เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1632 โรงแรมพังลงมาคงไม่ดี
โม่หวายอวี้กลับเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อเธอสบตากับ
โต้วเหลียง ก็พบว่าโต้วเหลียงกำลังจ้องมองออกไปทางนอกหน้าต่าง
ตลอดเวลา
เธอก็มองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน
ได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาหลายเสียงลอยเข้ามาแต่ไกล
โต้วเหลียงรีบลุกขึ้นยืน มือไม้พันกันรีบดึงม่านหน้าต่างอย่างลน
ลาน ราวกับจะเป็นการหลอกตัวเองด้วยการปิดม่าน “กลับไปไม่ได้
กลับไปไม่ได้เด็ดขาด”
“อาเหลียง…”
โต้วเหลียงคว้าแขนของโม่หวายอวี้ไว้ด้วยความหวาดหวั่น เสียง
ของเขาสั่น “พวกเรากลับไปไม่ได้ หวายอวี้ พวกเรากลับไปไม่ได้
นะ!”
“มันเป็นเพราะอะไรกันแน่? อาเหลียง หุบเหวเทพมรณะคือบ้าน
ของพวกเรา ทำไมพวกเราถึงกลับไปไม่ได้ล่ะ?”
เช่นเดียวกับหลายครั้งก่อนหน้านี้ ด้วยคำถามนี้ โต้วเหลียงมักจะ
เพิกเฉย เขาเอาเพียงแค่จมจ่อมอยู่ในความกลัวของตัวเอง ริมฝีปาก
เอ่ยพึมพำไม่หยุด “กลับไปไม่ได้ กลับไปไม่ได้…”
ทันใดนั้น เสียงดังจากนอกหน้าต่างก็ดังสนั่นมา เป็นเสียงของ
การปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อเกิดคลื่นกระแทกที่ทำให้อาคารของ
โรงแรมทั้งหลังสั่นไหวราวกับจะพังทลายลง
โรงแรมแห่งนี้เป็นของเครือฮั่วกรุ๊ป นอกจากฉู่ลั่วกับคนอื่น ๆ
แล้ว ผู้เข้าพักส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานขององค์กร
ในตอนนี้ ทุกคนต่างพากันออกมาข้างนอกแล้ว
ซุนหย่าจิ้งขมวดคิ้ว มองท้องฟ้าด้านนอก “มีคนพุ่งชนกับค่าย
กล แต่ฉันกลับมองไม่เห็นอะไรเลย”
หร่วนย่วนย่วน “ฉันเองก็มองไม่เห็นเหมือนกัน”
หงอิน “ถึงจะมองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกได้ พลังวิญญาณนี้แข็งแกร่ง
มาก”
ส่วนด้านหลังพวกเขา ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกับเหล่าก้อนกลมต่างหดตัว
อยู่ด้วยกัน สายตาทุกคู่มองออกไปข้างนอกด้วยความหวาดกลัว
มีเพียงเถาซูเยียนและจิ่วฉานที่เดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ มอง
ออกไปข้างนอกโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“น่าจะมีอะไรสักอย่าง” เถาซูเยียนดีดนิ้วเบา ๆ แมลงตัวเล็กหลาย
ตัวบินออกจากปลายนิ้วของเธอ บินว่อนออกไปนอกหน้าต่าง
แต่ในวินาถัดมา แมลงเหล่านั้นกลับร่วงหล่นลงมาจากกลาง
อากาศ
“ต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน”
จากนั้นก็มีเสียงการปะทะอย่างรุนแรงอีกครั้ง คราวนี้ตึกโรงแรม
ทั้งหลังสั่นสะเทือนสิบกว่าครั้ง ก่อนจะหยุดลงอย่างยากลำบาก
“โรงแรมนี้ไม่มีปัญหาใช่ไหม!” หัวหว่านจับท้องตัวเองพลางมอง
ออกไปข้างนอกด้วยความเป็นกังวล
ฟู่ปู้เสวี่ยนยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ เขาขมวดคิ้วมองออกไปข้างนอก
เช่นกัน
“ลั่วลั่วบอกว่าห้ามออกไปนอกโรงแรม ตราบใดที่ไม่ออกไปจาก
โรงแรม มันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น” จิ่งเจียเหยียนหันมามองหัวหว่าน
แวบหนึ่ง แล้วรีบพาเธอไปนั่งตรงโซฟาทันที “โอ๊ย เธอกำลังท้องอยู่
นะ อย่าเคลื่อนไหวมากนักสิ!”
“เธอกับฟู่ปู้เสวี่ยนเป็นแค่คนธรรมดา คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์
หรอก ทำอะไรมากก็ไม่มีประโยชน์เท่านั้น ทำอะไรที่ควรทำก็พอ ส่วน
เรื่องอื่น ๆ มีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว”
สิ้นเสียงของเธอก็มีการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง
จิ่งเจียเหยียนกัดริมฝีปาก “หรือว่าฉันควรออกไปดูสักหน่อยดี?
ถ้าปล่อยให้พวกเขาทำให้โรงแรมพังลงมาคงไม่ดีแน่”
ซุนหย่าจิ้งดึงจิ่งเจียเหยียนไว้ “เธออย่าออกไปก่อเรื่องเชียวนะ
ปรมาจารย์บอกให้พวกเราอยู่แต่ในโรงแรม พวกเราก็ควรเชื่อเธออยู่
แต่ในโรงแรมสิ”
จิ่งเจียเหยียนข่มใจ “…ก็ได้!”
ทว่าการสั่นสะเทือนของโรงแรมกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และถี่ขึ้น
ทุกครั้ง
พนักงานในโรงแรมต่างก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
โดยเฉพาะโม่หวายอวี้และโต้วเหลียงที่อยู่ในห้องที่ปิดม่านสนิท
พวกเขาไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
และแล้วเสียงดังสนั่นครั้งนี้ก็ดังกว่าครั้งก่อน ๆ มาก
แต่…การสั่นสะเทือนกลับหยุดลง
รออยู่สักพักก็ไม่มีการสั่นสะเทือนอีก
โม่หวายอวี้พลันรู้สึกบางอย่าง สีหน้าของเธอซีดขาวลงทันที
สาวเท้าวิ่งไปตรงหน้าต่างและเปิดม่านออก
ภาพที่เห็นคือภายใต้กลุ่มเมฆสีดำทมึนจนบดบังแสงอาทิตย์
ท้องฟ้าเบื้องบนมืดสนิทไปหมดแล้ว ในสายตาของคนทั่วไปไม่
สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายนอกได้ชัดเจน แต่โม่หวายอวี้กลับ
มองเห็นมันได้
“จี้ไจ่!”
เธอร้องเรียกลูกชายเสียงดังด้วยความเป็นห่วง