เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1630 ปล่อยแม่ผมไป
จี้ไจ่ลงมือรุนแรงมาก ทุกกระบวนท่าล้วนเป็นการโจมตีหมายเอา
ชีวิต
โม่หวายอวี้วิ่งไปที่ริมหน้าต่างด้วยความกังวล มองทั้งสองคนซึ่ง
กำลังต่อสู้กันอยู่ตรงนั้น
โต้วเหลียงดึงเธอกลับมา “มีบางอย่างกำลังมา”
ไม่เพียงแต่มุ่งตรงมาทางพวกเขาเท่านั้น แต่ยังพุ่งไปทาง
เขาอวิ๋นลั่วด้วย
สถานการณ์นอกหน้าต่าง จี้จิงเหิงโจมตีจี้ไจ่อย่างไม่ลังเล
จี้ไจ่กัดฟันต้านทานการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งทั้งสอง
คนยืนแยกกันอยู่คนละฝั่งของดาดฟ้า
สายลมแรงพัดให้ชายเสื้อของทั้งสองคนปลิวไสว
“พ่อได้รับบาดเจ็บสาหัส!” จี้ไจ่จ้องมองจี้จิงเหิงด้วยสายตาเย็น
ชา “แม้ผมจะสู้พ่อไม่ได้ แต่ก็สามารถขัดขวางพ่อได้!”
จี้จิงเหิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แต่รอยยิ้มของเขาไปไม่ถึงดวงตา
“ปล่อยแม่ไปเถอะครับ!”
จี้ไจ่กำดาบของตัวเองแน่น
“เฮอะ! อย่าหวังเลย! เธอเป็นภรรยาของฉัน เธอก็ควรอยู่กับฉัน”
พอได้ยินคำพูดนี้ จี้ไจ่ก็โมโหขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ “พ่อเคย
ปฏิบัติกับแม่อย่างคนเป็นภรรยาเหรอครับ? ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้
ทั้งตระกูลจี้และทั้งลัทธิเต๋า พูดถึงแม่ลับหลังกันยังไง พ่อไม่รู้เหรอ
ครับ?”
“พ่อขังแม่ไว้ในค่ายกล นี่เป็นสิ่งที่สามีควรทำกับภรรยาเหรอ
ครับ”
“พ่อไม่เคยปฏิบัติกับแม่เยี่ยงสามีภรรยาเลย”
“ปล่อยแม่ผมไป!”
ใบหน้าที่คล้ายคลึงกับจี้ไจ่ แสยะรอยยิ้มเยาะเย้ยบาง ๆ “ตอนนั้น
ฉันบอกแล้วว่าไม่ควรมีลูก แต่เธอก็ไม่เห็นด้วย เธอบอกว่านี่คือ
หลักฐานความรักของพวกเรา”
จี้จิงเหิงเอียงศีรษะ “นี่คือหลักฐานความรักจริง ๆ เหรอ?”
……
“มันมาอีกแล้ว!”
ไจ๋โหรวมองสัตว์ประหลาดที่ปรากฏขึ้นอย่างน่าพิศวงบนพื้นดิน
“พวกมันเป็นวิญญาณร้ายเหมือนครั้งที่แล้วเลย”
ซู่เซี่ยงหยาง “มีมากกว่าครั้งที่แล้วอีก! ดูซิว่าพวกเราจะจับตัว
เป็นได้สักตัวไหม”
สมาชิกในองค์กรพุ่งเข้าไป
ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้วมาก
ครั้งที่แล้วพวกเขาถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ครั้งนี้พวกเขา
เตรียมตัวมาพร้อมแล้ว
ประชาชนในบริเวณรอบ ๆ ก็ถูกอพยพออกไปชั่วคราวด้วย
เหตุผลเรื่องสภาพอากาศเลวร้าย ตอนนี้จึงเหลือแต่พวกเขาเท่านั้น
เมื่อสมาชิกองค์กรได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
เล็กน้อย ทุกคนกระโจนเข้าไป
“เป็นค่ายกล!” ไจ๋โหรวมองวิญญาณร้ายที่ปรากฏขึ้นอย่าง
ฉับพลัน “พวกมันทะลวงค่ายกลเข้ามาค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางมองวิญญาณร้ายที่คืบคลานออกมาจากความว่าง
เปล่ามากขึ้นเรื่อย ๆ บางตนมาจากท้องฟ้า บางตนมาจากพื้นดิน
บางตนถึงกับปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันตรงด้านข้างของเจ้าหน้าที่
“หัวหน้าซู่!”
