เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1599 ไม่ต้องการผมอีก
“ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?” ฉู่ลั่วถาม
เฉิงยวนตอบ “ข้าสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่มันแปลกประหลาด
แล้วจู่ ๆ ก็ตื่นขึ้นมา ดีที่ข้าตื่นขึ้นมาได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นก็คงจะถูก
คนที่ไม่หวังดีโจมตีเข้าให้แล้ว!”
เธอหัวเราะแล้วมองไปทางฉู่ลั่ว “ได้ยินไจ๋โหรวบอกมาว่าลัทธิเต๋า
ไม่ได้มีคนที่รับภัยพิบัติมาหลายปีแล้ว เจ้าไม่เพียงแต่จะได้รับภัยพิบัติ
นะ แต่ยังทำสำเร็จแล้วด้วย…”
“อีกทั้งยังเป็นสายฟ้าตั้งเก้าสิบเก้าครั้งอีกนะ!”
“จิ๊ ๆๆ”
ฉู่ลั่ว “รับภัยพิบัติสำเร็จ แต่ฉันไม่ได้เลื่อนขั้นนะ”
“ทำไม?”
“แดนเทพได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับโลกมนุษย์ไปแล้ว ฉันที่
ฝึกฝนให้กลายเป็นเทพไม่สามารถเป็นเทพได้” นอกเสียจากว่าจะ
เป็นแบบซุนหย่าจิ้งที่รัฐบาลแต่งตั้งให้เป็นเทพและได้รับควันธูป
ศักดิ์สิทธิ์
แต่สำหรับผู้บำเพ็ญแล้วย่อมต้องเลื่อนขั้นขึ้นไปโลกเบื้องบนถึง
จะนับว่าบรรลุ
เฉิงยวนขมวดคิ้วแล้วพูดอย่างไม่พอใจมาก ๆ “ถ้าอย่างนั้น…”
“เจ้ากับเขาคิดว่าจะทำยังไง?”
ฉู่ลั่วตัดบทเฉิงยวนทันที “ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง”
เฉิงยวน “…”
ผีสาวมองสวีจิ้นแล้วละสายตากลับมา “ควรจะทำยังไงก็ทำไป
ตามนั้น ให้เขากลับไปซะ”
สวีจิ้นเงยหน้ามองไปทางเธอ
เฉิงยวนหลบสายตาเขาแล้วพูดออกมา “สวีจิ้น…สวีจิ้นไปเกิด
ใหม่ตั้งนานแล้ว โลกใบนี้ไม่มีสวีจิ้นตั้งนานแล้ว!”
“ตอนนี้เขาคือเจี่ยซี ก็ให้เขาเป็นเจี่ยซีไปสิ!”
สวีจิ้นมือที่ถือกระบี่อยู่กำแน่น “ข้าไม่ใช่!”
“…”
“ข้าไม่ใช่เจี่ยซีอะไรนั่น ข้าคือสวีจิ้น”
เฉิงยวนส่งเสียงหึออกมาเบา ๆ โดยที่ไม่มองสวีจิ้นเลยแม้แต่น้อย
ฉู่ลั่วมองไปทางสวีจิ้นอีกครั้งแล้วพูด “คุณน่าจะรู้เรื่องราวของ
ตัวเองนะคะ”
สวีจิ้นหลุบตาลง “ใช่”
“คุณคิดว่ายังไงคะ?”
สวีจิ้นตอบ “ข้าเป็นสวีจิ้น!”
เฉิงยวนหันกลับมาจ้องมองเขา “เจ้าพูดว่าอยากเป็นสวีจิ้นแล้ว
คิดว่าเป็นได้เลยเหรอ? ตัวเองเป็นสวีจิ้นหรือเปล่า เจ้าก็ไม่รู้หรือไง?”
สวีจิ้นตอบ “ข้าคือสวีจิ้น!”
