เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1598 รับภัยพิบัติ
“ลั่วลั่ว!” จิ่งเจียเหยียนชี้ไปยังทิศทางหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
หูเสี่ยวหลีคว้าแขนจิ่งเจียเหยียนที่กำลังจะติดตามไปเอาไว้ “เธอ
จะไปทำไม? หรือว่าสามารถกันสายฟ้าแทนฉู่ลั่วได้?”
“แต่ว่าฉันไม่เคยเห็นการทนรับภัยพิบัติแล้วเลื่อนขั้นเป็นเซียน
เลยนะ!”
หูเสี่ยวหลี “…อย่าอยากรู้อยากเห็นไปเสียหมดทุกอย่างเลยน่า”
ตรงทางเดินในเวลานั้น
หมอกสีแดงค่อย ๆ จางหายไป ผีเสื้อกลางคืนก็บินกลับมาที่ตัว
ของเถาซูเยียนและถูกเธอจับเอาไว้ “สัตว์ประหลาดพวกนั้นหายไป
แล้ว!”
หมอกสีแดงหายไปในที่สุด สัตว์ประหลาดที่เดิมทีมาคอยห้อม
ล้อมอยู่รอบ ๆ ก็หายไปแล้วเช่นกัน
เฉิงยวนวิ่งเหยาะ ๆ ไปข้างหน้าต่างแล้วเห็นสายฟ้าแลบแปลบ
ปลาบอยู่ไกล ๆ
ซู่เซี่ยงหยางเองก็วิ่งเข้ามาดูเช่นกัน “นั่นเจ้านิกายนี่ครับ เธอ
กำลังรับภัยพิบัติอยู่ทางนั้น! พวกเราต้องไปไหมครับ?”
เฉิงยวนพูดขึ้นมา “เจ้าจะไปทำไม จะไปช่วยรับภัยพิบัติให้นาง
เหรอ?”
เธอมองไปทางยอดเขาอย่างเป็นกังวลใจ สายฟ้าฟาดลงมาครั้ง
แล้วครั้งเล่าไม่หยุดไม่ยั้งเลย
ทางด้านเขาหมิงเฟิง ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ต่างยกมือถือ
ขึ้นมาถ่ายตรงยอดเขาเอาไว้ไม่หยุด
ถึงขนาดที่มีชาวบ้านเริ่มเปิดไลฟ์สดด้วย
ที่นี่ไม่มีลม ไม่มีฝน มีแต่สายฟ้าเท่านั้น
สายฟ้าที่ฟาดกระหน่าลงมาซ้า ๆ ล้วนผ่าลงไปยังสถานที่
เดียวกันทั้งหมด
แล้วจู่ ๆ แสงสีขาวก็ผ่าลงมากลางท้องฟ้า แสงนั้นสว่างแยงตาทุก
คนจนต้องหลับตากันหมด
กระทั่งลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เสียงฟ้าร้องก็หยุดลง กลุ่มเมฆดำครึ้ม
ก็หายไป และแสงอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว
[โฮสต์ ดูเหมือนการรับภัยพิบัติของคุณจะสำเร็จแล้วนะ]
จู่ ๆ ระบบก็ส่งเสียงขึ้นมา
ฉู่ลั่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น รอบตัวเธอในระยะร้อยเมตรเป็นสีดำที่ไหม้
เกรียมไปหมดเลย
ระบบ [ยินดีด้วยนะโฮสต์ ยินดีด้วย!]
ฉู่ลั่วลุกขึ้นยืนแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า หมู่เมฆครึ้มได้หายไป
หมดแล้ว
ระบบ [โฮสต์]
ฉู่ลั่ว “สายฟ้าเก้าสิบเก้าครั้ง ฉันน่าจะเลื่อนขั้นแล้วสิ”
ระบบ […]
ฉู่ลั่ว “แต่ว่าฉันไม่ได้เลื่อนขั้น ได้แค่เพียงชุบกายเนื้อเท่านั้น”
ระบบ [เหอะ ๆ…]
ระบบหัวเราะแกน ๆ แม้แต่คำยินดีก็พูดไม่ออกแล้ว
ฉู่ลั่วเริ่มทำการเคลื่อนย้ายพลังวิญญาณในร่างกายของตนเอง
หลังจากถูกสายฟ้าหลอมกาย พลังวิญญาณก็เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น
กายเนื้อก็แข็งแรงขึ้นด้วย
“ลั่วลั่ว! ลั่วลั่ว!”
เสียงจิ่งเจียเหยียนตะโกนมา
“อยู่ทางนี้!”
หลังจากสิ้นเสียงตอบรับ จิ่งเจียเหยียนก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้า
เธอ แล้ววนเวียนรอบตัวเธออย่างตื่นเต้น “ลั่วลั่วรับภัยพิบัติมาแล้ว!
ลั่วลั่วแข็งแกร่งมาก!”
ไม่นานนัก พวกของเฉิงยวนก็ตามมาเช่นกัน
ไม่เพียงแค่นั้น เฉิงยวนยังพาฮั่วเซียวหมิงมาด้วย
ทันทีที่ลงสู่พื้น ฮั่วเซียวหมิงก็วิ่งเข้ามาหาเธอแล้วมองสำรวจ
ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงถอนหายใจ คิ้วที่ขมวดเป็นปมอยู่ก็คลายออก “คุณ
ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”
คนอื่น ๆ ต่างก็ห้อมล้อมกันเข้ามา
“เจ้านิกาย คุณรับภัยพิบัติมาแล้วใช่ไหม?”
“ลัทธิเต๋ามีมาตั้งหลายปีแล้วไม่เคยได้เห็นอสนีบาตสวรรค์เลย
ฉันมีโชคที่ได้เห็นอสนีบาตสวรรค์นะ”
“ฉันนับแล้ว สายฟ้านี้มีเก้าสิบเก้าครั้ง! เจ้านิกายสุดยอดไปเลย!”
เสียงแสดงความยินดีดังมาเรื่อย ๆ
คนก็มารวมตัวกันทางนี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
ฉู่ลั่วจึงพูดว่า “กลับไปที่โรงแรมกันก่อนเถอะ!”
“ได้ ๆ ๆ”
เมื่อพวกเขากลับมาถึงโรงแรมแล้ว
ฉู่ลั่วก็ก้มหน้ามองร่างกายสัตว์ประหลาดที่กองรวมกันอยู่ แล้ว
เอาป้ายหยกจากมือของซู่เซี่ยงหยางมาดู
“มันเป็นของลัทธิเต๋า”
ผู้บำเพ็ญของลัทธิเต๋าหลายคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็สีหน้าเปลี่ยน
กันหมด
โดยเฉพาะไจ๋โหรวที่ส่งเสียงเย็นชาออกมาอย่างควมคุมไม่อยู่
ฉู่ลั่วส่งป้ายหยกไปให้ซู่เซี่ยงหยางอีกครั้ง “เอาไปตรวจสอบดูที
นะคะ”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า แล้วเอาป้ายหยกกับร่างของสัตว์
ประหลาดออกไป
ฉู่ลั่วทำท่าให้คนอื่น ๆ ออกไปให้หมด เหลือไว้เพียงเฉิงยวนกับส
วีจิ้น
เฉิงยวนนั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้านิ่งเฉย ส่วนสวีจิ้นก็กอดดาบ
ไว้แล้วนั่งอยู่ตรงมุมโซฟาพลางหลุบสายตาลงเล็กน้อย