เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1483 จัดการด้วยตัวเอง
คนตระกูลไจ๋ส่วนใหญ่ทำธุรกิจ ทั้งยังพึ่งพาวิชาลับของลัทธิเต๋า
ในการทำธุรกิจอีกด้วย
นี่คือเหตุผลที่ทำให้นักพรตเทียนหลัวรู้สึกดูถูกตระกูลไจ๋นัก
ไจ๋ฉางส่งเสียงไม่พอใจขึ้นมา “รู้จักคำว่าปรับตัวให้เข้ากับยุค
สมัยหรือเปล่า? คนในตระกูลจี้บางคนก็ถูกจับไม่ใช่เหรอ? พวกผู้
บำเพ็ญชั่วร้ายนั่นไง!”
นักพรตเทียนหลัวมีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน
ทุกคนต่างก็โกรธจัด จากนั้นจึงมองไปทางนักพรตหงฟางที่นั่ง
อยู่ข้างบนเป็นตาเดียว
เพราะเกิดเรื่องกับทุกสำนักทุกนิกายในช่วงหลายวันมานี้
สำนักที่มาร่วมถ่ายวิดีโอกับเขาเหมือนจะเกิดเรื่องกันหมด
และใต้วิดีโอคลิปนั้นของเขา ไม่ใช่ความคิดเห็นที่จะสืบเสาะ
ค้นหาเรื่องของฉู่ลั่วแล้ว แต่ตอนนี้ความคิดเห็นทั้งหมดเป็นการ
ประณามเขาทั้งสิ้น
เขากัดฟันแล้ววางโทรศัพท์ลงข้างตัว
พลางมองคนของสำนักและนิกายต่าง ๆ ที่อยู่ที่นี่ด้วยสายตาเย็น
ชา “ทุกท่านจะจัดการนักพรตในสำนักของตนเองอย่างไร”
“นี่เป็นโอกาสให้ฉู่ลั่วได้หัวเราะเยาะพวกเราไม่ใช่เหรอ?”
“ผู้อาวุโส นักพรตในสำนักมีเยอะมาก พวกเราจะดูแลทุกคนย่อม
เป็นไปไม่ได้” ไจ๋ฉางแก้ตัวให้ตัวเอง “ไม่รู้ว่าฉู่ลั่วจับพวกเขาไปอย่าง
นั้น เธอคิดจะทำยังไงกับพวกเขา?”
“ผู้อาวุโส ตอนนี้ควรจะทำยังไงดีครับ? จะทนมองฉู่ลั่วตบหน้า
พวกเราแบบนี้เหรอ?”
“นักพรตพวกนั้นมีจุดที่ทำไม่ถูกต้องแน่นอนอยู่แล้ว แต่เธอควร
จะบอกกับพวกเราเป็นการส่วนตัวสักคำ และปล่อยให้พวกเราไป
จัดการกันเองก็จบแล้ว”
“ใช่แล้ว! แถมเธอยังไปสร้างความวุ่นวายบนอินเทอร์เน็ตอีก
ตอนนี้คนในอินเทอร์เน็ตต่างก็เคียดแค้นพวกเรามาก”
ไม่ว่าจะสำนักเต๋าหรือวัด หากมีข่าวเชิงลบออกมา คงไม่มีใคร
ศรัทธาจนต้องร้างไปแน่นอน
“ผู้อาวุโสจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้นะครับ!”
“ต้องสั่งสอนฉู่ลั่วสักครั้ง”
“เธอเป็นเจ้านิกายของลัทธิเต๋า แต่กลับปล่อยให้คนธรรมดาพวก
นั้นมาตบหน้าลัทธิเต๋าของพวกเรา ต้องสั่งสอนเธอเสียบ้าง!”
“ใช่ สั่งสอนเธอเลย!”
นักพรตหงฟางมองสีหน้าของทุกคนที่อยู่ที่นี่แล้วพยักหน้า
“แน่นอนว่าต้องสั่งสอนให้เธอรู้สำนึกบ้าง ว่าเธอไม่ได้ขึ้นไปนั่งบน
ตำแหน่งเจ้านิกายด้วยความสามารถของตัวเอง”
เห็นว่าครั้งนี้นักพรตหงฟางจะลงมือจริง ๆ แล้ว ทุกคนจึงพยัก
หน้าพร้อมกัน
……
ทางฝั่งองค์กร ซู่เซี่ยงหยางขังนักพรตหลายสิบคนเอาไว้แล้วพูด
ขึ้นว่า “นักพรตพวกนี้เหมือนจะไม่เกรงกลัวอะไรเลยนะครับ!”
