เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1478 ปีศาจพร ่าบ่น
จิ่งเจียเหยียนที่อ่านความคิดเห็นพวกนั้นแล้วก็เงียบไป เธอปิด
หน้านั้นไปเงียบ ๆ
เธอเองก็ไม่ได้โหวตให้โลมาหัวบาตรหลังเรียบ
หูเสี่ยวหลีมองจิ่งเจียเหยียนที่เงียบลงได้ในที่สุด “ช่วงนี้พวกลัทธิ
เต๋าไม่ได้มาหาเรื่องอะไรแล้วใช่ไหม!”
เฉิงยวนหัวเราะเย็นชา “ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แล้วจะมีเวลาไหน
มาสนใจลั่วลั่วล่ะ!”
เมื่อวานนี้ในอินเทอร์เน็ตยังมีข่าวที่บอกว่าคนของสำนักเต๋า
จำนวนมากกำลังหลอกลวงผู้คน
บ้างก็เป็นนักพรตเต๋าปลอม พระปลอมที่อยู่ในสำนักเต๋าหรือวัด
เพื่อหลอกลวงคนอื่น
บ้างก็เป็นนักพรตตัวจริงแต่หลอกคน
บ้างก็เป็นนักพรตตัวจริงที่เรียกเก็บเงินในราคาสูง…
ไม่นานนักคนทั้งโลกอินเทอร์เน็ตจึงพากันเห็นปัญหาต่าง ๆ ของ
สำนักเต๋าหลายแห่งที่มีชื่อเสียง
เหมือนว่านักพรตทุกคนที่อยู่ในวิดีโอนั้นจะถูกเปิดโปงกันหมด
โดยเฉพาะตระกูลไจ๋ที่ถูกแฉมากกว่าใคร แถมบางเรื่องยัง
เกี่ยวข้องกับชีวิตคนอีกด้วย
เกรงว่าในช่วงนี้ตระกูลไจ๋คงไม่มีเวลาจะยื่นมือมายุ่งเรื่องของคน
อื่นแล้ว
หูเสี่ยวหลีก็หัวเราะเสียงเย็นตาม “พวกเขาออกมาชูธงต่อต้าน
คนอื่นเพื่อประโยชน์ของตัวเองเพื่อพูดถึงกลุ่มปีศาจนับแสนอะไรนั่น
ปีศาจนับแสนแล้วยังไงล่ะ พวกเขาทุกตนต่างก็เชื่อฟังท่านปรมาจารย์
กันทั้งนั้น”
“ในสายตาของพวกเขาปีศาจนับแสนทำให้พวกเขาตกใจได้ แต่
ในสายตาของท่านปรมาจารย์ ปีศาจนับแสนตนก็แค่แรงงานเท่า
นั้นเอง”
“นี่คือความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ยังไงล่ะ”
แค่หูเสี่ยวหลีนึกถึงใบหน้าของนักพรตเหล่านั้นก็หัวเราะเยาะอยู่
ในใจ “หงฟางอะไรนั่นต้องสร้างเรื่องอีกแน่นอน”
เฉิงยวนแค่นเสียงในลำคอใส่ “ถ้าเขายังกล้าสร้างเรื่องอะไรอีก
ดาบในมือลั่วลั่วไม่ใช่สิ่งที่ควรยั่วยุหรอกนะ”
“จริงสิ แล้วท่านปรมาจารย์ล่ะ?”
ทั่วทั้งคฤหาสน์ตอนนี้สัมผัสถึงกลิ่นอายของท่านปรมาจารย์
ไม่ได้เลย
เฉิงยวนบอก “นางไปหาปีศาจพวกนั้นแล้ว บอกว่าเพราะเรื่อง
สมบัติของชาติ พวกปีศาจก็เลยสร้างความวุ่นวายกันใหญ่”
หูเสี่ยวหลีกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ “สร้างความวุ่นวาย
ใหญ่มากเหรอ?”
