เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1474 แผนการแทงข้างหลัง
ได้ยินไจ๋ฉางพูดอย่างนี้ก็ทำให้เหล่าผู้ชมนึกขึ้นมาได้ทันทีว่ามี
ช่วงหนึ่งที่อิ๋งเซียงหยุดกิจการไปชั่วคราว ทั้งยังมีการป้องกันอย่าง
เข้มงวด ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปใกล้
[มันเป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย]
[เทพธิดาน้อยพาปีศาจนับแสนตนเข้ามาในโลกมนุษย์จริง ๆ
เหรอ!]
[เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?]
คนทั้งอินเทอร์เน็ตต่างก็ตกตะลึงไป
ด้วยเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วินาที การค้นหาร้อนแรงของหัวข้อไลฟ์
สตรีมนี้ก็ผุดขึ้นมาบนโลกอินเทอร์เน็ต
นักพรตหงฟางทำสีหน้าราวกับเห็นอกเห็นใจ “ปีศาจกับมนุษย์
แตกต่างกันเสมอ ปีศาจมีนิสัยชอบเข่นฆ่ามาก แล้วจะพาพวกมัน
ทั้งหมดเข้ามาที่โลกมนุษย์ได้อย่างไร”
“หลายร้อยปีก่อน ปีศาจหมาป่าตนหนึ่งบุกเข้ามายังโลกมนุษย์
มันก็ทำการสังหารคนทั้งหมู่บ้านเพื่อใช้บำเพ็ญ”
“ส่วนสองร้อยกว่าปีก่อน…”
นักพรตหงฟางพูดถึงอาชญากรรมอันร้ายแรงที่เกิดจากปีศาจ
ออกมามากมาย
สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ผู้ที่ต่างเผ่าต่างพันธุ์กับ
ฉัน ย่อมมีจิตใจที่แตกต่าง แม้เจ้านิกายจะมีจิตใจเมตตา แต่จะพา
เหล่าปีศาจนับแสนตนมายังโลกมนุษย์ไม่ได้”
เขาเงยหน้ามองกล้อง “เจ้านิกาย เพื่อความปลอดภัยของ
เผ่าพันธุ์มนุษย์ เจ้านิกายโปรดเสนอแผนการจัดการออกมาโดยเร็ว
ที่สุดเถอะ”
“เหล่าปีศาจนับแสนจะหลงเหลืออยู่บนโลกมนุษย์ไม่ได้”
ในช่วงท้ายของวิดีโอดวงตาทั้งสองข้างของนักพรตหงฟางเต็ม
ไปด้วยความเมตตา จากนั้นวิดีโอก็ดับลง
ทุกคนมองไปทางฉู่ลั่ว
เฉิงยวนยกมือสองข้างขึ้นมากอดอก “ไม่รู้ใครเป็นคนวางแผนให้
เขา ถึงได้ทำเรื่องโหดร้ายขนาดนี้!”
ฉู่ลั่วมีอิทธิพลต่อคนธรรมดาเป็นอย่างมาก แต่กลยุทธ์ตัดไฟ
ตั้งแต่ต้นลมแแบบนี้ต้องทำให้มนุษย์ธรรมดาที่เคยเชื่อถือในตัวฉู่ลั่ว
พวกนั้นเกิดความสงสัยต่อเธอแน่
“ลั่วลั่ว ตำแหน่งเจ้านิกายของเจ้าไม่ดีเท่าไหร่แล้ว! พวกเขาแทง
ข้างหลังเจ้า และแผนการแทงข้างหลังนี้ยังดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ด้วย”
ซุนหย่าจิ้งซึ่งกลายเป็นวิญญาณเช่นกันก็ส่ายหน้า “ฉันไม่ชอบ
กลิ่นอายบนตัวตาเฒ่าคนนี้เลย มันมีกลิ่นอายของการเสแสร้งอยู่นิด
หน่อย”
“ลั่วลั่ว ต่อจากนี้เธอจะทำยังไงจ๊ะ?” หยางไต้คิดร้อนใจ “พวกเขา
กำลังรังแกหนูไม่ใช่เหรอ!”
