เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1571 ขโมยของ
ฉู่ลั่วกอดรายชื่อพวกนั้นไว้แล้วบอก “ราชาภูตผีที่อยู่ในรายชื่อ
เหล่านี้ เดี๋ยวฉันจัดการเองค่ะ”
“ห้ะ! นี่…” ซ่งตี้อ๋องอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถูกฉินก่วงอ๋อง
กระตุกแขนเสื้อเอาไว้ “ถ้ามีความผิดคุณฉู่ก็จัดการได้เลย แต่ถ้า
ไม่ได้มีความผิด…ก็ขอให้คุณฉู่เมตตาสักหน่อยนะ ส่งพวกเขา
กลับมานี่ที”
เพราะว่าทั้งหมดเป็นคนที่ปรโลกส่งไปทั้งนั้น…
“ค่ะ” ฉู่ลั่วเดินกอดสมุด หลังเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา
บอก “ซางหัว ราชาภูตผีที่ปิดล้อมองค์กรอยู่ในตอนนี้ ฉันจะฆ่าเขา
นะคะ”
“คนคนนั้นแล้วแต่เจ้าเลย เขาไม่ใช่คนที่ปรโลกส่งไปอยู่แล้ว”
ซ่งตี้อ๋องโบกมืออย่างไม่แยแส “คุณฉู่! เรื่องรายชื่อ…”
หลุนจ่วนอ๋องเห็นว่าซ่งตี้อ๋องอึกอักพูดเรื่องจริงจังอะไรไม่ออกสัก
ที จึงเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาแทน “เรื่องรายชื่อ คนภายนอกยอมรับ
ไม่ได้หรอกนะครับ”
“ฉันเข้าใจค่ะ”
“คือว่าเดี๋ยวหลังจากออกไปแล้ว…”
เหล่ายมราชล้อมฉู่ลั่วอยู่อย่างลังเลแล้วพูดออกไป
ยมทูตขาวดำซึ่งรออยู่หน้าประตูคอยมองไปทางประตูใหญ่ที่ปิด
สนิทอยู่บ่อยครั้ง
“พวกท่านพญายมราชคงจะไม่ฆ่าปรมาจารย์หรอกใช่ไหม!”
“ไม่น่าหรอก ถึงจะบอกว่าปรมาจารย์ทำให้ปรโลกวุ่นวายกัน
ขนาดนี้ แต่พวกท่าพญายมราชก็ออกจะชอบปรมาจารย์อยู่
เหมือนกันนี่”
“แต่ผ่านไปนานขนาดนี้แล้วนะ ข้างในยังไม่มีการเคลื่อนไหว
อะไรเลย…”
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น ประตูทองสัมฤทธิ์ที่หนักอึ้งก็
เปิดออกมา
พลังของดาบอันรุนแรงก็ออกมาพร้อมกับพลังหยินที่ยิ่งใหญ่ จน
ทำเอายมทูตขาวดำตัวสั่นสะท้านกันเลยทีเดียว
“บังอาจ!”
เสียงตะคอกอย่างโมโหดังกึกก้องไปทั่วทั้งปรโลก แรงกดดันที่
แข็งแกร่งทำให้เหล่ายมทูตรับวิญญาณและพวกผีต่างหวาดกลัวจน
นอนคว่าหน้าลงกับพื้นทั้งหมด
ส่วนยมทูตขาวดำที่อยู่ใกล้ที่สุดก็ถูกแรงกดดันนั้นสั่นสะเทือนจน
ขยับตัวไม่ได้
“ฉู่ลั่ว เจ้ากล้าถึงขั้นขโมยของของปรโลกเลยเหรอ”
“ถ้าวันนี้ไม่ได้ฆ่าเจ้า มันจะไม่เป็นการทำลายชื่อเสียงในปรโลก
ของข้าเหรอ!”
ประโยคเหล่านี้ดังก้องไปทั่วปรโลก บรรดาผีและยมทูตรับ
วิญญาณทั้งหลายต่างตกใจและหวาดกลัว
ปรมาจารย์ฉู่…
กล้าขโมยของของปรโลกเลยเหรอ
ปรมาจารย์ฉู่ทำให้เหล่าพญายมราชโกรธแล้ว
คราวนี้แย่ของจริง!
