เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1596 สัตว์ประหลาด
หูเสี่ยวหลียืนอยู่อีกด้านหนึ่ง สายตาฉายแววเย็นเยียบ พลาง
แค่นหัวเราะออกมา “ปีศาจอย่างเราปกป้องผู้บำเพ็ญ แต่ผู้บำเพ็ญ
กลับมาลอบสังหารเจ้านิกาย แล้วยังเป็นช่วงที่เจ้ากายกำลังจะบรรลุ
อีกด้วย”
“เหอะ ๆ!”
คล้อยตามเสียงหัวเราะเย็นเยียบนี้ เธอเผยหางหนึ่งออกมากลาง
อากาศ แล้วฟาดใส่พลังวิญญาณที่จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรง
เวลานั้นเอง ซู่เซี่ยงหยางพาสมาชิกในองค์กรเข้ามาแล้ว
“อย่าเพิ่งกลายร่างสิ!” ซู่เซี่ยงหยางรีบหยุดหูเสี่ยวหลีที่ทำท่าจะ
กลับร่างเดิมไว้ เพราะตอนนี้มีคนกำลังถ่ายรูปด้วยมือถืออยู่ตั้งไม่รู้
เท่าไร
ถ้าเกิดถ่ายติดตอนหูเสี่ยวหลีกลายร่างขึ้นมา…
หูเสี่ยวหลีใช้หางฟาดพลังวิญญาณที่โจมตีเข้ามากระเด็น
ออกไป แล้วเอ่ย “ยังไงก็รับรู้ถึงการมีปีศาจในโลกนี้กันอยู่แล้ว จะ
หลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปทำไม”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
เขาได้แต่โบกมือเรียกให้สมาชิกองค์กรไปประจำตำแหน่งตาม
จุดต่าง ๆ “ยกหน้าที่นี้ให้องค์กรเถอะ ถึงยังไงฉู่ลั่วก็เป็นหัวหน้าของ
เรา เราไม่ยอมให้ใครรังแกเธอหรอก”
เจ้าหน้าที่องค์กรบางคนหยิบปืนออกมา บางคนหยิบยันต์
ออกมา…
อาวุธทั้งหมดถูกหยิบออกมาสารพันอย่าง
หูเสี่ยวหลีอดกลอกตามองบนไม่ได้ “นายโง่หรือเปล่า เงยหน้าดู
บนท้องฟ้านั่นซะก่อน!”
ซู่เซี่ยงหยางแหงนศีรษะ จากนั้นก็ต้องตกตะลึง
บนท้องฟ้ายังจะเป็นกลุ่มเมฆดำครึ้มเสียที่ไหน ตอนนี้กลายเป็น
เครื่องปล่อยไฟฟ้าที่กำลังเปล่งแสงวูบวาบอยู่ชัด ๆ
สายฟ้าปรากฏเลือนรางอยู่กลางก้อนเมฆสีดำ ราวกับจะฟาดผ่า
ในวินาทีต่อมา
มีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ เขาไม่เคยเห็นเมฆครึ้มในระยะใกล้กับ
ตัวเองขนาดนี้มาก่อน และไม่เคยเห็นสายฟ้าที่เข้าใกล้ตัวเองขนาดนี้
“ยังไม่รีบไปอีก! พวกเราน่ะหนีเร็วอยู่แล้ว แต่คนธรรมดาอย่าง
พวกนายถึงเวลาคงไม่มีที่ให้หนี”
ซู่เซี่ยงหยางได้สติทันที ก่อนจะโบกมือให้สมาชิกองค์กรถอน
กำลังทั้งหมด
“พวกเราอารักขาด้านนอกได้ แต่ด้านในที่ฉู่ลั่วอยู่ต้องหวังพึ่ง
พวกนายแล้ว”
ซู่เซี่ยงหยางได้ฟังดังนั้น ก็รีบพาสมาชิกองค์กรกลับไปยัง
ทางเดินทันที
ทันทีที่มาถึงทางเดิน ก็เห็นเฉิงยวนซึ่งยืนสีหน้าถมึงทึงอยู่หน้า
ประตู อีกด้านมีสวีจิ้นในสภาวะวิญญาณยืนอยู่ ทั้งคู่ต่างจดจ้องไป
ข้างหน้า ไม่พูดจาอะไรกันสักคำ
หวนเส้าหยินเห็นซู่เซี่ยงหยางเดินเข้ามาจึงถาม “ข้างนอกเป็น
ยังไงบ้าง”
“พวกเขายังรับมือไหว!”
