เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1631 จิ่งอันฉิง! เธอไม่ได้ตายไปแล้วเหรอ
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1631 จิ่งอันฉิง! เธอไม่ได้ตายไปแล้วเหรอ
ไม่นาน ภาพที่เขาเห็นก็ปรากฏขึ้นบนอุปกรณ์
มันแตกต่างจากสิ่งที่ไจ๋โหรวเห็นก่อนหน้านี้ มันเป็นหมู่บ้านที่
สงบสุขแห่งหนึ่ง
เช่นเดียวกัน รอบ ๆ หมู่บ้านเต็มไปด้วยอักขระ
อักขระเหล่านั้นกลายเป็นเส้นบาง ๆ อีกครั้งและโจมตีเข้ามา
“อา!”
ดวงตาอีกคู่หนึ่งก็ยังได้รับผลกระทบ
“ฉันเอง!”
คนตระกูลไจ๋อีกคนหนึ่งก้าวออกมา
สมาชิกที่เหลือแยกย้ายไปยืนตามตำแหน่งของตนทันที โอบ
ล้อมพวกเขาไว้ทั้งหมด
สมาชิกตระกูลไจ๋ทยอยขึ้นมาทีละคน มือของแต่ละคนวางทาบลง
บนตำแหน่งต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกัน
ซู่เซี่ยงหยางคอยสังเกตพวกเขาไปพร้อม ๆ กับดูภาพที่เก็บ
รวบรวมได้ อีกด้านหนึ่งก็คอยจับตาดูฉู่ลั่วที่อยู่บนยอดเขา
พวกเขาสามารถสกัดกั้นวิญญาณร้ายได้บางส่วน แต่ไม่
สามารถสกัดกั้นได้ทั้งหมด
ฉู่ลั่วที่อยู่บนยอดเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง?
บนยอดเขา ฉู่ลั่วฟันดาบฉับเดียวสยบวิญญาณร้ายที่พุ่งเข้ามา
ได้ แต่เงาดำก็ล้อมรอบตัวเธอ
เธอหันไปมองทางโรงแรม มือกระชับดาบชิงเจวี๋ยแน่นขึ้น
เล็กน้อย
ทำไมโม่หวายอวี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลย?
ถ้าไม่รีบมา พวกวิญญาณร้ายเหล่านี้ก็จะล่าถอยไปเองภายใต้
พลังของเธอแล้ว
พอคิดดูแล้ว เธอก็ใช้มือข้างหนึ่งฟันวิญญาณร้ายที่พุ่งเข้ามา
อีกมือล้วงโทรศัพท์ออกมา แล้วกดโทรออกทันที
ณ โรงแรม
ในตอนที่จี้ไจ่กำลังเผชิญหน้ากับจี้จิงเหิงอยู่นั้น โทรศัพท์ของ
เขาก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
จี้ไจ่ “…”
จี้จิงเหิง “…”
เขารับสาย
“เจ้านิกายครับ พวกเราถูกขัดขวาง! เป็นพ่อของผมครับ!”
ฉู่ลั่วเก็บโทรศัพท์ แล้วใช้ดาบฟันวิญญาณร้ายที่เบียดเสียดกัน
อยู่ตรงหน้า เปิดเส้นทางขึ้นมา
จากนั้นเธอก็กระโจนลงไปที่เชิงเขา
“เจ้านิกาย!” ซู่เซี่ยงหยางตะโกนเรียก สีหน้าเคร่งเครียด “พวก
เรายังหาไม่เจอ! แต่ว่า…”
เขาชำเลืองมองวิญญาณร้ายที่ถูกกักขังอยู่ในตาข่ายเวท “แต่
พวกเราสืบรู้แล้วว่าวิญญาณร้ายพวกนี้ ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดย
มนุษย์ จากคนที่ยังมีชีวิต!”