พวกเขาเคยทำคดีของนักพรตเต๋ามาก่อน
แต่นักพรตเหล่านี้กลับแตกต่างจากนักพรตก่อนหน้านี้มาก
เกินไป
ครั้งก่อนคนพวกนั้นหวาดกลัวจนแทบเสียสติ แต่คนพวกนี้…
กลับไม่กลัวเลยสักนิด
แต่ละคนต่างก็คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้ออกไป!
ซู่เซี่ยงหยาง “จะจัดการคนพวกนี้ยังไงดีครับ?”
ฉู่ลั่ว “จัดการตามกฎหมายค่ะ!”
“แล้วฝั่งลัทธิเต๋า…”
ฉู่ลั่วตอบ “ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต ติดหนี้ต้องคืนเงิน หากเป็น
เพียงปัญหาเล็ก ๆ และอีกฝ่ายรู้จักยอมและปรองดองกันได้ ถ้าอย่าง
นั้นก็แค่ทำลายจิตธรรมญาณ แล้วเพิกถอนคุณสมบัติในการเป็น
นักพรตไปก็พอ”
ฉู่ลั่วนิ่งไปพักหนึ่ง “เดี๋ยวฉันจะจัดการด้วยตัวเองค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางอ้าปากค้างทันที “คุณกำลังจะทำให้คนทั้งลัทธิเต๋า
ขุ่นเคืองนะครับ! ถึงคุณเป็นเจ้านิกาย แต่ต่อไปในอนาคตคุณอาจจะ
อยู่ในลัทธิเต๋าไม่ได้ง่าย ๆ”
ฉู่ลั่วมองซู่เซี่ยงหยาง “ด้วยฐานะเจ้านิกายในตอนนี้ ฉันเป็นได้
อย่างราบรื่นอย่างนั้นเหรอคะ?”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
“ถอยหนึ่งก้าว ถอยหลายก้าว ถ้ายังถอยต่อไป พวกเขาคงจะคิด
ว่าฉันกับองค์กรไม่มีหลักการแล้วล่ะค่ะ!”
ซู่เซี่ยงหยางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “เข้าใจแล้วครับ ผมจะไป
รายงานเบื้องบนก่อน”
“ค่ะ”
กลุ่มปีศาจที่ตอนแรกคิดว่าอีกนานจะต้องสร้างเรื่องวุ่นวาย แต่
เมื่อได้รับคำตอบจากฮั่วเซียวหมิงจึงพากันแยกย้ายกลับไปด้วยความ
พอใจแล้ว
ไจ๋โหรวเห็นฮั่วเซียวหมิงลงมาจากเวทีก็อดจะปรบมือให้เขาไม่ได้
“ประธานฮั่วคุณเก่งมากเลยค่ะ! คุณกับเจ้านิกายของพวกเราเป็นคู่ที่
สรรค์สร้างมาจริง ๆ เหมาะสมกันเกินไปแล้ว”
ฮั่วเซียวหมิงซึ่งมีสีหน้าไร้อารมณ์ในตอนแรก ดวงตาพลันเป็น
ประกายขึ้นมาเพราะคำพูดนี้ เขาก้มมองนาฬิกาบนข้อมือของไจ๋
โหรว “นี่เป็นนาฬิกาที่บริษัทของพวกเราพัฒนาขึ้นมาเมื่อปีก่อนใช่
ไหมครับ?”
“ค่ะ! ใช่ค่ะ! ตอนนั้นฉันไปต่อแถวแย่งซื้ออยู่นานมาก ต้องจ้าง
คนไปช่วยแย่งซื้อด้วยนะคะ”
ฮั่วเซียวหมิงบอก “อีกเดี๋ยวผมจะให้คนส่งคอลเล็กชันใหม่ล่าสุด
ของปีนี้มาให้นะครับ”
ไจ๋โหรวรู้สึกดีใจมากแต่หลังจากนั้นเธอก็มองแผ่นหลังของฮั่ว
เซียวหมิงด้วยความงุนงง
ทำไมจู่ ๆ ประธานฮั่วถึงมอบของขวัญให้เธอกันนะ?