เฉิงยวนทำท่าทางเหมือนคร้านจะพูดคุยกับเขา จึงลุกขึ้นยืนแล้ว
เดินไปข้างนอก
สวีจิ้นก็เดินตามเธอไป
เขาเดินไปถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงฉู่ลั่วมาจากด้านหลัง “เจี่ยซี
ยังมีชีวิตอยู่”
สวีจิ้นชะงักฝีเท้า “ข้าไม่สนใจ”
ฉู่ลั่ว “…หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ”
กระทั่งสวีจิ้นกับเฉิงยวนออกไปแล้ว ฮั่วเซียวหมิงจึงได้เข้ามา
ด้านในห้อง เขาเดินไปตรงหน้าของฉู่ลั่วแล้วมองพิจารณาเธอ
ฉู่ลั่วยิ้มน้อย ๆ “คุณมองฉันทำไมคะ?”
“คุณ…”
ฉู่ลั่วรอคำพูดถัดไปของเขาอยู่
ฮั่วเซียวหมิงพูดต่อ “กลายเป็นเทพไปแล้วหรือยัง?”
“ยังค่ะ สายฟ้าแค่หลอมร่างกายของฉันเท่านั้นเอง” ฉู่ลั่วยิ้มมุม
ปาก “คุณกลัวว่าฉันจะเลื่อนขั้นเหรอคะ?”
ฮั่วเซียวหมิง “…อืม”
เขาเงยหน้าสบสายตายิ้มแย้มของเธอแล้วพูด “ผมกลัวว่า
หลังจากที่คุณเลื่อนขั้นแล้วจะไม่ต้องการผมอีก”
ดวงตาของฉู่ลั่วฉายแววความหมายอันลึกซึ้ง “กลัวขนาดนั้นเลย
เหรอคะ?”
“หลังจากที่ได้เลื่อนขั้นแล้ว ถ้าไม่ต้องทิ้งเจ็ดอารมณ์หก
ปรารถนา จะไม่ต้อง…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ฉู่ลั่วพลันเขย่งปลายเท้าเข้ามาใกล้เขา และ
ในสายตางุนงงของเขาก็ถูกเธอจับตรงผมของเขาเบา ๆ
ฮั่วเซียวหมิงหูแดงก่า
เขาคิดว่าเธอจะจูบเขา
“มันเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น ไม่ว่าจะเจ็ดอารมณ์หกปรารถนาหรือ
ตัดขาดคนธรรมดาออกก็เรื่องโกหกทั้งสิ้น ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลไป
หรอกค่ะ”
เธอยังคงยิ้มอยู่ แล้วขยับเข้าไปมองเขาจนใกล้มาก ๆ
แววตาสีเข้มของฮั่วเซียวหมิงสงบลงทันที แล้วยื่นมือไปโอบเอว
ของเธอไว้ ลูกกระเดือกของเขากำลังสั่นไหวอยู่ “คุณจงใจ…”
“อะไรคะ?”
“คุณรู้ไหมว่าผมกำลังพูดอะไร?”
ฉู่ลั่วยิ้มออกมาเบา ๆ แล้วขยับเข้าไปอีก จากนั้นริมฝีปากเธอก็
ประกบบนริมฝีปากของเขา “คุณจะพูดว่าที่ฉันไม่จูบคุณ เป็นเพราะ
จงใจหรือเปล่า?”
ฮั่วเซียวหมิงเม้มปาก เห็นได้ชัดเจนว่าเขาโกรธแล้ว
ฉู่ลั่วพูดต่อ “ฉันจงใจค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงเบิกตาโต เพียงวินาทีเดียวเขาก็ถูกฉู่ลั่วจับไหล่กด
ลงไปบนโต๊ะข้าง ๆ หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลอง ได้ยินแค่เสียง
ของฉู่ลั่วอย่างราง ๆ เท่านั้น
“ฮั่วเซียวหมิง หลังจากหลอมกายแล้วก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์นะ
คะ”