เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1575 จะใช้สิทธิ์อะไรไปลงโทษพวกเขา
“กระจายออกมา?” ฉู่ลั่วถาม
เมื่อคืนสิบวังยมราชเรียกร้องให้เธอต่อสู้กับพวกเขาสักครั้งหนึ่ง
ก่อน และยังจะแกล้งทำเป็นว่าพวกเขาพ่ายแพ้ ตอนนั้นเธอก็รู้สึกว่า
มันแปลก
แต่ตอนนี้กลับยิ่งแปลกเข้าไปกันใหญ่แล้ว
ข่าวเรื่องสิบวังยมราชพ่ายแพ้ต่อเธอกระจายออกมา
นี่ย่อมส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของปรโลกอย่างใหญ่หลวง
ทว่าสิบวังยมราชกลับปล่อยให้เรื่องนี้แพร่กระจายออกมาได้
พวกเขา…คิดจะทำอะไรกันแน่?
ขณะฉู่ลั่วกำลังครุ่นคิด ก็ได้ยินเสียงของหยางเสียนดังขึ้นมา
“ไม่ทราบว่าเจ้านิกายนำของสิ่งใดมาจากปรโลกกัน?”
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังฉู่ลั่วอีกครั้ง
สิ่งของที่แย่งชิงมาจากมือของสิบวังยมราช ย่อมต้องเป็นของดี
แน่นอน
“เจ้านิกายเป็นผู้นำของลัทธิเต๋า สมควรต้องคิดถึงลัทธิเต๋าอยู่
เสมอ” แววตาของไจ๋ฉางเผยแววละโมบออกมา
“หากของสิ่งนี้นำหายนะมาสู่โลกมนุษย์ได้ เจ้านิกายโปรดแจ้งให้
ทราบด้วย”
หยางเสียนกวาดตามองไจ๋ฉาง “ถ้าไม่สะดวกจะพูด…”
“ไม่มีอะไรไม่สะดวกจะพูดค่ะ”
ฉู่ลั่วเดินออกไป แล้วหอบเอาสมุดกองหนึ่งมาวางไว้บนโต๊ะ “ของ
พวกนี้คือสิ่งที่ฉันเอามาจากปรโลก”
หยางเสียนยังไม่ได้ขยับ ไจ๋ฉางก็หยิบมันขึ้นมาแล้ว
พลังหยินที่อยู่รอบ ๆ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นของจากปรโลก
เขาเปิดสมุดออกด้วยความคาดหวัง…
ดวงตาที่เคยเบิกกว้างค่อย ๆ หรี่เล็กลง สุดท้ายเขาจึงปิดสมุด ส่ง
ต่อไปให้หยางเสียน
หยางเสียนค่อนข้างประหลาดใจ
ของอะไรกันที่ทำให้ไจ๋ฉางสีหน้าเปลี่ยนไปแบบนี้
เขาพลิกดู…
หลายวินาทีต่อมา ก็ปิดสมุดลงเหมือนกัน พลางส่งสมุดให้คนอื่น
โดยไม่พูดอะไร
“เจ้านิกายเอาแค่สมุดพวกนี้มาจากยมโลกเหรอ?”
“ค่ะ!”
ไจ๋ฉางไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพื่อสมุดเล่มนี้แล้ว เธอถึงกับต้องสู้กับ
สิบวังยมราชเชียวหรือ
“สมุดเล่มนี้ มีไว้เพื่ออะไร?”
คนอื่นไม่รู้ แต่ในฐานะนักพรตเต๋า พวกเขารู้เรื่องเกี่ยวกับปรโลก
ย่อยอยู่แล้ว
สมุดเล่มนี้เป็นสมุดบันทึกรายชื่อของปรโลกย่อยอย่างแน่นอน
หยางเสียนก็เอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าเจ้านิกายเอาสมุดพวกนี้มา
เพื่อทำอะไร?”
