เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1473 เรื่องส าคัญของลัทธิเต๋า
นักพรตคนหนึ่งหากทำตัววางท่าสูงส่งเกินไป คนธรรมดาก็จะ
รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังเสแสร้ง
แต่หากมีท่าทางเคร่งขรึมจริงจัง คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าน่าเกรง
กลัวขึ้นมาเล็กน้อย
ถึงอย่างไรสิ่งที่คนในประเทศส่วนใหญ่เชื่อถือไม่ใช่เรื่องความ
เชื่องมงาย แต่เป็นความน่าเคารพ
นักพรตหงฟางในวิดีโอมีภาพภูเขาซานชิงแขวนเอาไว้ ส่วน
ด้านล่างมีนักพรตที่สวมชุดคลุมสีต่าง ๆ อยู่ด้วย
ภาพนี้ทำให้เหล่าผู้ชมที่ได้ดูวิดีโอต่างก็ตกตะลึงกันไปแล้ว
[นี่ไม่ใช่เจ้าสำนักเทียนอีเหรอ? ก่อนหน้านี้ฉันยังไปขอยันต์ที่
สำนักของเขาอยู่เลย?]
[ที่อยู่ทางซ้ายสุดคือนักพรตที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนนั้นไม่ใช่เหรอ?
เขามีแฟนคลับบนอินเทอร์เน็ตเยอะมากด้วยนะ]
[สุดยอด! นี่มันภาพอะไรกัน! การชุมนุมครั้งใหญ่ของยุทธภพ
เหรอ?]
[คนที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุดคนนั้น สถานะคงสูงมากเลยใช่ไหม? ชุด
คลุมเต๋าที่เขาสวมถึงได้ดูแตกต่างจากคนอื่นเลย!]
[ความเห็นบนไม่รู้เหรอ! เสื้อคลุมเต๋าแบ่งออกเป็นเจ็ดสีเจ็ดลำดับ
ขั้น สีทองคือระดับสูงสุด แสดงถึงพลังอันไม่มีจุดสิ้นสุด เกียรติยศ
และความน่านับถือ นักพรตที่สวมชุดคลุมสีทองได้ไม่ใช่คนธรรมดา
แต่เป็นคนที่บรรลุวิถีแห่งสวรรค์ได้]
เพราะเกร็ดความรู้ในช่องแสดงความคิดเห็น จึงทำให้ผู้ชมเริ่ม
ศรัทธาในตัวนักพรตหงฟางมากขึ้น คนที่เคยหัวเราะเยาะหรือกล่าว
ล้อเล่นในช่องไลฟ์สตรีมต่างก็สำรวมวาจากิริยากันมากขึ้น
ซ่งจือหนานหัวเราะอย่างเย็นชา “คนพวกนี้ตอนอยู่ในช่องไลฟ์
สตรีมของพี่ลั่วไม่เห็นจะเชื่อฟังขนาดนี้เลย”
หยางไต้ก็ขมวดคิ้ว เธอพิจารณานักพรตหงฟางที่อยู่บนหน้าจอ
เล็กน้อย ก่อนจะมองฉู่ลั่วซึ่งนั่งอยู่ข้างกายตัวเอง “ลั่วลั่ว! ฝั่งนั้นเขา
อาศัยเรื่องเครื่องแบบมาอ้างล่ะ!”
ฉู่ลั่วไม่เคยสวมชุดนักพรตเต๋าอย่างเป็นทางการ ประกอบกับเธอ
ยังอายุน้อยและเป็นคนสวยมาก ถึงแม้ความสามารถของเธอจะโดด
เด่นจนเป็นที่ประจักษ์ แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ดูถูกเธอ
โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของอายุและเพศ ต่อให้
ฉู่ลั่วจะเผยความแข็งแกร่งของตัวเองออกมามากขนาดไหน พวกเขา
ก็ยังกล้าพูดจาไม่ดีในช่องไลฟ์สตรีมของฉู่ลั่วอยู่ดี
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้านักพรตหงฟางท่าทีของพวกเขากลับต่าง
ออกไป
นักพรตหงฟางนั้นไม่ว่าจะเป็นอายุหรือเพศล้วนทำให้ผู้คน
เชื่อถือได้
“ลั่วลั่ว ต่อไปถ้าหนูได้สวมชุดนักพรตเต๋าสีทอง จะต้องงดงาม
กว่านักพรตหงฟางอะไรนั่นแน่นอน”
ฉิงจื่อฉิงที่อยู่ด้านข้างก็เห็นด้วย “ใช่แล้ว ถูกต้องเลย!”
ฉู่ลั่วบอก “ชุดนักพรตเต๋าจะสวมใส่ตามอำเภอใจไม่ได้ค่ะ สีของ
ชุดคลุมก็ใช่ว่าใครอยากใส่สีอะไรก็ใส่ได้”
ลัทธิเต๋ามีการแบ่งระดับขั้นที่เข้มงวดมาก
ในโลกใบนี้ ผู้ที่จะสวมชุดคลุมของนักพรตเต๋าได้ต้องเป็นผู้ที่มี
อาจารย์และมีสำนัก
หลังจากทำท่าทางเคร่งขรึมแบบนี้มานานสิบกว่านาที นักพรต
หงฟางที่นั่งอยู่จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เขามองเหล่านักพรตที่ยืนอยู่ด้านล่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลาง
เอ่ยปากพูดช้า ๆ ว่า “การที่ฉันเรียกทุกท่านมาในวันนี้ เพราะเป็น
เรื่องสำคัญของลัทธิเต๋า”
“ผู้อาวุโสเชิญกล่าว”
ไจ๋ฉางสวมชุดคลุมเต๋าสีม่วง ท่าทางของเขาก็ดูจริงจังไม่ต่างกัน
“เรื่องที่เจ้านิกายดึงกลุ่มปีศาจนับหมื่นตนมายังโลกมนุษย์ก่อน
หน้านี้นั้น ทุกท่านคงทราบกันแล้วใช่หรือไม่?”
ประโยคนี้เหมือนกับโยนระเบิดเข้ามาในช่องไลฟ์สตรีม
[กลุ่มปีศาจอะไร?]
[ปีศาจนับแสนเหรอ?]
[เจ้านิกาย…พูดถึงเทพธิดาน้อยเหรอ? ทำไมเธอต้องทำแบบนั้น
ด้วยล่ะ?]
[ก่อนหน้านี้ทางการก็ออกประกาศมาแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าฉู่ลั่วคือ
เจ้านิกายของลัทธิเต๋า]
[ทำไมเทพธิดาน้อยต้องพากลุ่มปีศาจนับแสนตนอะไรนั่นมาที่
โลกมนุษย์ด้วย?]
[เรื่องนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!]
[ขอพูดอะไรที่ไม่น่าฟังสักหน่อยนะ แต่การที่ฉู่ลั่วสามารถทำ
เรื่องแบบนี้ได้ ฉันกลับไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดเดียว!]
ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นมีหลายเสียงที่ตั้งคำถามกับฉู่ลั่ว แต่
ส่วนใหญ่เป็นผู้ชมที่ออกมาปกป้องเธอ
ไจ๋ฉางทำสีหน้าเคร่งขรึม “แรกเริ่มเดิมทีพวกเราไม่รู้เรื่องนี้ ตอน
ที่รู้ เจ้านิกายก็ให้กลุ่มปีศาจนับแสนตนเข้ามาที่โลกมนุษย์แล้ว”
เขาหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะจงใจพูดออกมาว่า “ตอนนั้นพวกมันก็
ไปรวมตัวกันที่อิ๋งเซียง”