หยวนเส้าหยินเอ่ย “ถ้าเจ้านิกายบรรลุได้จริง ไม่ว่าจะสำหรับลัทธิ
เต๋าหรือคนทั่วไปต่างถือเป็นเรื่องดีทั้งนั้น”
ในเมื่อเป็นเรื่องที่ดี แล้วทำไมถึงมีคนคอยขัดขวาง
“เฮอะ!”
หยวนเส้าหยินมองเฉิงยวนที่แค่นเสียงใส่แล้วเอ่ย “คุณแค่นเสียง
ทำไม ผมพูดไม่ถูกเหรอ”
เฉิงยวนมองค้อนเขา “ผู้บำเพ็ญลัทธิเต๋าเห็นคนอื่นได้ดีไม่ได้อยู่
แล้วนี่ ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรสักหน่อย”
หยวนเส้าหยินสะอึก
เขามองเฉิงยวน แล้วมองสวีจิ้น รู้ตัวดีว่าโต้เถียงไม่ได้ จึงได้แต่
หุบปาก
เฉิงยวนกลอกตาใส่แล้วหลับตาต่อ
ทันใดนั้น เธอเบิกตาขึ้นฉับพลัน ทอดมองยังจุดสิ้นสุดของ
ทางเดิน
คนที่เหลือต่างมองไปยังจุดสิ้นสุดของทางเดินด้วย
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวชะโงกหัวออกมา แต่ถูกเฉิงยวนดันกลับไป “ซูเยียน
เจ้าเฝ้าพวกเขาเอาไว้”
เถาซูเยียนตอบรับว่าอืม แล้วดึงไว้ข้างละคน ก่อนจะลากพวกเขา
ไปอยู่ด้านหลังกลุ่มคน
สวีจิ้นทำท่าจะไปขวางอยู่ด้านหน้าเฉิงยวนด้วยสัญชาตญาณ
แต่ก้ต้องชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาเฉิงยวน “ข้าสามารถ…”
เฉิงยวนพลันแทรก “เจ้าสามารถที่ไหน ถึงแม้จะมีผลบุญติดตัว
แต่ว่าเจ้าก็เป็นเพียงคนธรรมดา อย่าเข้ามาสร้างความวุ่นวาย”
สวีจิ้น “…”
เขาถอยไปอีกด้านเช่นกัน
ซู่เซี่ยงหยางรู้สึกถึงยันต์บนตัวที่แผดเผาเป็นจุณอย่างรวดเร็ว
หัวใจเขาเต้นโครมครามขึ้นทันใด “ใช่ผีไหม หรือว่าเป็นตัวอะไรกัน
แน่”
“เอาเป็นว่าไม่ใช่ตัวที่มาดีแล้วกัน!”
ขณะส่งเสียงก็เห็นพลังหยินตรงหัวมุมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ยื่นออกมาเป็นอย่างแรกคือมือสีดำสนิท มันเป็นมือของมนุษย์
ทว่าก็ไม่ใช่มือมนุษย์
ข้อนิ้วนั้นยาวมาก ซ้ายังจิกลงพื้นราวกับเป็นกรงเล็บเหยี่ยว
หลังจากนั้นหัวกะโหลกก็ตามมาด้วย
บนหัวกะโหลกนั้นโล่งเตียนไม่มีผม แต่หน้าตากลับแปลก
ประหลาดเป็นที่สุด
ตา ปาก จมูก…ราวกับถูกติดแปะกันไว้
หรือพูดได้ว่า ทุกส่วนของร่างกายสัตว์ประหลาดตัวนี้ถูกต่อให้
เข้ากัน