้ชัดว่าคือลูกชายทั้งสามคนจากตระกูลโจว
วิญญาณทั้งสามดวงนั้นมีสีหน้ามุ่งร้าย นัยน์ตาพิศวงจดจ้อง
ชาวบ้านทุกคนที่อยู่นี่
พวกชาวบ้านต่างตกใจกับภาพตรงหน้า
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้น “ขุดต่อไปค่ะ!”
“หา! ปรมาจารย์ครับ เรื่องนั้นมัน…”
“วางใจได้ค่ะ! จากนี้ไปพวกเขาจะกลายเป็นเพียงสัมภเวสี ไม่มี
ความสามารถอะไรแล้ว” เมื่อเห็นชาวบ้านยังกลัวอยู่ ฉู่ลั่วจึงเอ่ยต่อ
“ฉันจะให้ยันต์ไล่ผีกับพวกคุณคนละใบค่ะ”
พอได้ยินว่าจะได้ยันต์ของฉู่ลั่ว พวกชาวบ้านเบิกตาโตกันหมด
ออกแรงใช้พลั่วใช้จอบขุดหลุมกันอย่างขันแข็งยิ่งขึ้น
“ในเมื่อปรมาจารย์พูดอย่างนี้ พวกเรายังมีอะไรต้องกลัวอีก”
พวกเขาพากันออกแรงขุดต่อไปทันที
ลูก ๆ ตระกูลโจวหันไปมองวิญญาณสามดวงนั้นสักพัก ก่อนจะ
เข้าร่วมกับกลุ่มคนที่กำลังขุดหลุมของพวกเขาขึ้นมา
“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้”
“พวกแกบังอาจมาขุดหลุมศพพ่อตัวเอง แบบนี้เขาเรียกเนรคุณ
เข้าใจไหม!”
“ดีจริง ๆ ! พวกแกกล้ามาขุดหลุมฝังศพของฉัน พวกเราไม่
ปล่อยพวกแกเอาไว้แน่”
เสียงของพวกเขาล่องลอยเข้ามา แต่พวกชาวบ้านกลับไม่รู้สึก
เกรงกลัวแม้แต่น้อย
ไม่นานนักพวกเขาก็ขุดโลงศพจากทั้งสามหลุมออกมา
ฉู่ลั่วกล่าวทันที “ไม่ต้องมากพิธี จัดการเผาได้เลยค่ะ”
“หา!”
ชาวบ้านชะงักไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนจะทำตามคำบอกของ
ฉู่ลั่ว มองหากิ่งไม้แห้งรอบ ๆ มากองบนโลงศพจนแน่นหนา
ตามมาด้วยเสียงดังพรึบ
เปลวเพลิงพลันลุกโชนขึ้นทันใด
ท่ามกลางกองไฟอันโหมรุนแรง โลงศพทั้งสาม รวมถึงร่างกาย
ด้านในล้วนกลายเป็นจุณ
คนตระกูลโจวหยิบเอาทำเนียบตระกูลเล่มหนาออกมา แล้วใช้
ปากกาสีชาดขีดชื่อของผู้ใหญ่ทั้งสามคนออกจากวงศ์ตระกูล
ฉู่ลั่วพูด “ต่อจากนี้ไปขอแค่พวกคุณไม่กราบไว้บูชาต่อ ก็ไม่มี
ปัญหาอีกแล้วค่ะ”
คนตระกูลโจวตอบกลับเสียงดังพร้อมเพรียง “ปรมาจารย์วางใจ
ได้เลยครับ พวกเราไม่มีทางกราบไหว้บูชาพวกเขาต่อแล้ว”