เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1485 เธอคิดจะขวางฉันเหรอ
ไจ๋โหรวเห็นสีหน้าย่าแย่ของคนจากลัทธิเต๋าก็เผยรอยยิ้มเย็นชา
ออกมา
คนพวกนี้จะไปรู้อะไร
อิทธิพลของฮั่วกรุ๊ปยิ่งใหญ่ขนาดไหนพวกเขาจะรู้บ้างหรือ
เปล่า?
ยิ่งไปกว่านั้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่ฮั่วกรุ๊ป แต่ยังมีอีกหลายสิบบริษัทที่
ให้ความร่วมมือในโครงการนี้
โครงการเหล่านี้เมื่อรวมฮั่วกรุ๊ปเข้าไปด้วย จะสามารถนำพา
เมืองหนึ่งเมืองให้ขึ้นไปเป็นเมืองชั้นหนึ่งได้เลย
บริษัทของพวกเขาย้ายไปตั้งที่เมืองไหน เมืองนั้นไม่เจริญจนเป็น
บ้าไปเลยเหรอ!
ตอนนี้ชาวเน็ตยังไม่รู้ว่ามีบริษัทมากมายจะติดตามฮั่วกรุ๊ปไป
ด้วย ถ้ารู้ล่ะก็ต้องคลั่งหนักขึ้นยิ่งกว่าตอนนี้แน่นอน
จนกระทั่งทุกมณฑลพูดจบแล้ว
ผู้นำของแต่ละมณฑลต่างมองลัทธิเต๋ากับฮั่วกรุ๊ปด้วยสายตา
คาดหวัง
ในดวงตาทุกคู่เผยคำสองคำออกมาอย่างชัดเจน
เลือกฉัน!
หงฟางถูกสายตาเหล่านี้กระตุ้นไฟโทสะในใจให้รุนแรงขึ้น
เขาฮึดฮัดลุกยืนจนคนของลัทธิเต๋ายืนขึ้นตามกันหมด
“ไร้สาระ!”
เขาตะโกนเสียงดัง
“เขาเป็นปีศาจมังกรทำลายโลก! พวกคุณเห็นเป็นเรื่องเด็กเล่น
หรือไง?” เขาชี้ไปทางฮั่วเซียวหมิง “ปีศาจมังกรทำลายโลกสามารถ
ฆ่าพวกคุณทุกคนให้ตายได้ เข้าใจหรือเปล่า?”
ผู้นำสูงสุดของมณฑลต่างมองหน้ากันไปมา
จากนั้นจึงพยักหน้าพร้อมกัน
“เข้าใจครับ เข้าใจดี!”
“เพราะแบบนี้ถึงต้องผนึกไว้ที่มณฑลหนานที่รกร้างห่างไกลของ
พวกเรายังไงล่ะครับ”
“มณฑลกานของพวกเราต่างหากที่รกร้าง! มณฑลกานของ
พวกเราถูกจัดอันดับให้เป็นมณฑลที่ยากจนที่สุดทุกปีเชียวนะ”
“ใครบ้างไม่เคยถูกจัดอันดับแบบเดียวกันมาก่อน! มณฑลของ
พวกเราก็ย่าแย่มาก คุณไปดูมณฑลของพวกเราสิครับ หลายปีมานี้
ไม่ใช่แค่เรื่องสภาพแวดล้อมที่แย่ ด้านเศรษฐกิจก็แย่ แม้แต่ด้านสังคม
ก็แย่ไปหมด”
พวกเขายิ่งพูดยิ่งหยุดไม่ได้จนเกือบจะกลายเป็นการทะเลาะกัน
แล้ว
เพียงครู่เดียวนักพรตหงฟางก็สร้างตราประทับด้วยสองมือ เขา
ท่องคาถาอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณแข็งแกร่งสายหนึ่งระเบิด
ออกมาจากร่างกายของเขา
มันระเบิดออกมาจนทำให้ทั่วทั้งห้องประชุมสั่นสะเทือนไปหลาย
ครั้ง
“นักพรตหงฟางคุณทำอะไร?”
