เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1579 ตั้งตัวเป็นศัตรู
เฉิงยวนพิจารณาใบหน้าของสั่วอิงแล้วเอ่ย “ยิ่งไปกว่านั้นเจ้า
กับสั่วหลิงมีหน้าตาเหมือนกันทุกอย่าง ตัวเจ้าเองน่าจะรู้ดี แม้
วิญญาณจะเป็นดวงเดียวกัน แต่กายเนื้อมาจากเลือดเนื้อเชื้อไขของ
บิดามารดา ยังไงก็ไม่มีทางเหมือนกันได้ขนาดนี้”
“แต่ฉันคือสั่วอิงแน่นอนค่ะ ฉันไม่เคยรู้จักสั่วหลิงอะไรนั่นมาก่อน
ด้วยซ้า”
“หากคุณรู้จัก ตอนนี้คุณคงไม่มีชีวิตอยู่แล้วล่ะค่ะ” ฉู่ลั่วพูดเสียง
เย็นชาพาให้สั่วอิงตกใจจนห่อไหล่ ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังมองฉู่ลั่วด้วย
แววตาเสียใจ “ท่านปรมาจารย์…”
“ท่านปรมาจารย์หมายความว่าคิดจะลงโทษเหรอครับ?” เจี่ยซี
ขมวดคิ้ว
“สำหรับลัทธิเต๋ามันไม่ใช่การลงโทษ ถ้าพวกคุณต้องการ ฉัน
สามารถขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกเอกสารให้พวกคุณได้ค่ะ”
เจี่ยซียังคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สั่วอิงกลับรั้งเขาเอาไว้ แล้ว
ส่ายหน้าให้เขาเบา ๆ
เจี่ยซี “…”
สั่วอิงถามฉู่ลั่วเสียงเบาอีกครั้ง “แต่อาซีมีงานที่บริษัทต้องจัดการ
นะคะ”
“เจี่ยซีไปได้ แต่คุณต้องอยู่ข้างกายฉันค่ะ”
“วิญญาณร้ายบนตัวคุณยังไม่ถูกกำจัด มีแต่จะต้องอยู่ข้างกาย
ฉันเท่านั้น”
“แต่ว่า…” สั่วอิงมองฉู่ลั่วอย่างระมัดระวัง ก่อนจะมองเจี่ยซีอย่าง
ไม่สบายใจ “ฉันยังมีงานของตัวเอง และยังมีเรื่องที่ต้องจัดการด้วย
ตัวเองอีกนะคะ”
เฉิงยวนพลันเอ่ยขึ้น “ต่อให้งานของเจ้าจะมากแค่ไหน ก็ไม่มีทาง
มีไปมากกว่าประธานฮั่วหรอกใช่ไหม? ประธานฮั่วมีฐานะยังไง
ตระกูลฮั่วมีสถานะยังไง พอลัทธิเต๋าเข้ามาเกี่ยวข้อง ยังต้องถูกผนึก
เอาไว้ที่มณฑลหนานอีก”
“ตอนนี้เขาก็ต้องอยู่ข้างกายฉู่ลั่วเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?”
“หากเจ้าไม่พอใจ เจ้าก็ติดต่อไปหาคนของลัทธิเต๋า ให้พวกเขา
จัดการให้เจ้าสิ”
สั่วอิงหน้าซีดลงยิ่งกว่าเดิม พลางเอ่ยเสียงสั่น “คุณเฉิง…เห็นฉัน
เป็นศัตรูขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ใช่สิ! แค่เห็นใบหน้านี้ของเจ้า ข้าก็ตั้งตัวเป็นศัตรูแล้ว” เฉิงยวน
อดจะถามออกมาไม่ได้ “เจ้าไม่รู้สึกบ้างเหรอว่าข้าใจดีกับเจ้ามามาก
พอแล้ว”
สั่วอิง “…”
เจี่ยซีอยากจะเอ่ยปาก แต่ตอนที่เห็นดวงลูกแปลกประหลาดคู่นั้น
ของเฉิงยวนก็อดทนเอาไว้ เขาพูดออกมาเสียงค่อยเพียงสั้น ๆ ว่า
“เธอคือสั่วอิง”
“นางจะเป็นสั่วเหยี่ยว*[1] สั่วหมา หรือสั่วแมวอะไรก็ไม่เกี่ยวกับ
ข้า ข้าแค่เกลียดใบหน้านั้น เจ้าดูสิ…ถึงเจ้าจะเป็นสวีจิ้นกลับชาติมา
เกิด แต่เจ้าไม่ได้มีใบหน้าแบบนั้นแล้ว และข้าก็ไม่ได้มองเจ้าเป็นสวีจิ้
นด้วย!”
ไจ๋โหรวกับจี้ไจ่ที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะสื่อสารกันผ่านสายตา
เฉิงยวนระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่
พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เพราะกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย
เจี่ยซีถูกคำพูดเพียงประโยคเดียวของเฉิงยวนกดข่มไว้ สีหน้า
เขาซีดมาก ประกายแสงในดวงตาพลันหายวับไป
เจี่ยซีกับสั่วอิงต่างนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้
เฉิงยวนมีแววตาเจ้าเล่ห์หันไปยักคิ้วให้ฉู่ลั่ว ก่อนจะพูดด้วยเสียง
เย็นชาอีกครั้ง “ถ้าพวกเจ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ก็อย่ารบกวนเวลาทำธุระ
ของพวกข้า”
เธอตบรายชื่อมือในมือ “ข้าต้องแก้แค้นให้ผู้ชายของข้า”
เจี่ยซีหันไปมองด้วยความตกใจ “แก้…แก้แค้น?”
เฉิงยวนพยักหน้า “แก้แค้น!”
“นั่นคือ…”
“ปรโลกย่อย”
เจี่ยซีมือสั่นเทา มองเฉิงยวนด้วยสายตาที่ยากอธิบาย ก่อนจะ
ค่อย ๆ หันไปมองฉู่ลั่ว “ผมไปด้วยได้ไหมครับ?”
“คุณอยากไปเหรอคะ?”
“ครับ”
“ได้ค่ะ ถ้าคุณอยากไปล่ะก็…”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พวกเราก็ตัว
ก่อนนะครับ” เจี่ยซีพาสั่วอิงจากไปพร้อมใบหน้าไม่สู้ดี
สั่วอิงตามหลังเจี่ยซีไป เธอเห็นเจี่ยซีมีสีหน้าย่าแย่อย่างเห็นได้
ชัด “อาซี ฉันรู้สึกว่าคุณเฉิงไม่ค่อยชอบฉันเท่าไหร่”
เจี่ยซี “อืม”
สั่วอิงมองเจี่ยซีด้วยความประหลาดใจ ราวกับไม่คาดคิดว่าเขาจะ
พูดออกมาตรง ๆ แบบนี้
“ฉันควรทำอะไรสักอย่างใช่ไหม แต่ฉันไม่รู้เลยว่าคุณเฉิงเธอ
ชอบอะไร…”
“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น” เจี่ยซีก้าวไปไม่หยุดฝีเท้า “ทำอะไรไปก็
ไม่มีประโยชน์หรอก คนที่เธอต้องการ…คือสวีจิ้น และเธอก็อยากอยู่
ให้ห่างจากพวกเราด้วย”
*[1]สั่วเหยี่ยว คำว่าอิง (瑛) ในชื่อของสั่วอิง พ้องเสียงกับคำว่า
อิง (鹰) ที่แปลว่าเหยี่ยว