ผีบางส่วนลุกขึ้นมาแต่กลับถูกแรงกดดันอันแข็งแกร่งกดข่มไว้
จนเงยหน้าไม่ขึ้น
ได้ยินเพียงว่าหลังจากการตะคอกแล้วก็มีเสียงการต่อสู้กันอยู่สัก
พัก
ทั้งพลังวิญญาณ ประกายดาบและพลังหยิน…
มีการเคลื่อนไหวกลางอากาศอยู่เป็นระยะ พวกผีและยมทูตรับ
วิญญาณต่างตกใจกลัวจนเอาสองมือกุมหัวไว้ เพราะว่ากลัวจะเข้าไป
มีเอี่ยวด้วย
จนกระทั่งพลังหยินที่แข็งแกร่งทำให้ทั่วปรโลกต้องสั่นสะเทือนไป
ครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงการต่อสู้ก็หยุดลง
“หึ!”
“เธอหนีเร็วจริง ๆ”
หลังจากประโยคนี้ ทั่วทั้งปรโลกก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง
ยมทูตขาวดำค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เห็นเพียงประตูทองสัมฤทธิ์ถูก
ปิดดังปังไปแล้ว
พวกเขาสบตากันและต่างเห็นความตกใจในแววตาของอีกฝ่าย
ยมทูตขาวยันแขนสั่น ๆ ของตัวเองลุกขึ้นมา “ปรมาจารย์ฉู่…หนี
ไปแล้ว?”
ยมทูตดำก็มองไปรอบ ๆ แล้วพูดขึ้นมา “น่าจะหนีไปแล้วนะ ถ้า
จับตัวปรมาจารย์ฉู่ไว้ได้ ท่านพญายมราชจะปล่อยปรมาจารย์ไปง่าย
ๆ แบบนี้เหรอ?”
เมื่อเขาพูดจบก็ชะงักไป
จากนั้นก็หันหน้ามาราวกับเครื่องจักร แล้วสบตากับยมทูตขาว
ผ่านไปสักพัก ยมทูตขาวถึงได้พูดเสียงสั่นขึ้นมา “ปะ…
ปรมาจารย์…ไป…ไป…จากเงื้อมมือของท่านพญายมราชได้…”
“หนีไปแล้ว!”
“ชู่!”
ยมทูตดำปิดปากเขาเอาไว้ “นายบ้าไปแล้วเหรอ? จะตะโกนเสียง
ดังอะไรขนาดนั้น ถ้าท่านพญายมราชได้ยินเข้าจะทำยังไง!”
ไม่เพียงยมทูตขาวดำที่เข้าใจแบบนี้ แต่พวกผีและยมทูตรับ
วิญญาณทั่วทั้งปรโลกที่ได้รู้ข่าวก็ต่างเข้าใจไปอย่างนี้
“ปรมาจารย์หนีไปแล้ว”
“หนีออกมาจากเงื้อมมือของท่านพญายมราชแล้ว”
“ฉันบอกแล้วไงว่าปรมาจารย์เก่งมาก ๆ”
“คนคนเดียวสู้กับท่านพญายมราช แต่หนีไปได้โดยไม่บาดเจ็บ
เลยแม้แต่นิดเดียว!”
“ฉันจะบอกให้นะ ฉันเห็นว่าเทพธิดาน้อยไม่ได้แค่หนี เธอทำให้
ท่านยมราชบาดเจ็บแล้วก็ออกไปอย่างรวดเร็วเลย”
“ฉันก็เห็น สุดยอดไปเลยล่ะ!”
“ฉันรู้อยู่แล้ว เทพธิดาน้อยก็คือเทพธิดาน้อย! เก่งสุดยอด!”
ทันใดนั้น ทั่วทั้งปรโลกก็กระจายเรื่องที่ฉู่ลั่วปะทะกับท่านพญา
ยมราชออกไป ทั้งยังกลายเป็นตำนานที่มีคนหนีรอดออกไปได้ด้วย