เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1463 ฉันเคยบอกแล้วยังไงว่าจะปกป้องคุณ
ไจ๋ฉางข้าง ๆ เอ่ยขึ้นมา “เจ้านิกายครับ อย่าว่าแต่นิกายเต๋าของ
เราเลย แม้แต่คนธรรมดาข้างนอกนั่นยังเห็นด้วยกับการปลิดชีพ
มังกรปีศาจเสียส่วนใหญ่”
“คุณลองค้นหาดูกระทู้ที่ตั้งเกี่ยวข้องกับการฆ่ามังกรปีศาจใน
อินเทอร์เน็ตสิครับว่ามันมีมากมายเท่าไร”
“นี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องการ เกิดจากความรู้สึกของคนทั้งปวง ใน
เมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว เจ้านิกายยังคิดจะหันหลังให้ความตั้งใจ
ของผู้คนในใต้หล้าเพียงเพราะเหตุผลความรู้สึกส่วนตัวเหรอครับ”
ภายในห้องทำงานเงียบสงัดไป
หัวหน้าอาวุโสมองท้ายซ้าย จากนั้นหันมองทางขวา สีหน้ายังคง
มีรอยยิ้มกริ่ม “เสี่ยวฉู่ เธอคิดเห็นยังไงบ้าง”
ซู่เซี่ยงหยางขมวดคิ้วมุ่น ทำท่าจะปริปากพูด ก็ได้ยินเสียงฉู่ลั่ว
เอ่ยขึ้นว่า “ถ้าจะให้ฆ่าเขา ไม่มีทางค่ะ”
ทุกคนต่างมองมาทางเธอ
แม้แต่ฮั่วเซียวหมิงที่หลุบสายตามาตลอดก็ยังหันมามองเธอ
ฉู่ลั่วเอียงคอเล็กน้อย จ้องมองฮั่วเซียวหมิงซึ่งนั่งอยู่ด้านข้าง
พลางเอ่ย “แต่สามารถปิดผนึกได้”
ทุกคนพลันเบิกตาโตกันหมด
ปิดผนึกฮั่วเซียวหมิง?
เธอหมายถึง
ผนึกฮั่วเซียวหมิง?
สีหน้าของซูเซี่ยงหยางดูตกใจมาก
นักพรตหงฟางหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง “เจ้านิกายมีสติในเวลาแบบ
นี้มันช่างดีจริง ๆ เลย สมกับที่เป็นเจ้านิกายของพวกเรา คิดเผื่อ
อาณาประชาราษฎร์อย่างพวกเราเสียด้วย”
“พวกเราจะเอาตัวมังกรปีศาจทำลายโลกนั้นไป”
นักพรตหงฟางโบกมือแล้วผู้บำเพ็ญสำนักเต๋าหลายคนที่อยู่
ด้านหลังเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของฮั่วเซียวหมิงในพริบตา
มีคนหนึ่งคว้าไหล่ข้างหนึ่งของฮั่วเซียวหมิงไว้จะพาตัวเขาไป
แต่พอจะพาตัวเขาไปก็พบว่าฉู่ลั่วกำลังจับข้อมือของฮั่วเซียวห
มิงเอาไว้อยู่
“เจ้านิกาย…”
สีหน้าของนักพรตหงฟางดูเรียบเฉยไปทันที “นี่เจ้านิกาย
หมายความว่ายังไงกัน?”
ฉู่ลั่วตอบ “มังกรปีศาจทำลายโลกแข็งแกร่งขนาดนี้ ก็แค่เกรงว่า
ทุกคนจะไม่สามารถปิดผนึกปราบปรามเอาไว้ได้”
ในสายตาของนักพรตหงฟางมีความเยือกเย็นมาก
คนในสำนักเต๋าเองก็มีสีหน้าที่ดูไม่ดีเลย
“ในฐานะที่ฉันเป็นเจ้านิกาย การปราบปรามมังกรปีศาจทำลาย
โลกนับเป็นภาระหน้าที่รับผิดชอบ ในโลกนี้จะมีใครที่เหมาะสมกับ
การปราบปรามมังกรปีศาจทำลายโลกไปมากกว่าฉันอีกคะ?”
