เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1635 ต้องการควบคุมฉัน
“ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า!”
โม่หวายอวี้มองจี้ไจ่ด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะสบตากับใบหน้า
ตกตะลึงของเขา
“ลูกแปลกใจมากสินะ?”
เธอคว้าแขนของจี้ไจ่ พาเขาลงมาบนขอบหน้าต่าง เงาดำที่ไม่
อยากอยู่ห่างแต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ตีวงล้อมพวกเขาไว้
จี้ไจ่ “ผม…ผมไม่คิดว่า”
ผู้คนในตระกูลจี้ต่างบอกว่าโม่หวายอวี้เป็นเพียงคนธรรมดา
แม้แต่ในช่วงที่ผ่านมา เขาก็รู้ว่าโม่หวายอวี้เป็นคนของหุบเหว
เทพมรณะ แต่ไม่เคยคิดว่าโม่หวายอวี้จะเก่งกาจถึงขนาดนี้
พลังวิญญาณทั่วร่างและการผนึกวิชาอาคมอย่างชำนาญ
ไม่ต้องเปรียบเทียบกับเขาเลย แม้แต่จะเทียบกับตระกูลจี้ หรือ
แม้แต่จี้จิงเหิง แม่ของเขาก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่ากัน
โม่หวายอวี้ยิ้มบาง ๆ “ในตัวแม่มีวิชาต้องห้าม เมื่อออกจากหุบ
เหวเทพมรณะก็ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ รวมถึง…”
“รวมถึงค่ายกลของตระกูลจี้ ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถตรวจสอบ
พลังวิญญาณในตัวแม่ได้”
ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลที่หุบเหวเทพมรณะหาเธอไม่พบมาหลายปี
“แล้วตอนนี้…” จี้ไจ่มองโม่หวายอวี้โดยไม่รู้ตัว
โม่หวายอวี้ “แม่ทำลายวิชาต้องห้ามนั้นแล้ว”
ในพริบตาต่อมา ประกายดาบเย็นเยียบก็ได้ฟันเงาดำที่ล้อมรอบ
ออกไป จี้จิงเหิงกระโจนเข้ามาอยู่ตรงหน้าโม่หวายอวี้ทันที
จี้ไจ่พยายามจะขวางเขาไว้ แต่กลับถูกจี้จิงเหิงคว้าคอเสื้อ และ
โยนเขาทะลุกระจกเข้าไปในโรงแรม
“เธอทะลวงวิชาต้องห้ามได้แล้วเหรอ?”
จี้จิงเหิงจ้องมองโม่หวายอวี้ด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
“อืม”
“เธอจะต้องตายนะ!”
โม่หวายอวี้มองจี้จิงเหิงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ฉันจะตาย คุณก็จะ
ตาย พวกเราทุกคนล้วนต้องตายทั้งนั้น”
จี้จิงเหิงกัดฟันกรอด มือข้างหนึ่งกำมือโม่หวายอวี้ไว้แน่น “โม่
หวายอวี้ เธออย่าลืมนะ เธอคือภรรยาของฉัน”
เมื่อเทียบกับความโกรธเคืองของจี้จิงเหิง สีหน้าโม่หวายอวี้กลับ
ราบเรียบปล่อยวาง
เธอไม่ได้แสดงความโกรธหรือหวาดกลัวต่อจี้จิงเหิงเหมือนก่อน
หน้านี้ แต่กลับยิ้มบาง ๆ ให้ “ฉันเป็นภรรยาของคุณ! พวกเรายังมีลูก
ด้วยกันอีกคน อาเหิง…”
เพียงสองคำนี้เอ่ยออกมา สีหน้าของจี้จิงเหิงที่โกรธจัดอยู่ก็แข็ง
ค้างไปทันที