พวกเขาถูกตัดเป็นชิ้น ๆ ตอนยังมีชีวิต แล้วนำมาประกอบใหม่
ตลอดกระบวนการนั้นพวกเขายังมีชีวิตอยู่
จนกระทั่งประกอบเสร็จ ถูกควบคุมด้วยพลังวิญญาณ คนพวก
นี้…หรือจะเรียกว่าร่างกายพวกนี้ ถึงจะตายจริง ๆ ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีก
ต่อไป
ฉู่ลั่วพยักหน้ารับ “ฉันจะกลับโรงแรมสักหน่อยค่ะ โม่หวายอวี้กับ
โต้วเหลียงติดอยู่ในโรงแรม ฉัน…”
เธอยังพูดไม่ทันจบ ก็หันกลับไปฟันดาบออกไปทันที
ในอากาศอันว่างเปล่า พลันมีเงาร่างหนึ่งก้าวออกมา เพียงแค่
หลบเบา ๆ ก็หลีกหนีการโจมตีของฉู่ลั่วได้
“เป็นเธอนี่เอง!”
หญิงสาวในชุดสีแดงย่างกรายออกมา
“นานไม่ได้พบกันนะ ฉู่ลั่ว!”
“จิ่งอันฉิง! เธอไม่ได้ตายไปแล้วเหรอ” แม้ดวงตาของไจ๋โหรวจะ
ยังคงแดงก่า แต่เธอก็มองเห็นคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
“จิ่งอันฉิงตายไปแล้ว เธอแค่ยืมรูปลักษณ์ของจิ่งอันฉิงมา
เท่านั้น” ฉู่ลั่วมองไปยัง ‘จิ่งอันฉิง’ ที่อยู่ตรงหน้า
ทันทีที่ ‘จิ่งอันฉิง’ ปรากฏตัว วิญญาณร้ายทั้งหมดที่กำลังโจมตี
อยู่รอบ ๆ ก็หยุดลง
ทั้งหมดคุกเข่าลงกับพื้นอย่างนอบน้อม
ไจ๋โหรวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “นี่เธอกำลังทำอะไรกัน? เป็น
เศษซากยุคโบราณหรือยังไง? ถึงได้คุกเข่าอีก จะให้ตะโกนว่าขอฝ่า
บาททรงพระเจริญด้วยไหมล่ะ!”
พูดจบ เธอก็อดบ่นต่อไม่ได้ “ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษด้วยนะ ใน
สมัยโบราณผู้หญิงที่อยากเป็นจักรพรรดิช่างยากเย็นแสนเข็ญ เธอก็
คงได้แค่ถูกเรียกว่าขอพระนางทรงพระเจริญเท่านั้นแหละ!”
‘จิ่งอันฉิง’ มีสีหน้าเย็นชาลง เธอยกมือขึ้นโจมตีไจ๋โหรวทันที แต่
ก็ถูกฉู่ลั่วป้องกันไว้ได้อย่างคาดไม่ถึง
“เธอมาที่นี่เพราะโม่หวายอวี้กับโต้วเหลียงใช่ไหม”
จิ่งอันฉิงหัวเราะเบา ๆ “ยังคงฉลาดเหมือนเดิมนะ!”
ฉู่ลั่ว “พวกเขาก็เป็นคนที่พวกคุณใช้ปิดบังวิถีแห่งสวรรค์ด้วย
เหรอ?”
“ใช่ แต่ก็ไม่ใช่! สรุปแล้ว…ฉันก็ต้องพาพวกเขากลับไปแน่นอน”
จิ่งอันฉิงจ้องมองฉู่ลั่วด้วยสายตาโลภมาก “เธอแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
นะ ถึงขั้นฝ่าด่านเคราะห์ได้แล้วนี่! น่าเสียดาย…”
เธอเหมือนจะไม่สนใจฉู่ลั่วที่ฝ่าด่านเคราะห์แล้ว “น่าเสียดายที่
เราเดินคนละทาง ไม่อย่างนั้น…เธอคงไม่ต้องมาถึงขั้นนี้”