เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1462 ความสัมพันธ์ส่วนตัวของคุณกับเขา
เลขาก้มหน้า หัวใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เหมือนกัน
“ด้านคณะกรรมการ ฉันที่เป็นถึงประธานออกหน้าก็พอแล้วนี่”
“ลำพังประธานอย่างแกออกหน้าคงไม่พอหรอก” ประตูห้อง
ทำงานถูกใครคนหนึ่งผลักเข้ามาจากด้านนอก คุณปู่ฮั่วพาฮั่วเป่ย
กับกรรมการบริษัทอีกสิบกว่าคนเดินเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง
“อาจิ้น ฉันรู้ว่าแกสงสารลูก แต่แกอย่าลืมสิ เด็กคนนั้นไม่ใช่
อาจิ่ว เขาคือมังกรปีศาจโลกาวินาศ เขาคือปีศาจมารร้ายที่ยึดร่าง
ของอาจิ่ว”
ฮั่วจิ้นเอ่ยขึ้นมา “ลูกของผม ผมรู้ดีที่สุดครับ”
บรรดากรรมการบริษัทก็พากันเกลี้ยกล่อม “ท่านประธานครับ
ทุกอย่างควรยึดถือผลประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก ตอนนี้หุ้นของ
บริษัทตกลงถึงจุดต่าสุด ผู้ถือหุ้นต่างกระวนกระวายกันไปหมดแล้ว
ครับ”
“นอกจากนี้ เรื่องมังกรปีศาจโลกาวินาศยังส่งผลกระทบต่อ
ชื่อเสียงบริษัทอย่างร้ายแรงเลยนะครับ”
“วิธีจัดการที่ดีที่สุดในตอนนี้ คือให้ผู้จัดการฮั่วออกไปจาก
บริษัทฮั่ว”
“เป็นไปไม่ได้!” ฮั่วจิ้นเอ่ยด้วยน้าเสียงเด็ดขาด “ตอนนี้ฉันเป็น
คนที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องภายในบริษัทฮั่วทั้งหมด ฮั่วเซียวหมิงคือ
ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฮั่ว การจะถอดถอนเขาไม่เกี่ยวอะไรกับใคร
ในพวกคุณทั้งนั้น”
คุณปู่ฮั่วแค่นหัวเราะเสียงเย็น “ถ้าอย่างนั้น…มาเริ่มประชุม
คณะกรรมการกันดีกว่า”
เมื่อมองดูเหล่ากรรมการบริษัทด้านหลังเขาแล้ว ก็รู้ได้เลยว่า
ในตอนนี้ใครบ้างที่อยู่ฝ่ายเดียวกันกับพวกเขา
ฮั่วจิ้นจดจ้องกรรมการบริษัทกลุ่มนั้นด้วยสายตาอึมครึม
“ประธานฮั่ว ให้ผู้จัดการฮั่วออกหน้าเองเถอะครับ”
“ประธานฮั่วไม่ว่ายังไง การจะหลบหน้าไม่พบปะผู้คนในตอนนี้ก็
เป็นไปไม่ได้แล้วครับ”
“ประธานฮั่ว แล้วตอนนี้ผู้จัดการฮั่วอยู่ที่ไหนล่ะครับ”
ฮั่วจิ้นตอบ “เขามีเรื่องสำคัญต้องไปทำ”
คุณปู่ฮั่วขำพรืด “ตอนนี้ยังมีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องของ
บริษัทอีกอย่างนั้นเหรอ”
ฮั่วเป่ยเองก็เตือนเสียงเบาอยู่ด้านข้าง “พี่ใหญ่ สถานการณ์ของ
บริษัทในตอนนี้ รีบขอให้อาจิ่วออกหน้าโดยด่วนจะดีที่สุดครับ
ไม่อย่างนั้นเรื่องราวจะยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ คงแย่แน่”
“การที่เขาซ่อนตัวต่อไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ไม่ได้แน่นอน”
“จะหลบไปตลอดจนเรื่องนี้ผ่านพ้นไปคงไม่ไหวหรอก”
“อาจิ่วต้องรับผิดชอบในภาระของตัวเองนะครับ”
“ให้อาจิ่วกลับมาเถอะ!”
