เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1574 พวกคุณไปรู้มาได้ยังไง
เฉิงยวนลอยกลับเข้ามาในโรงแรม และตอนนี้กำลังจ้องมองเหล่า
นักพรตเต๋าที่ยืนกันอยู่เต็มทางเดินจากไกล ๆ ก่อนจะถอยหลัง
กลับไปอย่างเงียบเชียบ
“พี่ยวนยวน ทำไมหน้าประตูห้องของพี่ลั่วลั่วมีคนเยอะแยะจัง
คะ?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวโผล่หน้าออกมาจากด้านข้าง แต่ถูกเฉิงยวนผลัก
กลับไป “ระวังพวกเขาจะมาจัดการเจ้าจนกลายเป็นเถ้าถ่าน”
ก้อนกลมตนอื่นก็โผล่หน้าออกมาเช่นกัน แต่ก็ถูกเฉิงยวนผลัก
กลับเข้าราวกับหนู จนกระทั่งแต่ละตนถูกดันกลับเข้าไปจนครบ
สุดท้ายเธอกับหร่วนย่วนย่วนก็ช่วยกันพาพวกก้อนกลมทั้งหมด
กลับเข้าไป
“พวกเขาก็แค่พวกผีร้ายที่อยู่ข้างกายเจ้านิกาย”
นักพรตคนหนึ่งทำเสียงเย็นชาใส่
“ถือว่าพวกเขามีวาสนาดีนะ ได้ติดตามเจ้านิกาย เจ้านิกายนี่ก็
จริง ๆ เลย รอบตัวเธอจะรายล้อมไปด้วยผีร้ายพวกนี้ได้ยังไงกัน”
“ใช่แล้ว ความถูกต้องกับความชั่วร้ายไม่อาจอยู่ร่วมกัน เจ้า
นิกายเป็นเจ้านิกายของลัทธิเต๋า ต้องนึกถึงลัทธิเต๋าของพวกเรามา
เป็นอันดับหนึ่งสิ”
“หวังว่าหัวหน้าตระกูลจะพูดคุยกับเจ้านิกายได้”
พวกเขาต่างก็มองกันไปมองกันมา
เมื่อครู่ยังทำหน้าเหมือนสหายรู้ใจกัน แต่ตอนนี้กลับมีท่าทาง
ระมัดระวังและเตรียมตัวตั้งรับ
พวกเขาต่างล้วนเป็นคู่แข่ง
บรรยากาศภายในห้องรับแขกตึงเครียดมาก
ฉู่ลั่วรอมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ไม่เห็นมีใครเอ่ยปาก จึงมองไปทาง
ซู่เซี่ยงหยาง “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ซู่เซี่ยงหยางค่อนข้างลำบากใจ แต่ยังยอมพูดออกมา
“เมื่อวานคุณเข้าไปที่ปรโลกใช่ไหมครับ?”
“อืม”
นักพรตทุกคนต่างเหลือบตามองมา
“ถ้าอย่างนั้นคุณได้นำของอะไรออกมาจากปรโลกหรือเปล่า?”
“อืม”
นักพรตทุกคนสูดอากาศเย็นเฉียบเข้าไปในปอด
ซู่เซียงหยางก็อดจะกลืนน้าลายไม่ได้ “คุณ…แย่งมาเหรอครับ?”
คนที่อยู่ที่นี่รวมไปถึงจี้ไจ่กับไจ๋โหรวต่างก็กลั้นหายใจ พร้อมกับ
เบิกตากว้างมองไปยังฉู่ลั่ว
ราวกับคำตอบของเธอสามารถตัดสินความเป็นความตายของ
พวกเขาได้
เห็นฉู่ลั่วไม่พูดอะไรอยู่นาน ซู่เซี่ยงหยางจึงถามอีกครั้ง
ฉู่ลั่วถึงได้พยักหน้า “ไม่ถือว่าแย่งมา”
“ถ้าอย่างนั้น…” ไจ๋ฉางอดจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามไม่ได้
หยางเสียนก็ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว “เจ้านิกาย ตอนนี้เรื่องนี้สำคัญ
มาก ทำไมต้องอ้าอึ้งอยู่อีก หรือว่า…”
เธอไม่สะดวกพูดออกมาตรง ๆ
หยางเสียนหยุดไปชั่วขณะ ทำให้นักพรตคนอื่นซึ่งอยู่ที่นี่เข้าใจ
ได้ในทันที
เอาชนะสิบวังยมราชได้ย่อมเป็นเรื่องใหญ่สำหรับลัทธิเต๋า
แต่ถ้าข่าวแพร่กระจายออกไปทุกทิศทาง ไม่เท่ากับเป็นการตบ
หน้าปรโลกหรือ?
“เรื่องนี้เจ้านิกายไม่จำเป็นต้องเล่าอย่างละเอียดก็ได้ แต่ต้องบอก
ให้พวกเรารู้ ว่าเจ้านิกายไปแย่ง…ไปหยิบของมาจากยมโลกใช่ไหม”
“ใช่”
“คุณหยิบมาหลังจากต่อสู้กับสิบวังยมราชเหรอ?”
ฉู่ลั่วนึกถึงตอนที่สิบวังยมราชเน้นย้าว่าต้องต่อสู้กับพวกเขาก่อน
ถึงจะยอมมอบรายชื่อให้ตามที่ขอ
“ใช่”
ทั้งที่เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ แต่เมื่อฉู่ลั่วพูดออกมา กลับทำให้ทุก
คนในที่นี้ต่างก็สูดหายใจเอาลมเย็นยะเยียบเข้าไป
หยางเสียนยืนขึ้นมาแล้ว เขามองฉู่ลั่วขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างพิจารณา
“แต่ไม่เห็นว่าเจ้านิกายจะบาดเจ็บตรงไหนเลยนี่?”
“ค่ะ”
“เจ้านิกายไม่บาดเจ็บเหรอ?”
“ไม่ค่ะ”
ตอนนี้ทั้งห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบงันราวกับมีใครกดปุ่ม
ปิดเสียง
ไม่มีใครกล้าทำลายความเงียบนี้
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ฉู่ลั่วเห็นว่ายังไม่มีใครพูดอะไร จึงมองซู่เซี่ยง
หยางอีกหน “พวกคุณมากันแต่เช้าเพื่อมาถามฉันเรื่องนี้เหรอคะ?”
“เรื่องนี้เกิดขึ้นในปรโลก พวกคุณไปรู้มาได้ยังไง?”
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานนี้ พอเช้ามาพวกเขากลับรู้เรื่องกัน
หมดแล้ว
ยังมีนักพรตบางคนที่ไม่ได้อยู่ใกล้มณฑลหนานแต่ก็มาที่นี่ด้วย
แสดงว่าทันทีที่ได้รับข่าว พวกเขาก็รีบพากันมาถึงที่นี่ภายในชั่ว
ข้ามคืน
“เจ้านิกายไม่รู้จริง ๆ เหรอ?”
“รู้อะไรคะ?”
“เรื่องที่เจ้านิกายทำลงไปในปรโลกเมื่อคืนวานนี้ ข่าวก็กระจาย
มาจากในปรโลกนั่นแหละ” แม้เวอร์ชั่นจะต่างกัน แต่ความคิดเห็น
กลับเป็นไปในทางเดียวกัน
ฉู่ลั่วเอาชนะสิบวังยมราช และแย่งชิงสิ่งของไปจากปรโลก