เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1457 ไปบ้านตระกูลซ่ง
“พวกแก…พวกแก…”
วิญญาณลูกชายตระกูลโจวทั้งสามดวงเห็นโลงศพตัวเองถูกเผา
เป็นจุณ ชื่อของตัวเองถูกขีดฆ่าออกจากทำเนียบวงศ์ตระกูล พลัน
รู้สึกโกรธแค้นจนพลังหยินพลุ่งพล่านขึ้นไม่น้อย
มีเสียงดังตึงตามมา
“ไอ้เด็กเหลือขอ ตอนเด็กแกมาขโมยกินลูกท้อในสวนผลไม้ของ
ฉัน ฉันไม่เคยถือสาเพราะเห็นแก่หน้าพ่อแม่ของแกอยู่เลย”
วิญญาณดวงหนึ่งปรากฏขึ้นมา
จากนั้นก็มีวิญญาณอีกหลายดวงปรากฏตัว แล้วรุมทุบตี
วิญญาณทั้งสามดวงนั้น
วิญญาณทำร้ายวิญญาณช่างเป็นภาพที่โหดร้ายมาก
ฉู่ลั่วสะบัดมือ ยันต์สามแผ่นนั้นหลุดลอยกลับมา ภาพวุ่นวาย
เหล่านั้นจึงหายไป
แต่พวกชาวบ้านและคนตระกูลโจวต่างรู้ดีว่า ยังมีวิญญาณอีก
สามดวงที่กำลังถูกทุบตีอยู่ตรงนั้น
นิกายเต๋าที่ทราบข่าวก็รีบร้อนเดินทางมาที่หมู่บ้าน แต่พอเข้า
มาถึง กลับเห็นรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าชาวบ้านทุกคนแทน
“บอกแล้วยังไงว่าฮวงจุ้ยหมู่บ้านเราใช้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูล
โจว หมู่บ้านของพวกเราคงไม่ซบเซามานานถึงขนาดนี้”
“ตระกูลโจวยังถือว่ามีคุณธรรม บริจาคเงินที่บ้านไปแจกจ่ายให้
ชาวบ้านเกือบครึ่งหนึ่ง แล้วยังทำถนนใหม่ให้หมู่บ้านอีก”
“สิ่งสำคัญที่สุดคือยันต์ของปรมาจารย์ฉู่ไม่ใช่เหรอ” ชาวบ้านคน
หนึ่งกำลังเก็บยันต์ไว้ด้วยความระมัดระวัง “ปรมาจารย์ฉู่ถึงกับให้ยันต์
พวกเราคนละใบเลยนะ…”
เขาพูดไม่ทันจบ ยันต์ในมือก็ถูกดึงออกไปแล้ว
“นี่คือยันต์ของฉู่ลั่ว ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”
“นายเป็นใครเนี่ย!” ชาวบ้านคนนั้นแย่งยันต์กลับมา
เขาหรี่ตามองดี ๆ แล้ววินาทีต่อมาก็ชี้หน้านักพรตหงฟาง “นาย
นี่เอง! ตอนนั้นใส่ร้ายปรมาจารย์ในไลฟ์สตรีมไม่พอ แล้วยังคิดจะ
สาปแช่งคนที่กำลังดูไลฟ์สตรีมอยู่อีก”
ประโยคนี้ทำเอาเหล่าชาวบ้านแถวนั้นตกตะลึงกันหมด
ชาวบ้านต่างมองเหล่านักพรตแปลกหน้าด้วยความระแวงแกมไม่
พอใจ
นักพรตหงฟางสะบัดแส้ปัดของตัวเองพลางเอ่ย “แล้วฉู่ลั่วล่ะ”
“ไม่รู้!”
ชาวบ้านพูดจบก็แค่นเสียงเย็นใส่แล้วหันหลังกลับไป
ชาวบ้านที่เหลือก็พากันส่ายหน้า “ระหว่างปรมาจารย์กับ
ปรมาจารย์นี่ไม่เหมือนกันจริง ๆ ดูปรมาจารย์ฉู่สิ เธอเก่งกาจขนาด
นั้น ทั้งยังเป็นมิตรกับพวกเราอีก ส่วนปรมาจารย์บางคน…แทบอยาก
ให้เราหมอบกราบโขกศีรษะกับพื้นให้เขาแล้ว”
“เพราะอย่างนั้นปรมาจารย์ฉู่ถึงเก่งยังไงล่ะ!”