ซู่เซี่ยงหยาง “ฉู่ลั่ว นี่คุณกำลังพูดจาไร้สาระอะไรกัน!”
ฉู่ลั่วบอกออกไป “ในตอนนี้ทั่วทั้งสำนักเต๋ามีเพียงแต่ฉันที่มี
ความสามารถในการปราบปรามมังกรปีศาจ นอกจากฉันแล้วยังจะมี
ใครอีกคะ?”
นักพรตหงฟางเด้งตัวลุกขึ้นจ้องมองฉู่ลั่ว “เจ้านิกายหมายความ
ว่ายังไง!”
“ก็หมายความตามนั้นค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยววิญญาณของมังกรปีศาจล้าง
โลก แม้แต่จะบำเพ็ญเพียรก็ยังไม่สามารถทำได้ อย่าว่าแต่ฉู่ลั่วเลย
แค่ผู้บำเพ็ญธรรมดาทั่วไปคนหนึ่งก็สามารถปราบปรามฮั่วเซียวหมิง
ได้แล้ว
แต่ก่อนหน้านี้พวกเขาพูดราวกับว่าฮั่วเซียวหมิงเป็นราชาปีศาจ
ที่ยิ่งใหญ่ในโลก เวลานี้หากยอมรับไปว่าไม่ว่าใครในสำนักเต๋าก็
สามารถปราบเขาได้มันจะไม่เป็นการตบปากตัวเองหรอกเหรอ
“ได้! ในเมื่อเจ้านิกายยืนกรานว่าจะปราบมังกรปีศาจทำลายโลก
นี้ด้วยกัน อย่างนั้นก็อย่ามาหาว่าสำนักของเราไร้ความปราณีก็แล้ว
กัน”
นักพรตหงฟางนั่งลงอย่างกรุ่นโกรธ
“เมื่อปิดผนึกแล้ว แม้ว่าร่างกายของเขาจะตายแต่วิญญาณก็จะ
ไม่สามารถลงไปที่ปรโลกได้ เศษเสี้ยววิญญาณนั้นก็จะไม่สามารถ
กลับไปที่ร่างเดิมของมังกรปีศาจทำลายโลกได้เช่นกัน”
“เขาจะต้องถูกผนึกอยู่ในค่ายกลตลอดไป”
“เจ้านิกายจะยอมเหรอ?”
ในสมัยโบราณ เมื่อสำนักเต๋าได้พบกับปีศาจที่ไม่สามารถฆ่าได้
ก็จะเลือกใช้วิธีนี้มาผนึกไว้
ไม่ว่าจะเป็นปีศาจไหน ๆ ก็ไม่สามารถทนกับความเงียบเหงาเป็น
ร้อยเป็นพันปีได้หรอก
โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในสถานที่รกร้างอีก
ปีศาจจำนวนมากจึงเลือกที่จะตายเพราะทนต่อการปิดผนึกไม่
ไหว
แต่ในชาตินี้ฮั่วเซียวหมิงเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น จะทน
ต่อความยากลำบากในการปิดผนึกได้ยังไงกันเล่า?
ฉู่ลั่วตอบ “ฉันยอมค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางกัดฟัน “ฉู่ลั่ว! คุณบ้าไปแล้วเหรอ?”
ฮั่วเซียวหมิงมองฉู่ลั่วอย่างเงียบ ๆ เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเธอดู
หนักแน่น ใจของเขาก็เกิดความรู้สึกที่ยากจะพูดออกมาได้
“คุณไม่กลัวเหรอ?”
เขากระซิบ
ฉู่ลั่วเองก็เอียงคอไปทางเขาเล็กน้อยแล้วกระซิบตอบ “ฉันเคย
บอกแล้วยังไงว่าจะปกป้องคุณ”