เสียงของฮั่วเป่ยแสนอ่อนโยน หน้าตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
คุณปู่ฮั่วมองหน้าลูกชายคนเล็ก แล้วหันไปมองใบหน้าเย็นชา
ของลูกชายคนโตอีกที รู้สึกเพียงลูกชายคนเล็กดีกว่าลูกชายคนโต
ทุกอย่าง
ตอนนี้ฮั่วเซียวหมิงอยู่ที่สำนักงาน
คนที่อยู่ที่นี่ในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่คนของสำนักงาน แม้แต่เบื้องบน
ของซู่เซี่ยงหยาง ผู้ใหญ่ฝ่ายทหารก็ออกโรงด้วย
หัวหน้าอาวุโสยังคงมีสีหน้าเปื้อนยิ้ม “มีอะไรคุยกันดี ๆ”
นักพรตหงฟางนำทัพสำนักต่าง ๆ ในนิกายเต๋านั่งอยู่ด้านซ้าย
ส่วนด้านขวามีคนของสำนักงานนั่งอยู่
ฉู่ลั่วพาฮั่วเซียวหมิงไปนั่งด้านขวา
นักพรตหงฟางแค่นเสียงเย็นชา “เราต้องกำจัดมังกรปีศาจ
โลกาวินาศให้ได้”
หัวหน้าอาวุโสกล่าว “ประเทศเราไม่มีกฎหมายข้อนี้ เสี่ยวฮั่วเป็น
พลเรือนของประเทศนี้ จะให้ฆ่ากันง่าย ๆ ได้ยังไง”
นักพรตหงฟางยังอยากพูดอะไรต่อ แต่ถูกไจ๋ฉางข้าง ๆ ดึงแขน
เสื้อไว้
นักพรตเทียนหลัวผู้คงท่าทางสูงส่งไร้มลทินส่งเสียง “ถึงฆ่าไม่ได้
แต่จะปล่อยปละละเลยคงไม่ได้เหมือนกัน ต้องปิดผนึกเขา”
ถึงแม้นักพรตหงฟางไม่พอใจ แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างจำยอม
“ต้องปิดผนึก”
หัวหน้าอาวุโสไม่พูดอะไร เพียงแต่หันไปมองฉู่ลั่ว “เสี่ยวฉู่ เธอ
เป็นเจ้านิกาย และเป็นหัวหน้าองค์กร เธอมีความเห็นว่ายังไง”
ฉู่ลั่วตอบ “เขาไม่ได้ทำอะไรผิด”
“รอให้เขาทำผิดก่อนก็สายเกินไปแล้ว” นักพรตหงฟางยืนขึ้น
หน้าตาโกรธเกรี้ยว “คุณรับประกันได้เหรอว่าเขาจะไม่ทำร้ายใคร
คุณรับประกันได้เหรอว่าเขาจะไม่ทำให้โลกาวินาศ”
“คุณรับประกันไม่ได้หรอก เจ้านิกาย”
เขาเรียกเจ้านิกายด้วยน้าเสียงแดกดัน “เพราะความสัมพันธ์ของ
คุณกับเขา คุณต้องปกป้องเขาอยู่แล้ว คุณอยู่ในฐานะเจ้านิกายเต๋า
ควรคำนึงถึงผู้คนในใต้หล้านี้เป็นหลัก รับผิดชอบต่อทุกชีวิตบนโลก
นี้ แล้วคุณล่ะ”
“เพียงเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวของคุณกับเขา คุณก็ตัดสินใจ
ปล่อยปละละเลย”
“คุณปฏิบัติหน้าที่เจ้านิกายอย่างนี้เองเหรอ”
ผู้คนที่เหลือในนิกายเต๋าพากันพยักหน้าเห็นด้วย