เธอขมวดคิ้วพูดต่อ “หรือพวกเราจะอาศัยจังหวะที่เรื่องยังไม่
วุ่นวายในโลกอินเทอร์เน็ตมากดกระแสเอาไว้ แล้วหาเรื่องอื้อฉาวใน
วงการบันเทิงสักเรื่องมาดึงความสนใจของผู้คนไปก่อน”
เฉิงยวน “เจ้าเข้าใจความคิดเห็นของประชาชนหรือไม่”
ซุนหย่าจิ้งส่ายหน้า “แต่ความเป็นไปได้มีน้อยมาก ท่าน
ปรมาจารย์ได้รับความนิยมในอินเทอร์เน็ตสูงมาก ตอนนี้ทั่วทั้งวงการ
บันเทิงอยากหาคนที่โด่งดังกว่าท่านปรมาจารย์คงไม่มีแล้ว!”
“ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คน ใครจะยอมปล่อยให้กระแส
ร้อนแรงอย่างนี้หายไป!”
“ดูสิ!”
เธอชี้ไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือของหัวหว่านที่มีข่าวแจ้งเตือน
ขึ้นมา “การค้นหายอดนิยมจะทำให้มือถือของเธอระเบิดอยู่แล้ว!”
ทุกคนหยิบโทรศัพท์ออกมาจึงเห็นแจ้งเตือนของข่าวถูกส่งเข้า
มาจนเต็มหน้าจอ และทั้งหมดเกี่ยวข้องกับฉู่ลั่ว
ตอนที่ทุกคนกำลังจ้องโทรศัพท์มือถือ เลขาเสี่ยวลู่ก็ลุกขึ้นยืน
พลางพูดว่า “พวกเรากลับเมืองเจียงกันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
“หา!”
คนตระกูลซ่งต่างมองเธอ
เลขาเสี่ยวลู่บอก “ตอนนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องเทพธิดา…ไม่ใช่
เรื่องว่าท่านปรมาจารย์จะทำอะไร แต่ต้องจับตาดูท่าทีของรัฐบาล
ต่างหากล่ะคะ”
รอดูว่ารัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไร?
ซ่งอวิ๋นชิงพยักหน้าเห็นด้วย “ผิงผิงพูดถูก ตอนนี้พวกเรา
กลับไปที่เมืองเจียง จะได้เอาแผนการทั้งหมดออกมาแล้วส่งไปให้
เบื้องบน”
“ลั่วลั่ว ชาวเน็ตส่วนใหญ่เป็นพวกคนไร้สติ คนอื่นว่ายังไงก็ว่าไป
ตามกัน หนูอย่าเสียใจเพราะข่าวบนอินเทอร์เน็ตพวกนี้เลยนะ”
ฉิงจื่อฉิงตบมือฉู่ลั่วอย่างแผ่วเบา “พวกเราอยู่ข้างหนู ถ้าคนจาก
ลัทธิเต๋าอะไรนั่นกล้ามารังแกหนู พวกเราก็จะได้เห็นดีกัน!”
หลังคนตระกูลซ่งบอกลาซ่งเมี่ยวเมี่ยวเรียบร้อยแล้วจึงรีบร้อน
จากไป
ฮั่วจิ้นกับหยางไต้ก็ยืนขึ้น “พวกเขาดีแต่ใส่ร้ายคนอื่นเท่านั้น ลั่ว
ลั่ว หนูวางใจเถอะ! คนในวิดีโอทั้งหมด จะไม่มีใครหนีรอดไปได้แม้แต่
คนเดียว”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ขอบคุณค่ะ ลุงฮั่ว”
ฮั่วจิ้นพาหยางไต้ที่กำลังโมโหจากไป ก่อนออกไปยังไม่ลืมมอง
ฮั่วเซียวหมิงด้วย “ลูกดูแลลั่วลั่วให้ดีนะ”
หยางไต้พูดจาค่อนแคะ “เป็นลั่วลั่วที่ปกป้องเขาหรือเป็นเขาที่
ปกป้องลั่วลั่วกันแน่ คุณยังดูไม่ออกอีกเหรอคะ?”
ฮั่วจิ้น “…”