“เมื่อพันปีก่อน ตระกูลสั่วใช้ขวดผนึกรักปิดบังวิถีแห่งสวรรค์
สร้างบุพเพสิบชาติขึ้นมาอย่างไม่ยั้งคิด และชาตินี้ก็เป็นชาติที่สิบ
แล้ว”
หยางเสียนตกตะลึง
ไจ๋ฉางก็ชะงักไปเช่นกัน
นักพรตเทียนหลัวที่เงียบมาตลอดพลันเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ตระกูลสั่ว?”
ทุกคนมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นคนของตระกูลสั่วเลย
เรื่องวุ่นวายหนักขนาดนี้ ทั่วทั้งลัทธิเต๋าต่างก็สะเทือนกันไปหมด
แต่ตระกูลสั่วกลับไม่โผล่หน้าออกมา
ฉู่ลั่วเล่าเรื่องที่สั่วหลิงกับสั่วเหลียงทำเอาไว้เมื่อพันปีก่อนอย่าง
ง่าย ๆ “ตอนนี้เป็นชาติที่สิบคือสั่วอิงกับเจี่ยซีค่ะ”
นักพรตเต๋าทุกคนเงียบกันไปหมดแล้ว
หยางเสียนสีหน้าเคร่งขรึม “ถ้าอย่างนั้นมันเกี่ยวอะไรกับสมุด
พวกนี้ล่ะ?”
ฉู่ลั่ว “ปรโลกย่อยสมรู้ร่วมคิดกับลัทธิเต๋า ทำเรื่องชั่วร้ายด้วยการ
ทำลายชีวิตผู้คน เปลี่ยนแปลงดวงชะตา ปิดบังวิถีแห่งสวรรค์ จะเมิน
เฉยไม่ได้ค่ะ”
นักพรตเต๋าที่อยู่ที่นี่ต่างก็มีสีหน้าย่าแย่
นักพรตเทียนหลัวมองไปทางลูกศิษย์ของตน
จี้ไจ่ก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่พูดอะไร
นักพรตเทียนหลัวทำเสียงไม่พอใจออกมาเบา ๆ “แล้วเจ้านิกาย
คิดจะทำยังไงกับคนตระกูลสั่วต่อ?”
ฉู่ลั่วมองนักพรตเทียนหลัวแวบหนึ่ง พลางถามกลับไปว่า
“นักพรตทำลายชีวิตคนอื่น เปลี่ยนแปลงชะตา ปิดบังวิถีแห่งสวรรค์
ทุกท่านคิดว่าควรจัดการยังไงคะ?”
จัดการยังไง?
พวกเขาไม่คิดจะจัดการอยู่แล้ว
ไจ๋ฉางพูดเสียงเบา “ถึงยังไงก็เป็นเรื่องเมื่อพันปีมาแล้ว จัดการ
แค่ปรโลกย่อยก็พอแล้วล่ะ ส่วนตระกูลสั่ว…ก่อนหน้านี้เจ้านิกายเคย
พูดเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าจะเอาความผิดในชาติก่อนมาตัดสินคน
ในภพชาติปัจจุบันไม่ได้”
“สั่วอิงกับเจี่ยซีคนนั้นก็เป็นคนของภพชาตินี้ แม้ว่าพวกเขาจะ
เคยฝ่าฝืนกฎ แต่ลัทธิเต๋าจะใช้สิทธิ์อะไรไปลงโทษพวกเขา”
นักพรตคนอื่นต่างเห็นพ้องต้องกัน “ถูกต้องแล้ว ถ้าพวกเรา
ลงโทษพวกเขาเพราะความผิดในชาติก่อน จะไม่เป็นการขัดต่อความ
ปรารถนาก่อนหน้านี้ของเจ้านิกายเหรอ?”
นักพรตเทียนหลัวกลับไม่พูดอะไรสักคำ
ส่วนนักพรตที่อยู่ที่นี่ต่างผลัดกันพูดออกมาเพื่อปกป้องสั่งอิง
กับเจี่ยซี