เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1459 ต้องสงสัยเรื่องกบฏ
“ฉันไม่ได้คิดจะให้ใครรับผิดชอบค่ะ ฉันเองก็อยากได้ลูกสักคน
อยู่พอดี เลยคิดจะคลอดออกมา”
เงินเดือนของเธอเพียงพอจะเลี้ยงลูกได้ และไม่ต้องถามหาพ่อให้
ลูกด้วย
ซ่งจือหนานฟังแล้วก็โมโหจนผุดลุกขึ้นยืน “คุณรู้ว่าผมโดน
วางยาแท้ ๆ แต่คุณยังจะฉวยโอกาสอีก! คุณฉวยโอกาสไม่พอ แต่
คุณยังทิ้งผมไว้โดยไม่เหลียวแล ผมเกือบเข้าใจว่า…ผู้หญิงในคืนนั้น
เป็นแม่ของลูกผมแล้วนะ!”
เขาบ่นอุบด้วยท่าทางตัดพ้อระคนโกรธเกรี้ยว
เลขาเสี่ยวลู่ปรายตามองเขาแวบหนึ่งแล้วเอ่ย “แต่รู้ทั้งรู้ว่าคน
กลุ่มนั้นไม่ใช่คนดีอะไร คุณก็ยังมัวไปเล่นสนุกอยู่กับพวกเขา ถ้า
อย่างนั้นก็ควรคิดได้ว่าตัวเองอาจจะถูกวางยานะคะ”
“แต่หลังถูกวางยาแล้ว ไม่โทรขอความช่วยเหลือไม่พอ ยังวิ่งไป
ห้องน้าคนเดียว หวังจะใช้น้าเย็นเรียกสติ”
“แต่พอน้าเย็นเรียกสติไม่ได้ คุณเลยตั้งใจจะคว้าผู้หญิงมั่ว ๆ มา
สักคน จนสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นยังไงด้วยซ้า”
“ผู้จัดการซ่งคะ ตกลงว่าเรื่องนี้มันเป็นปัญหาจากฉันหรือจาก
คุณกันแน่คะ”
“คุกเข่า!” ซ่งอวิ๋นชิงตวาดลั่น
ซ่งจือหนานคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ
สองสามีภรรยาพากันโน้มน้าวเลขาเสี่ยวลู่ต่ออีกครั้ง
ฉู่ลั่วเห็นดังนั้นจึงบอกกับพวกฉิงจื่อฉิงว่า “ในเมื่อปัญหา
คลี่คลายแล้ว พวกเราขอตัวกลับไปก่อนนะคะน้าฉิง”
ฉิงจื่อฉิงจับมือฉู่ลั่วพลางกล่าว “เธอกับอาจิ่วก็ระวังตัวกันด้วย
นะ”
ฉู่ลั่วพยักหน้า แล้วเอ่ยเตือน “อีกเดี๋ยวอาจมีคนบุกมาที่นี่ แต่ไม่
ต้องกลัวกันนะคะ”
“ใช่คนที่คิดจะรังแกลั่วลั่วหรือเปล่า” สีหน้าของฉิงจื่อฉิงเย็น
เยียบลง “ลั่วลั่ว เธอวางใจได้เลย ตระกูลซ่งของเราไม่ยอมให้ใครมา
รังแกง่าย ๆ พวกเธอรีบไปเถอะ”
ได้ยินดังนั้น ฉู่ลั่วจึงจับมือฮั่วเซียวหมิงแล้วหายตัวไปทันที
เพียงวินาทีที่พวกเขากลับไป นักพรตหงฟางก็พาผู้บำเพ็ญสิบ
กว่าคนมาปรากฏตัวในคฤหาสน์ตระกูลซ่ง
ซ่งอวิ๋นชิงลืมตาโตด้วยความโมโห “พวกคุณใจกล้าดีจริง ๆ นะ
ถึงกับบังอาจบุกเข้ามาถึงตระกูลซ่งของเราอย่างนี้!”
ซ่งจือหนานลุกขึ้นจากพื้นด้วยเหมือนกัน “พวกคุณเป็นใคร
กล้าดียังไงถึงบุกรุกตระกูลซ่งของพวกเรา”
เขาหยิบมือถือออกมา ทั้งบันทึกคลิปและถ่ายรูปคนกลุ่มนี้เอาไว้
“ผมจะบอกพวกคุณให้นะ ทำแบบนี้มันผิดกฎหมายรู้หรือเปล่า”
คนทั้งบ้านต่างถลึงตามองพวกนักพรตหงฟางด้วยความเดือด
ดาล
นักพรตหงฟางไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เอาแต่
สอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ แล้วเอ่ยขึ้น “ฉู่ลั่วไปอีกแล้ว เธอหนีเร็วจริง
ๆ”
เลขาเสี่ยวลู่ก้าวออกมา “พวกคุณมาจากนิกายเต๋าเหรอคะ”
นักพรตหงฟางปรายตามองเธออย่างเย็นชา
“ทุกนิกายในประเทศต้องผ่านการตรวจสอบ พวกคุณไม่เคย
เรียนกฎหมายด้านนี้กันมาเหรอ” เลขาเสี่ยวลู่สีหน้าเย็นชาลง
เล็กน้อย ไม่รอให้พวกนักพรตหงฟางตอบอะไร เธอก็เอ่ยขึ้นทันควัน
“ไม่อย่างนั้นจะถูกเรียกว่านิกายนอกรีต!”
เธอกดโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที
“มีนิกายนอกรีตเข้ามาบุกตระกูลซ่ง พวกเขาทำลิงหลอกเจ้า
อาจจะปองร้ายคนตระกูลซ่งด้วยค่ะ” เธอชำเลืองมองช้า ๆ “ช่วงนี้
ตระกูลซ่งเพิ่งเข้าร่วมโครงการวิจัย พวกเขาอาจเป็นฝ่ายศัตรูก็ได้”
“ต้องสงสัยเรื่องกบฏ”
คำว่ากบฏเป็นความผิดฐานหนักที่สุด
นักพรตหงฟางมีสีหน้าไม่สนใจ แต่ผู้บำเพ็ญที่เหลือต่างหน้า
ถอดสีกันหมด
“พวกเราไม่ได้กบฏนะ พวกเรามาตามหาคนต่างหาก”
“พวกเรามาหาฉู่ลั่ว”
“คนที่ไหนเขาตามหาคนด้วยวิธีการอย่างพวกคุณกัน! ทำอย่าง
นี้พวกคุณจะต่างอะไรกับพวกโจร” เลขาเสี่ยวลู่ก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว
“ฉันคือเลขาของบริษัทซ่ง เมื่อกี้เพิ่งนำเอกสารสำคัญมามอบให้
ประธานของเรา”
“แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที พวกคุณก็เข้ามาที่นี่”
“พวกคุณกำลังจับตาดูตระกูลซ่งของพวกเราอยู่เหรอคะ”
สมาชิกตระกูลซ่งทั้งสามต่างมองเลขาเสี่ยวลู่ซึ่งยืนอยู่ด้านหน้า
ซ่งอวิ๋นชิงยิ้มจนเห็นแต่ฟันไม่เห็นลูกตา ทั้งยังเล่นหูเล่นตาใส่
ด้วยความลำพอง
สมแล้วที่เป็นลูกสะใภ้ของพวกเขา!