“ไปกันเถอะ”
ชาวบ้านพากันกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นทุกคนในหมู่บ้านที่ต่างได้เห็นพวกเขาก็ปิดประตูปึงปังจน
ไม่เหลือเลยสักบาน
หากมีผู้บำเพ็ญเข้าไปเคาะประตูถาม ได้รับคำตอบกลับมาเพียง
ประโยคเดียวว่า “ไม่รู้! ถ้ายังเคาะประตูอีกฉันจะแจ้งความนะ!”
ผู้บำเพ็ญกลับมาอย่างหมดแรงและบอกกับนักพรตหงฟาง “ผู้
อาวุโสครับ ที่นี่คงถามไม่ได้ความแล้ว”
นักพรตหงฟางหน้าตาชืดชาดุดัน “เจ้าพวกโง่เขลาเบาปัญญา
ถึงกับเห็นคนอย่างฉู่ลั่วเป็นปรมาจารย์นิกายเต๋า แล้วยังบังอาจมาดู
หมิ่นฉันอีก”
เขายกมือทำท่าประสานอิน ผู้บำเพ็ญเห็นแล้วก็ต้องรีบห้าม “ผู้
อาวุโส อย่านะครับ! ผู้บำเพ็ญกลุ่มก่อนถูกรัฐบาลตี้จิงเจาะจงเรียกชื่อ
ไปแล้ว ขืนเราลงมือกับคนทั่วไปอีก ฝ่ายรัฐบาลต้องไม่ยอมอยู่เฉยแน่
ๆ ครับ”
ผู้บำเพ็ญที่เหลือก็ช่วยกันเกลี้ยกล่อม
นักพรตหงฟางวางมือลง แต่น้าเสียงกลับไม่สบอารมณ์สุด ๆ
“พวกนายรักษากฎกันดีจริง ๆ”
ผู้บำเพ็ญหัวเราะแห้ง ๆ ไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไง
ตอนนี้พวกเขากำลังขาดแคลนพลังวิญญาณ การฝึกฝนของผู้
บำเพ็ญเป็นไปอย่างยากเย็น
และอาวุธสมัยใหม่ก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบผู้บำเพ็ญ
กับอาวุธหนักแล้ว พวกเขาแทบไม่มีโอกาสชนะเลย
“ฉู่ลั่วไปบ้านตระกูลซ่งหรือเปล่าครับ เมื่อวานตอนเธอไลฟ์สตรีม
ก็พูดถึงตระกูลซ่งอยู่”
“เธอมีสัมพันธ์อันดีกับตระกูลซ่งแห่งเมืองเจียง มีโอกาสสูงที่เธอ
จะไปตระกูลซ่งนะครับ”
เมืองเจียง
ตระกูลซ่ง
ซ่งจือหนานคุกเข่าอยู่บนพรมด้วยท่าทางว่าง่าย หน้าตาดูน้อย
อกน้อยใจ “พี่ลั่ว ตอนนั้นผมดื่มไปแค่แก้วเดียวเองนะครับ พอผมตื่น
ขึ้นมาก็มีผู้หญิงคนนั้นนอนอยู่บนเตียงแล้ว”
“ผมคิดไม่ถึงเหมือนกันว่ามีการสลับตัวกันด้วย”
ฉิงจือฉิงโกรธจนใช้หมอนทุบตีเขา “ถ้าไม่ใช่เพราะแกไป
สำมะเลเทเมากับเพื่อนไม่ได้เรื่องพวกนั้น จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นไหม”
หลังทุบลูกชายเสร็จ เธอก็หันไปจับมือฉู่ลั่วที่อยู่ข้าง ๆ พลางเอ่ย
“ลั่วลั่ว! เธอว่าหลังจากนี้เจ้าเด็กคนนี้ควรจะทำยังไงดี”
ก่อนหน้านี้เขาก็โดนปีศาจงูหลอก
มาตอนนี้เขาถูกคนอื่นวางยาไม่พอ ซ้ายังเลอะเลือนจนไม่รู้ด้วย
ซ้าว่าฝ่ายหญิงเป็นใครอีก!