เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1512 ตอบรับ
เนื่องจากคนธรรมดาแยกแยะของจริงของปลอมไม่ออก หรือบาง
ทีพวกเขาอาจจะต้องควักเงินจ่ายไปก่อนเพราะความหวาดกลัว
ฉู่ลั่วเห็นคนมากมายพร่าบ่นอยู่ในช่วงแสดงความคิดเห็น และ
บอกเล่าเรื่องราวที่ตนเองเคยถูกหลอกจากพวกตุ้มตุ๋นมา
“ความจริงยังมีวิธีที่ง่ายมากวิธีหนึ่งด้วยนะคะ คือการวางไม้กวาด
กลับหัวไว้ตรงหน้าประตู” ฉู่ลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พลางถึงนึกวิธีง่าย
ๆ ออกมาได้
ไม่ว่าบ้านไหนก็มีไม้กวาดทั้งนั้น
“ถ้าคุณคิดว่าตัวเองถูกผีจับจ้องอยู่ล่ะก็ ตกเย็นให้เอาไม้กวาด
วางกลับหัวไว้ที่หน้าประตู การทำแบบนี้จะสามารถขับไล่ผีออกไปได้”
ฉู่ลั่วพูดจบ มอสองไม่ไร้สมองก็รีบร้อนเอ่ยขึ้นมา “ท่าน
ปรมาจารย์ครับ คุณดูผมสิครับ! คุณสนใจผมก่อน! ตอนนี้ผมไม่ได้
ถูก…จับจ้องแล้วนะครับ แต่ตอนนี้ผม…”
เขายังพูดไม่จบ ก็พลันรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบบริเวณลำคอ
ความเย็นนั้น มันเย็นลึกเข้าไปถึงในกระดูก
เขามองฉู่ลั่วด้วยดวงตาแดงก่า พูดด้วยน้าเสียงครวญคราง
“ท่านปรมาจารย์…”
ฉู่ลั่วมองผีสาวตนนั้นที่อยู่บนตัวมอสองไม่ไร้สมอง เห็นเธอกำลัง
มองมอสองไม่ไร้สมองด้วยความโลภ “แต่ถ้าคุณถูกผีเข้ามารบกวน
แล้ว วิธีการที่บอกไปก่อนหน้านี้ทั้งหมดก็ใช้ไม่ได้ผลแล้วล่ะค่ะ”
“ถ้าหากนำวิธีนี้ไปใช้ ไม่แน่ว่าคงจะยิ่งไปกระตุ้นความโกรธของ
ผีป่าได้”
มอสองไม่ไร้สมอง “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ผมควรทำยังไงครับ? อีก
อย่างผมไม่ได้ตอบรับอะไรเธอเลยนะ!”
“คุณตอบรับไปแล้วค่ะ มันเป็นคำสัญญาทางวาจา การที่เธอ
สามารถมาวนเวียนอยู่รอบตัวคุณได้ ก็เป็นเพราะคุณรับปากกับเธอ
ทางวาจา”
มอสองไม่ไร้สมองยังคิดจะโต้แย้งอีกครั้ง ฉู่ลั่วก็พูดต่อไปว่า “ผี
เร่ร่อน ผีป่า กับผีที่ตายใหม่ ๆ บางครั้งมักจะใช้การหลอกลวงเพื่อ
หลอกล่อให้คนตอบรับ”
“อย่างเช่นเรียกชื่อตอนกลางดึก”
มอสองไม่ไร้สมองนิ่งงันไป
“โดยปกติแล้วผีเร่ร่อนผีป่า จะจับจ้องคนที่จิตใจไม่สงบมั่นคง
เพราะพลังหยางบนตัวพวกเขาจะอ่อนมาก ธาตุไฟทั้งสามในร่างกาย
ก็ไม่ได้รุนแรง”
“คนแบบนี้ หากตกอยู่ภายใต้สถานการณ์พิเศษจึงมักจะมองเห็น
ผี หรือได้ยินเสียงของผีค่ะ”
“พวกเขาจับจ้องคนที่จิตใจไม่มั่นคงเหล่านั้น เพื่อที่ว่าภายใต้
สถานการณ์พิเศษ จะได้ใช้เสียงคนที่คนคนนั้นคุ้นเคยมาเอ่ยเรียกชื่อ
ของคนคนนั้น”
“เพียงแค่คุณหันหลังไปก็เท่ากับเป็นการตอบรับ สัญญาด้วย
วาจาจึงเป็นผลสำเร็จแล้วค่ะ”
“หลังจากนั้นผีเร่ร่อนผีป่าก็จะเข้ามาวนเวียนรอบตัวคุณ”
ยิ่งได้ยินฉู่ลั่วพูดอย่างนี้ สีหน้าของมอสองไม่ไร้สมองก็ยิ่งย่าแย่
ลงเรื่อย ๆ
เขาห่อไหล่ด้วยความหวาดกลัว “ผม…สัปดาห์ที่ผ่านมาผมไป
เล่นที่บ้านเพื่อน กว่าจะกลับมาก็เย็นมากแล้วครับ ตอนเดินอยู่ใน
ตรอก ก็ได้ยินเสียงพี่สะใภ้เรียกชื่อผม”
“ตอนแรกผมไม่ได้ตอบรับอะไร”
พี่สะใภ้ของเขาเป็นครูสอนชั้นมัธยมต้น ถึงจะไม่ได้สอนระดับชั้น
เรียนเดียวกันกับเขาก็ตาม
แต่เขาก็กลัวพี่สะใภ้มาก!
“ตอนนั้นผมคิดจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน”
“แต่เสียงนั้นมันดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แถมยังเป็นมีน้าเสียงเหมือน
จะเริ่มโกรธขึ้นมานิดหน่อยแล้ว ผมเลยตอบรับไป”
แค่นึกถึงภาพเหตุการณ์ในตอนนั้น ใบหน้าของมอสองไม่ไร้
สมองก็ขาวซีดลงแล้ว
เขาสั่นเทาไปทั้งตัวด้วยความกลัว
“ตอนนั้นพอผมหันหลังไป ข้างหลังกลับไม่มีอะไรอยู่เลย”
“แต่ผมจำได้ชัดเจนว่ามีคนเรียกผม และมันเป็นเสียงของ
พี่สะใภ้” ทั้งที่กำลังกลัวมาก แต่ริมฝีปากของมอสองไม่ไร้สมองกลับ
เล่าเรื่องไม่หยุด ราวกับเขาควบคุมตัวเองไม่ได้
ราวกับว่าถ้าเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาแล้ว ความหวาดกลัวใน
ใจจะลดน้อยลงไปบ้าง
“ท่านปรมาจารย์ ผม…ผมไม่รู้นี่ครับ! ทำไมเธอต้องตามผมมา
ด้วยล่ะ! เพราะช่วงนี้ผมกำลังคลั่งไคล้นิยายลี้ลับเหนือธรรมชาติกับ
ชอบดูภาพยนตร์สยองขวัญเหรอครับ?”
“ก่อนหน้านี้ผมก็เคยดูมาตลอดนะ!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “อ่านนิยายและดูภาพยนตร์สยองขวัญ ย่อมส่งผล
กระทบกับพลังหยางในร่างกาย บวกกับช่วงนี้คุณไปเจอเรื่องตกใจมา
ถึงได้ถูกผีตามรังควานยังไงล่ะคะ”