เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1486 เสี่ยวฉู่ไม่แพ้
“คนรุ่นหลังอย่างพวกเธอไม่รู้หรอกว่าผู้อาวุโสหงฟางเก่งขนาด
ไหน หลังจากเห็นฉู่ลั่วแค่คนเดียวก็คิดว่าในลัทธิเต๋าเธอฝีมือเก่งกาจ
ที่สุดแล้วจริง ๆ เหรอ?”
นักพรตบางคนพูดจาถากถางหนึ่งประโยคว่า “พวกเขาจะไปรู้
อะไร! ปรมาจารย์ที่แท้จริง ต่างหลบซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึก ไม่
ปรากฏตัวออกมา”
“มีใครที่ชอบทำตัวเด่นดังอย่างฉู่ลั่วบ้าง วัน ๆ เอาแต่ไลฟ์สตรีม
ในอินเทอร์เน็ต!”
เจ้าหน้าที่ขององค์กรต่างทำสีหน้าแปลก ๆ เพราะคำพูดเหล่านี้
ของพวกเขา
“เจ้านิกายจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
“หงฟางคนนั้นดูเหมือนจะเก่งมากเลยนะ!”
“แม้แต่คนของเจ็ดสิบสองสำนักเซียนแห่งลัทธิเต๋าก็เคารพนับถือ
หงฟางคนนั้น หงฟางคนนั้นต้องเก่งมากแน่ ๆ เลย!”
ไจ๋โหรวพูดด้วยความโกรธ “พวกนายเป็นอะไรไป ทำไมปล่อย
ให้ความทะเยอทะยานของคนอื่นมาทำลายศักดิ์ศรีของตัวเองล่ะ!”
“แต่อีกฝ่ายเก่งมากจริง ๆ นะ!”
ไจ๋โหรวแค่นเสียงเย็นชา “เจ้านิกายเก่งที่สุด เก่งที่สุดในโลก
ด้วย!”
เทพอู่ทง “ใช่ เจ้านิกายเก่งที่สุด!”
เซียนพู่กันวาดตัวอักษรให้ลอยขึ้นกลางอากาศ มันเขียน
ข้อความสนับสนุนฉู่ลั่วทุกคำ
แต่ ณ ที่ตรงนั้น ฉู่ลั่วกับหงฟางยังคงต่อสู้พัวพันกันอย่างดุเดือด
มองเพียงเงาร่างที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าของ
พวกเขาเท่านั้น
คนธรรมดาย่อมมองไม่ออกอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร!
ผู้บัญชาการเฒ่ากับผู้นำจากมณฑลต่าง ๆ หรี่ตามองอยู่พักหนึ่ง
ทว่าแพ้ชนะยากจะแบ่งแยกได้
“ไปเถอะ เข้าไปกัน! พวกเราไปหารือเรื่องสถานที่สำหรับใช้ผนึก
กันเถอะ” ผู้บัญชาการเฒ่าเสนอ
ผู้นำมณฑลต่างพยักหน้า
ซู่เซี่ยงหยางมองเหตุการณ์ด้วยความกังวล ก่อนจะมองผู้
บัญชาการเฒ่าอย่างไม่เข้าใจ
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาวิกฤติ แต่ผู้บัญชาการเฒ่ายังจะออกไปจาก
ตรงนี้อีก
ถ้าเกิดเรื่องกับฉู่ลั่วขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?