เฉิงยวนบอกใบ้ด้วยการมองไปทางจิ่งเจียเหยียน
ปีศาจที่จิตใจพังทลายเหมือนจิ่งเจียเหยียนไม่ได้มีแค่ตนสองตน
หรอก!
……
บนสนามหญ้าขนาดใหญ่นอกองค์กร ปีศาจนับหลายร้อยตนมา
รวมตัวกันอยู่
บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างก็เกาะอยู่นอกรั้ว เฝ้ามองปีศาจที่อยู่ข้างใน
แต่ละตนส่งเสียงดังเพื่อเรียกร้องให้ฉู่ลั่วตัดสินให้
หมีตัวสีขาวดำตัวหนึ่งยกมือสองข้างขึ้นกอดอก พลางจ้องมอง
ไปทางกลุ่มปีศาจพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้า
“ไม่คิดเลยว่าปีศาจแพนด้าจะเป็นแบบนี้”
“ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้แพนด้าตัวนี้เกลียดชังมนุษย์มาก เพราะ
แบบนั้นมันถึงจะแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ในร่าง
เดิมตลอด”
บนสนามหญ้ากลุ่มปีศาจกำลังร้องทุกข์กับฉู่ลั่ว แต่ละตนทั้ง
โกรธทั้งเสียใจ
“ทำไมล่ะท่านปรมาจารย์! ทำไมสัตว์เห็นแก่กินอย่างมันถึงได้
กลายเป็นสมบัติของชาติ! วัน ๆ เอาแต่กินกับนอน ไม่นอนก็เล่นสนุก
ทำไม!”
ปีศาจหมาป่าตนหนึ่งตะโกนเสียงดัง
เขาไม่ได้คิดอิจฉาอยู่แล้ว
เขาจะอิจฉาสัตว์เห็นแก่กินที่ถูกเลี้ยงเอาไว้ในกรงได้ยังไง!
ปีศาจอย่างพวกเขาล้วนเป็นอิสระและดุร้าย ไม่เหมือนสัตว์เห็น
แก่กินที่แม้แต่ของกินยังถูกมนุษย์เอามาป้อนให้ถึงปาก ทำให้เผ่า
ปีศาจรู้สึกน่าอับอายเกินไปแล้ว
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! เห็นแก่กินยังไม่เท่าไหร่แต่ยังเป็นสัตว์เสี่ยงสูญ
พันธ์ุุอีก แล้วทำไมสุนัขกับแมวถึงกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ไป
ได้!”
ปีศาจไก่ตะโกนขึ้นมา
“ทำไมถึงไม่ยอมให้พวกเราปีศาจแมวกับปีศาจสุนัขคืนร่างเดิม
เพื่อไปเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ล่ะ! เดิมทีพวกเราก็เป็นแมวเป็นสุนัข
นะ! พวกเรารู้เรื่องมากกว่าแมวกับสุนัขที่แปลงร่างไม่ได้พวกนั้นอีก
แถมยังปกป้องเจ้าของได้ด้วย”
เหล่าปีศาจส่งเสียงตะโกนดัง
ปัญหาที่พวกเขาพร่าบ่นมากที่สุดคือเรื่องของแพนด้า แมวและ
สุนัข
ทั่วทั้งสนามเต็มไปด้วยเสียงจอแจของพวกเขา
แต่เพียงพริบตาเดียวนั้น
ยามดาบชิงเจวี๋ยออกมาจากฝัก เสียงอันดังชัดเจนของดาบก็ทำ
ให้ปีศาจทุกตนที่อยู่ที่นี่เงียบลงไป
ปีศาจทุกตนเงยหน้ามองฉู่ลั่วเป็นตาเดียว
ยังมีปีศาจบางตนที่ในดวงตามีน้าตาเอ่อคลอ ท่าทางน้อยอก
น้อยใจมาก