“เอาอีกแล้ว!” ไจ๋โหรวถลึงตาด้วยความโมโห
เจ้าหน้าที่ขององค์กรกำลังอยู่ในสถานะเตรียมพร้อม
นักพรตหงฟางแค่นเสียงเย็นชา “ดูเหมือนว่าพวกคุณยังไม่
เข้าใจถึงความน่ากลัวของปีศาจมังกรทำลายโลก ถ้าอย่างนั้นคงจะ
ส่งตัวเขาให้พวกคุณไม่ได้ ต้องให้พวกเราลัทธิเต๋าจัดการเอง”
พูดจบเขาก็ทะยานตรงเข้ามาหาฮั่วเซียวหมิง
แต่ตอนที่จะเข้าใกล้ฮั่วเซียวหมิงนั้น ดาบเย็นเฉียบเล่มหนึ่งก็มา
อยู่เบื้องหน้าของเขาเสียก่อน
“การผนึกนี้เป็นเหมือนเรื่องไร้สาระ!” หงฟางมองฉู่ลั่วอย่างเย็น
ชา “ฉันจะปล่อยให้พวกเธอทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ต่อไปไม่ได้”
“เรื่องวุ่นวานนี้เกิดจากพวกคุณต่างหาก แต่ผลลัพธ์จะเป็นยังไง
มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้ว!”
หงฟางสีหน้าเย็นชา “เธอคิดจะขวางฉันเหรอ?”
เขาเหลือบมองฉู่ลั่ว ดวงตาฉายแววดูถูกราวกับกำลังพูดว่า
‘เธอน่ะเหรอ!’
ฉู่ลั่วบอก “ตอนนี้พวกเขากล้าไม่เห็นฉันซึ่งเป็นเจ้านิกายอยู่ใน
สายตาก็เพราะมีคุณอยู่ ถ้าเอาชนะคุณได้ พวกเขาคงจะซื่อสัตย์กับ
ฉันแล้ว”
คำพูดนี้ฟังไม่เข้าหูเอาเสียเลย
นักพรตหลายคนสีหน้ามืดครึ้มลงแล้ว
หงฟางหัวเราะเย็นชา “แสดงว่าการที่คนกลุ่มนี้กล้าทำความผิด
กำเริบเสิบสานก็เพราะมีเธออยู่ ถ้าทำให้พวกเขาเห็นว่าเธอไร้
ความสามารถ พวกเขาก็คงเลิกก่อเรื่องวุ่นวายไปแล้ว”
ทันทีที่เสียงพูดจบลง เขาก็พุ่งเข้ามาโจมตีฉู่ลั่วทันที
ฉู่ลั่วกระทืบเท้า แสงสว่างสายหนึ่งพลันปรากฏโอบรอบตัวพวก
เขา ก่อนที่ทั้งสองคนจะหายตัวไปในพริบตา
“เจ้านิกาย!”
“เจ้านิกาย!”
“ผู้อาวุโส!”
“ลั่วลั่ว!”
ทุกคนต่างตกตะลึง
“พวกเขาอยู่ข้างนอก!”
มีคนวิ่งไปดูตรงริมหน้าต่างและเห็นฉู่ลั่วกับหงฟางกำลังสู้กัน
ทุกคนออกมาข้างนอกกันหมด เฝ้ามองคนทั้งสองต่อสู้กันอยู่ไม่
ไกล
ไจ๋ฉางยกสองมือกอดอก มองไปทางฝั่งองค์กรเหมือนมีบางอย่าง
ทั้งที่ไม่มีอะไร โดยเฉพาะไจ๋โหรวที่พูดเสียงไม่ดังไม่เบา แต่กลับดัง
พอจะให้คนที่อยู่ที่นี่ได้ยินกันทุกคน
“ผู้อาวุโสบำเพ็ญมาหลายร้อยปีแล้ว ในลัทธิเต๋าตอนนี้จะมีสักกี่
คนที่เป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้?”
“คนนอกรีตอย่างฉู่ลั่วยังกล้ามาเทียบเคียงกับผู้อาวุโส!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสลงมืออย่างไว้ไมตรี วันนี้จิตธรรมญาณ
ของฉู่ลั่วคงพังทลายไปแล้ว!”