ไจ๋โหรวโยนแผ่นยันต์ออกไป สกัดการโจมตีของวิญญาณร้าย
ตนหนึ่งที่กำลังจะทำร้ายซู่เซี่ยงหยาง
ซู่เซี่ยงหยางหมุนตัวทันทีแล้วชักปืนออกมายิง
จากปากกระบอกปืนพุ่งออกมาเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ ตรงดิ่งไป
ห่อหุุ้มวิญญาณร้ายที่อยู่ข้าง ๆ
วิญญาณร้ายขยับตัว อักขระบนตาข่ายเปล่งแสงสีทองอ่อน ๆ
กดทับให้วิญญาณร้ายขยับเขยื้อนไม่ได้
“ไจ๋โหรว เธอตรวจสอบก่อน!”
“ได้ค่ะ!”
ไจ๋โหรวก้าวเข้าไปข้างหน้าทันที ยกมือขึ้นทำท่าประสานมือ
ปากเอ่ยคาถา ดวงตาที่เดิมแยกสีดำขาวชัดเจนกลับเปลี่ยนเป็นสีขาว
ดั่งแสงจันทร์ในชั่วพริบตา
วิญญาณร้ายที่สบตากับเธอหยุดดิ้นรนไปทันที
มือของไจ๋โหรวแตะเบา ๆ ลงบนร่างของวิญญาณร้าย เธอค่อย ๆ
หลับตาลง
สิ่งที่เห็นในทันทีคือห้องหินที่ไม่มีหน้าต่าง รอบห้องเต็มไปด้วย
อักขระสีแดงสด
อักขระเหล่านั้นชัดเจนว่าเป็นอักขระของลัทธิเต๋า แต่มันกลับทำ
ให้เธอรู้สึกหวาดกลัว
เมื่อเธอพยายามจะมองให้ชัดเจนขึ้น จู่ ๆ อักขระเหล่านั้นก็
กลายเป็นเส้นด้ายบางแล้วพุ่งตรงมาทางไจ๋โหรวพร้อมกัน
“อา!”
เธอยกมือปิดตาตัวเอง หยดเลือดสดไหลออกมาจากดวงตาของ
เธอเป็นสองสาย
“ไจ๋โหรว!”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่โดนผลสะท้อนกลับมาเท่านั้น! มันเป็นห้อง
อักขระ ฉันออกมาแล้ว! มัน…” เธอลืมตาที่เต็มไปด้วยเลือดขึ้นมอง
จ้องมองวิญญาณร้ายบนพื้น “มันก็ไม่เคยออกไปไหน! การที่มัน
กลายเป็นแบบนี้ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในห้องนั้น”
ในห้องนั้นเต็มไปด้วยเลือด แล้วดูสภาพของวิญญาณร้ายนี่สิ
ชั่วขณะนั้น ไจ๋โหรวไม่รู้ว่าควรจะโกรธหรือควรจะเศร้าโศกกับ
มันดี
“มาแล้ว!” สมาชิกองค์กรอีกคนเดินเข้ามา เขาเป็นคนตระกูลไจ๋
เหมือนกับไจ๋โหรว และมีเนตรศักดิ์สิทธิ์ติดตามเช่นกัน
หลังจากสวมอุปกรณ์แล้ว เขาก็ใช้มือวางบนศีรษะของวิญญาณ
ร้ายทันที