เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1628 พวกเราต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1628 พวกเราต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้
“ได้! สิ่งที่ไม่สามารถดึงดูดหุบเหวเทพมรณะให้มาได้ก่อนหน้านี้
อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่สนใจ แต่มีเพียงการเลื่อนขั้นเท่านั้น…ที่จะ
สามารถดึงดูดความสนใจของพวกเขาได้”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ต้องลงมือกัน
หน่อย”
“คุณวางใจเถอะครับ มันเป็นการจัดเตรียมลับ ๆ จะไม่ให้คนที่ไม่
เกี่ยวข้องล่วงรู้เด็ดขาด”
“ค่ะ”
สามวันต่อมา
ณ ตระกูลจี้
จี้จิงเหิงที่นั่งขัดสมาธิบำเพ็ญอยู่ จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วมอง
ออกไปข้างนอก
เพียงแวบเดียวเขาก็ออกมาข้างนอกแล้ว
นักพรตเทียนหลัวที่รออยู่ด้านนอกก็ขมวดคิ้วมองไปทางหนึ่ง
“นายออกมาทำไม? บาดแผลยังไม่หายดีเลยนี่?”
“ทำไมถึงมีคลื่นพลังวิญญาณรุนแรงขนาดนี้?”
นักพรตเทียนหลัว “ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกถึงคลื่นพลังวิญญาณที่
รุนแรงขนาดนี้ ก็คิดตอนที่ฉู่ลั่วฝ่าด่านเคราะห์…”
เสียงของเขาค่อย ๆ เบาลง หันมองไปทางนั้นอีกครั้ง แล้วหยิบ
โทรศัพท์ออกมาโดยไม่รู้ตัว
จริงอย่างที่คาด มณฑลหนานอันดับค้นหายอดนิยมอีกครั้ง
#มณฑลหนานกลับมาเข้าสู่ความมืดในพริบตา
#สภาพอากาศสุดขั้วปรากฏบ่อยครั้งที่มณฑลหนาน
#มีเพื่อนนักพรตคนไหนกำลังฝ่าด่านเคราะห์ที่ มณฑลหนาน
อีกแล้ว?
ชัดเจนว่าคำค้นหายอดนิยมสุดท้ายเป็นการเสียดสี แต่กลับทำ
ให้นักพรตเทียนหลัวเปลี่ยนสีหน้า “ไม่จริงใช่ไหม! เป็นไปได้อย่างไร
ที่เธอจะฝ่าด่านเคราะห์อีกครั้ง!”
ไม่เพียงเขา แต่คนจำนวนไม่น้อยในลัทธิเต๋าต่างก็โวยวายว่า
เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้
“จะเป็นไปได้อย่างไร? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะฝ่าด่าน
เคราะห์อีกรอบได้ในเวลาสั้น ๆ แบบนี้!”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ถึงฉู่ลั่วจะเก่งแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะฝ่าด่านเคราะห์ในเวลา
สั้น ๆ แบบนี้! มันต้องเป็นข่าวปลอมแน่ ๆ!”
“แต่ว่าเธอคนนั้นคือฉู่ลั่วนะ!”
เธอคือฉู่ลั่ว!
ประโยคนี้ทำให้คนที่กำลังตะโกนว่าเป็นไปไม่ได้ต้องหุบปากกัน
ทันที
ใช่แล้ว!
เธอคือฉู่ลั่ว!
เรื่องที่เป็นไปไม่ได้มากมายล้วนเกิดขึ้นกับเธอแล้ว ยังจะมีอะไรที่
เป็นไปไม่ได้อีก
เห็นได้ชัดว่านักพรตเทียนหลัวนึกถึงความเป็นไปได้นี้เช่นกัน
“เธอเพิ่งฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จ แต่ไม่ได้เลื่อนขั้น จะเป็นไปได้อย่างไร
ที่จะฝ่าด่านเคราะห์อีกครั้ง!”
“ถึงแม้จะต้องฝ่าด่านเคราะห์จริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาด
นี้นี่!”
“ฝ่าด่านเคราะห์แล้วก็ไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ เธอทำไปเพื่ออะไร
กันแน่?”
คนเหล่านั้นพูดจบก็เห็นจี้จิงเหิงยกมือขึ้นมาประสานอิน ปาก
ท่องคาถา นักพรตเทียนหลัวรู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันที “อาการบาดเจ็บ
ของนายยังไม่หาย นายจะไปไหน?”
แต่จี้จิงเหิงได้หายไปจากสายตาของเขาแล้ว
นักพรตเทียนหลัวกัดฟันเงียบ ๆ พลางสบถออกมาประโยคหนึ่ง
มณฑลหนาน
นักพรตที่รู้สึกได้ต่างเงยหน้ามองไปยังจุดที่เมฆหนาแน่นที่สุด
นั่นคือยอดเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเวลานี้มีเมฆดำสะสมหนาทึบกว่าครั้งที่
แล้วเสียอีก
มันปกคลุมท้องฟ้าและแทบจะย้อยลงมาบรรจบกับยอดเขา
และสายฟ้าในกลุ่มเมฆก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเลือนราง
“มาอีกครั้งแล้ว!”
“คงไม่ใช่ฉู่ลั่วอีกหรอกนะ!”
“ถ้าไม่ใช่ฉู่ลั่วแล้วจะเป็นใครได้อีกล่ะ!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่นั้น พวกเขาก็เห็นสายฟ้า
สายหนึ่งฟาดผ่านท้องฟ้าพุ่งตรงลงมาเบื้องล่าง ตามมาด้วยเสียงฟ้า
ร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหว
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เสียงนี้ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ภายในโรงแรม โม่หวายอวี้มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความ
กังวล เห็นท้องฟ้าที่มืดมิดพวกนั้นแล้วก็หันกลับมามองโต้วเหลียงที่
นอนอยู่บนเตียง
หวังว่า…ทุกอย่างจะราบรื่น
ทันใดนั้น ความรู้สึกอันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามา
ความรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง ความรู้สึกนี้…
เธอสั่นเทาจนสีหน้าซีดเผือด
“แค่ก ๆ พวกที่หุบเหวเทพมรณะส่งมาใช่ไหม?”
“อาเหลียง คุณตื่นแล้ว!” โม่หวายอวี้วิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ
เธอพยุงโต้วเหลียงขึ้นมา “พวกเรา…อีกไม่นานพวกเราก็จะได้กลับ
บ้านแล้ว!”
โต้วเหลียงมองออกไปข้างนอก แล้วค่อย ๆ หันกลับมามองโม่
หวายอวี้ที่อยู่ตรงหน้า
“ไม่ พวกเรากลับไปไม่ได้”
เขากุมมือของโม่หวายอวี้แน่น “หวายอวี้ พวกเรากลับไปไม่ได้”
“ทำไมล่ะ?”
โต้วเหลียงไม่ได้บอกเหตุผล เพียงแต่มองไปยังจุดที่ไม่ไกลด้วย
สายตาระแวดระวัง
ความรู้สึกกดดันนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ “ไม่ได้การ พวก
เราต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้! พวกเขารู้แล้วว่าพวกเราอยู่ที่นี่”