เธอไม่ได้เรียกเขาด้วยชื่อนี้มานานมากแล้ว
นับตั้งแต่เธอรู้ว่าเขาหลอกเธอ รู้ว่าเขาลอบวางแผนทำร้ายโต้
วเหลียง ทุกอย่างล้วนเป็นแผนการของเขา เธอไม่เคยเรียกเขาแบบนี้
อีกเลย
“ฉันไม่อยากคิดอีกแล้วว่าท้ายที่สุด คุณคือคู่แท้ที่สวรรค์กำหนด
มาให้ฉัน หรือว่าโต้วเหลียงคือคู่แท้ที่สวรรค์กำหนดกันแน่”
โต้วเหลียงซึ่งอยู่ในห้องหน้าซีดเผือด มองโม่หวายอวี้ที่อยู่นอก
หน้าต่างอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร
“หวายอวี้…”
“มันไม่สำคัญอีกแล้ว” โม่หวายอวี้หันกลับมามองโต้วเหลียง แล้ว
ยิ้มเยาะตัวเอง “อาเหลียง ทุกอย่างไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว”
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด “ใคร ๆ ก็สามารถ
ควบคุมชะตาชีวิตของฉันได้ แม้แต่ความรู้สึกของฉันก็ยังต้องถูก
ควบคุม”
“พวกคุณทุกคนล้วนต้องการควบคุมฉัน”
“ไม่ว่าจะเป็นการพาฉันออกจากหุบเหวเทพมรณะ หรือการ
แต่งงานมีลูก ทุกอย่างล้วนเป็นการควบคุม”
โต้วเหลียงและจี้จิงเหิงต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เงาดำเข้ามาใกล้ จี้จิงเหิงยกดาบฟันมันทิ้ง สายตาของเขาจับ
จ้องไปที่โม่หวายอวี้เขม็ง แต่ดาบในมือก็ไม่เคยหยุดนิ่ง “ดังนั้น เธอ
เลือกที่จะตายสินะ?”
“เธอคิดว่าตายแล้วจะหนีพ้นเหรอ? เธอคิดว่าตายแล้วจะไม่ถูก
ควบคุมอีกเหรอ?”
“ความรู้สึกของคนเรานั้นสามารถควบคุมได้”
โม่หวายอวี้พยักหน้า “ใช่แล้ว! มันควบคุมได้”
“แต่ฉันไม่อยากถูกควบคุมอีกแล้ว”
โม่หวายอวี้มองไปที่จี้จิงเหิง “ฉันไม่อยากถูกควบคุมอีกแล้ว ชาติ
นี้ก็ไม่อยาก ชาติหน้าก็ไม่อยาก ทุกภพทุกชาติฉันไม่อยากถูก
ควบคุมอีกแล้ว”
ในขณะที่จี้จิงเหิงกำลังคาดเดาความหมายของคำพูดนี้ เขาก็
เห็นโม่หวายอวี้มองไปยังเงาดำด้านหลังเขาด้วยสายตาเย็นชา
เธอใช้มือข้างหนึ่งประสานอินอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณอัน
แข็งแกร่งสองสายของวิชาค่ายกลแยกออกจากกัน หนึ่งจากบนลง
ล่าง อีกหนึ่งจากล่างขึ้นบน มุ่งเข้าหากันที่ตรงกลาง
เงาดำซึ่งล้อมรอบอยู่นั้นพลันส่งเสียงร้องครวญครางขึ้นมา
ในทันที
เงาดำมากมายที่อยู่รอบนอกพยายามหนีอย่างสุดกำลัง แต่
ทั้งหมดกลับกลายเป็นภาพลวงตาภายใต้วิชาค่ายกล เหลือเพียงแผ่น
หยกจำนวนหนึ่งที่โม่หวายอวี้เก็บรวบรวมมาไว้ในอ้อมอก
ไม่รู้ว่าจี้จิงเหิงกำลังตกใจเพราะสีหน้าของเธอ หรือเป็นเพราะ
คำพูดของเธอกันแน่ เขาถึงกับยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ปล่อยให้โม่หวา
ยอวี้พาเขาเข้าไปในโรงแรม