ผู้บัญชาเฒ่ามองความไม่พอใจและแววสงสัยในดวงตาของซู่
เซี่ยงหยางออก “พวกนายนี่ยังเด็กเกินไปจริง ๆ ! เสี่ยวฉู่ไม่ใช่คนไร้
ความพอดี! ถ้าเธอคิดว่าตัวเองเอาชนะหงฟางไม่ได้ เธอไม่มีทาง
พูดจาอวดเบ่งแบบนั้นแน่นอน”
เสี่ยวฉู่ไม่เพียงคุยโวโอ้อวดเท่านั้น แต่ยังบอกว่าจะสั่งสอนคน
ของลัทธิเต๋าด้วย
“วางใจเถอะ! เสี่ยวฉู่ไม่แพ้หรอก”
พูดอีกอย่างก็คือทางสถาบันวิจัยได้ทำการพัฒนาอาวุธมากมาย
เพื่อมาต่อกรกับนักพรตที่ชั่วร้าย
หากนักพรตหงฟางลงมือสังหารเสี่ยวฉู่จริง พวกเขาก็สามารถ
ช่วยชีวิตเสี่ยวฉู่ได้
ซู่เซี่ยงหยางเห็นผู้บัญชาการเฒ่าพาผู้นำมณฑลเข้าไปใน
องค์กรแล้วก็หันไปมองเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ แต่ไม่มีใครเคลื่อนไหวเลย
สักคน
เขาจึงไม่เคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน
การต่อสู้ทวีความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แสงสีขาวก่อนหน้านี้ก็ค่อย ๆ
กลายเป็นสีเลือดแดงแล้ว
“มีคนบาดเจ็บแล้ว”
สีของเลือดนั้นเดิมทีไม่ใช่แสงสีเลือด แต่เป็นหมอกเลือด
ใครสักคนมีบาดแผลบนตัวระเหยออกมาเพราะพลังวิญญาณ
จนมันกลายเป็นหมอกเลือด
“เหอะ! ฉู่ลั่วเตรียมตัวตายได้เลย!” ไจ๋ฉางหัวเราะเย็นชา
นักพรตเทียนหลัวกวาดตามองจี้ไจ่ที่มีสีหน้าร้อนรน พลางพูด
เยาะเย้ยว่า “ผู้อาวุโสลงมือไว้ไมตรี อย่างมากที่สุดก็แค่ทำลายจิต
ธรรมญาณของเธอ”
ไจ๋ฉางตอบรับ “ก็จริง”
เขาหันไปมองหยางเสียนซึ่งอยู่ด้านข้าง “นักพรตชิงหยาง คุณ
คิดเห็นยังไงครับ? จะให้ผู้อาวุโสหยุดมือ แล้วปล่อยเด็กรุ่นหลังที่คุณ
มองเห็นความสามารถคนนั้นไปหรือเปล่า?”
หยางเสียนมีสีหน้าร้อนใจ แต่หลังจากได้ยินที่ไจ๋ฉางพูด เขาจึง
หันหน้าไปเล็กน้อยพลางกวาดสายตามอง “ควรต้องปล่อยไปจริง ๆ
!”
ไจ๋ฉาง “วางใจเถอะครับ! ด้วยความเมตตาของผู้อาวุโส เขาไม่
ลงมือฆ่าเธอแน่นอน อย่างมากคงทำลายจิตธรรมญาณของเธอ ทำ
ให้เธอไม่สามารถใช้ชื่อของนักพรตลัทธิเต๋าไปหลอกลวงผู้คนได้อีก
แล้ว”
หยางเสียนจ้องมองเขาก่อนจะดึงสายตากลับ เขาพูดพึมพำกับ
ตัวเอง “ใช่! ไม่ต้องลงมือฆ่าหรอก แค่ทำลายจิตธรรมญาณก็พอแล้ว
ล่ะ”
“ถึงยังไงก็เป็นผู้อาวุโสของลัทธิเต๋า การฆ่าผู้อาวุโสต่อหน้าคน
อื่น ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่”
เขากระซิบกระซาบเสียงเบาจึงไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเอง
ไจ๋ฉางเห็นเขาก้มหน้าก้มตาพูดกับตัวเองก็อดจะหัวเราะเยาะ
ออกมาไม่ได้
ทันใดนั้นก็มีเลือดไหลลงมา
เขาเอื้อมมือไปเช็ดออก มันคือเส้นขนจากแส้ขนจามรีที่เต็มไป
ด้วยเลือด