เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1595 บรรลุ
ยมทูตขาวดำพลันเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“ขอแสดงความยินดีกับปรมาจารย์ครับ”
“ยินดีด้วย ปรมาจารย์”
ฉู่ลั่วหันกลับไปมองประตูสิบวังยมราชที่ปิดสนิท แล้วบอกกับ
ยมทูตขาวดำว่า “ฉันต้องกลับแล้วค่ะ”
เพียงสิ้นเสียง เธอก็หายวับไปจากตรงหน้าของยมทูตขาวดำ
ทันทีที่กลับมาถึงห้องโรงแรม ฉู่ลั่วก็รีบนั่งขัดสมาธิ แล้วหลับตา
ลงเพื่อบำเพ็ญ
ชั่วขณะนั้น กลุ่มก้อนเมฆบนท้องฟ้าเหนือโรงแรมที่ลอยตัวอยู่
อย่างสวยงาม
ผ่านไปไม่นาน ก็มีกลุ่มเมฆสีดำจำนวนมหาศาลเข้ามาบดบัง
มณฑลหนานจนมืดสนิท มองไม่เห็นแสงสว่างด้านบนเลยสักนิด
“นี่มันอะไรกัน”
“พยากรณ์อากาศไม่ได้บอกนี่ว่าวันนี้จะมีฝน”
“ชั้นเมฆนี่จะหนาเกินไปแล้ว”
คนมากมายต่างล้วงมือถือออกมาถ่ายวิดีโอไว้
ในไม่ช้า คนทั้งโลกออนไลน์ก็ร่าลือถึงชั้นเมฆที่หนาแน่นของ
มณฑลหนาน
ชั้นเมฆเริ่มมารวมตัวกันจนหนาขึ้น ค่อย ๆ กดทับลงมาจนคนดู
วิดีโอก็ยังรู้สึกอึดอัด
และคนที่ต่างจากพวกเขาคือลัทธิเต๋า
ทุกคนในลัทธิเต๋าไม่แหงนหน้ามองฟ้า ก็ขมวดคิ้วดูวิดิโอใน
โทรศัพท์
นี่ไม่ใช่เมฆทั่วไป
ไจ๋โหรวหมอบอยู่ริมหน้าต่าง ทอดมองกลุ่มเมฆบนฟ้า “จี้ไจ่ คุณ
รู้สึกไหมว่าเมฆในเมืองที่เราอยู่หน้าเป็นพิเศษ โดยเฉพาะฝั่งพวกเรา”
ไฟในโรงแรมสว่างมาสักพักใหญ่แล้ว
ทั่วทั้งมณฑลหนานในตอนนี้ราวกับตกอยู่ในช่วงเวลากลางดึก
จี้ไจ่ยืนอยู่ข้างไจ๋โหรว สองมือค้าหน้าต่าง “อยู่ที่โรงแรมของเรา”
“โรงแรมเหรอ”
“เหมือนจะเป็นโรงแรมของเราจริง ๆ” ไจ๋โหรวทำท่าจะพูดอะไร
บางอย่าง ทันใดนั้น บางสิ่งก็กระจ่างแจ้งขึ้นมาในสมอง เธอมองจี้ไจ่
ด้วยความตกใจสุด ๆ
ในใจเธอทั้งตะลึงทั้งยินดีปรีดา
“เป็นไปได้ยังไง”
จี้ไจ่ตอบ “คุณไม่รู้สึกตัวเลยเหรอว่าผลบุญรอบตัวเราเพิ่มกัน
หมด”
ไจ๋โหรวก้มมองตัวเอง เธอไม่ค่อยสนใจความเปลี่ยนแปลงของ
ตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร เพราะหลายปีมานี้ก็ไม่มีความคืบหน้าเท่าไร
สนใจไปก็เท่านั้น
แต่…
“เหมือนจะเป็นเรื่องจริง! นี่คือผลบุญ”
เธอเงยหน้าด้วยความอึ้งงันและมองจี้ไจ่
จี้ไจ่เอ่ยต่อ “เป็นเพราะเรื่องของปรโลกย่อย นี่คือผลบุญที่ปรโลก
มอบให้เป็นของขวัญ”
ที่จริงพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่คอยเป็นธุระคอยติดตามอยู่
ด้านหลังเจ้านิกายเท่านั้น แต่ก็ได้รับผลบุญจากปรโลกไปด้วย
สำหรับผู้บำเพ็ญ ผลบุญคือสิ่งที่ประเสริฐสุด
สำหรับคนธรรมดาก็ไม่เลวเช่นกัน
ทันใดนั้น ดวงตาไจ๋โหรวพลันเบิกกวาง ชะโงกตัวออกไปนอก
หน้าต่างครึ่งตัว แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า “จี้ไจ่ นายว่า…จะใช่…เจ้า
นิกายไหม”
หัวใจจี้ไจ่แทบจะหยุดเต้น “พวกเราไปหาเจ้านิกายกันเถอะ”
ไจ๋โหรวพยักหน้ารัว “ใช่ ๆ ๆ เวลาแบบนี้จะให้คนอื่นมารบกวน
เจ้านิกายไม่ได้”
เธอจับข้อมือจี้ไจ่ด้วยความตื่นเต้น ลากเขาวิ่งออกไปข้างนอก
วิ่งไปพลางพูดไป “กี่ปีแล้วนะ…กี่ปีแล้วนะที่ไม่มีใครในลัทธิเต๋าบรรลุ”
“เจ้านิกายสุดยอดจริง ๆ”
จี้ไจ่ “…”
รอจนพวกเขาทั้งสองคนวิ่งมาถึงหน้าห้องของฉู่ลั่ว ก็พบว่าคน
ที่มาไม่ได้มีแค่พวกเขา
ซู่เซี่ยงหยาง หร่วนย่วนย่วน จิ่งเจียเหยียน ต่างมารวมตัวกันที่นี่
“ไม่มีใครเปิดประตู”
ซู่เซี่ยงหยางบอกพวกเขา
จี้ไจ่กล่าว “เจ้านิกายเพ่งสมาธิกับการฝึกตน เพื่อต่อกรกับ
อสนีบาตสวรรค์ ไม่อาจสนใจโลกภายนอกได้”
ไจ๋โหรวรู้สึกตุ้ม ๆ ต่อม ๆ “ลัทธิเต๋าไม่มีใครบรรลุได้มาหลายปี
แล้ว การบรรลุมีขั้นตอนยังไงบ้าง ไม่มีใครรู้เลย! อีกอย่าง…”
พูดไม่ทันจบ สายตาของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เธอร้อง
บอก “มีคนมา!”
เธอกระโจนออกไป จรดตัวบนขอบหน้าต่างนอกห้องของฉู่ลั่ว
และเห็นพลังวิญญาณแกร่งกล้าที่พุ่งเข้ามากลางอากาศ
ไจ๋โหรวยกมือปัดป้องด้วยยันต์ ผ่านไปไม่นานก็มีพลังวิญญาณ
พุ่งมาจากทิศอื่น
จี้ไจ่ หร่วนย่วนย่วน และพวกจิ่งเจียเหยียนต่างปรี่ออกไป คุ้มกัน
อยู่รอบห้องฉู่ลั่ว
“ใครกัน!” จิ่งเจียเหยียนยืนอยู่บนดาดฟ้า หันหน้าไปทางกลุุ่
มเมฆดำทั่วท้องฟ้า กล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “ใครกันที่หน้าหนา
ขนาดนี้ คิดจะมารบกวนการบำเพ็ญของลั่วลั่ว”