เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1657 อยู่กับพวกเราตลอดไปหรือเปล่า
เฉิงยวนกลับมาถึงห้องก็เห็นซ่งเมี่ยวเมี่ยวทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ตัว
น้อย มือหนึ่งถือจอยเกม อีกมือหนึ่งชี้ไปที่หน้าจอโทรทัศน์ขนาด
ใหญ่ กำลังอธิบายอย่างจริงจัง
ส่วนกลุ่มเด็ก ๆ จากตระกูลเฉิง ต่างก็ถือจอยเกมไว้ในมือ จ้อง
มองหน้าจอเกมด้วยสีหน้าจริงจังและอยากรู้อยากเห็น
พวกเด็กที่อายุยังน้อยกว่าถูกปิ่งจ้าวถังพาไปเล่นของเล่นไฟฟ้า
กับตุ๊กตาอยู่ข้าง ๆ
สีหน้าของเฉิงยวนอ่อนโยนลงทันที
เธอไม่ได้รบกวนพวกเขา แต่เงียบอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบเชียบ
ซุนหย่าจิ้งละจิ่งเจียเหยียนค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาอยู่ข้างเธอ
จิ่งเจียเหยียนยกมือป้องปากพูดจาเสียงเบา “ยวนยวน เด็กพวกนี้
เป็นหลานชายหลานสาวของเธอหมดเลยนะ!”
“อืม!”
“แล้วต่อไปพวกเขาจะต้องอยู่กับพวกเราตลอดไปหรือเปล่า?”
เฉิงยวนส่ายหน้า “ไม่หรอก! พวกเขาจะได้กลับไปเกิดใหม่ใน
ครอบครัวที่ดีมาก ๆ”
จิ่งเจียเหยียนและซุนหย่าจิ้งมองหน้าเฉิงยวนพร้อมกัน แล้วก็ไม่
พูดอะไรอีก
“อาหญิง!”
เด็กคนหนึ่งในกลุ่มเห็นเฉิงยวนพอดี จึงรีบวิ่งมาหาอย่างดีใจ เข้า
ไปกอดเฉิงยวนเอาไว้
เฉิงยวนก้มลงอุ้มเธอขึ้นมา “เจ้าสนุกไหม?”
“ข้าสนุกมาก ๆ!”
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปกินของอร่อย! มันอร่อย
สุด ๆ เลยล่ะ อร่อยจนผีก็ยังอยากกิน”
“ว้าว!”
เฉิงยวนเหมือนหัวหน้าแก๊งเด็ก นำพาพวกเด็กไปหาจั่วโยวโยว
แน่นอนว่าจั่วโยวโยวไม่ได้ปฏิเสธ เธอรีบติดต่อหัวหว่านกับฟู่ปู้
เสวี่ยน ขอให้พวกเขาไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารมาจำนวนมาก
เมื่อฟู่ปู้เสวี่ยนและหัวหว่านกลับมา พวกเขาไม่เพียงนำวัตถุดิบ
อาหารมามากมาย แต่ยังนำของเล่นและเสื้อผ้ามาด้วยไม่น้อย
ท้องของหัวหว่านใหญ่ขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย แต่เธอก็ยัง
เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว ไม่มีท่าทีลำบากอะไร
“ยวนยวน หลาน ๆ ของเธอน่ารักกันจังเลย!”
ตอนนี้หัวหว่านอยู่ในช่วงที่เห็นเด็ก ๆ แล้วจะรู้สึกว่าน่ารักไปหมด
ส่วนคนในครอบครัวของเฉิงยวน มีทั้งหนุ่มน้อยอายุสิบห้าสิบหก
ปี และเด็กเล็กหน้าตาน่ารักอายุสองสามขวบ
เฉิงยวนเองก็มีหน้าตาที่สวยมาก หลานชายหลานสาวของเธอจึง
ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันแน่นอน
สำหรับหัวหว่านซึ่งกำลังตั้งครรภ์ เธอจึงชอบมองเด็ก ๆ ที่หน้าตา
น่ารักเป็นพิเศษ
เฉิงยวนแจกเสื้อผ้าและรองเท้าให้หลานชายหลานสาว พลางพูด
อย่างภาคภูมิใจว่า “แน่นอนอยู่แล้ว! เจ้าก็ดูสิว่าอาหญิงของพวกเขา
เป็นใคร!”
หัวหว่าน “…”
หลังจากแจกของเสร็จแล้ว เฉิงยวนก็วิ่งไปขอแผ่นยันต์สิบกว่า
แผ่นมาจากฉู่ลั่ว เพื่อให้เด็กทั้งสิบกว่าคนปรากฏตัวเป็นรูปร่างที่จับ
ต้องได้ภายใต้อำนาจของยันต์ แล้วพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากับรองเท้า
พวกเขาทุกคนดูเหมือนหนุ่มน้อยและสาวน้อยยุคใหม่ ไม่เห็น
ร่องรอยของความเป็นคนยุคโบราณเลยสักนิด
เด็ก ๆ ทั้งสิบกว่าคนต่างตื่นเต้นพลางมองสำรวจเสื้อผ้าของ
ตัวเอง บางคนก็ลูบเครื่องประดับบนศีรษะ ดูมีความสุขมาก
“อาหญิง อาหญิง เสื้อผ้าสวยจังเลย!”
“อาหญิงเจ้าคะ อาหญิงเจ้าคะ นี่คืออะไรเจ้าคะ?”
“อาหญิง ข้าไม่รู้วิธีใส่ของสิ่งนี้”
“อาหญิง นี่คือรองเท้าใช่ไหม? ทำไมรองเท้ามันใส่ยากจังเลย!”
“อาหญิง…”
ในชั่วพริบตานั้น ทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงเรียก ‘อาหญิง’ เฉิง
ยวนวุ่นวายหัวหมุนราวกับผึ้งงานตัวหนึ่ง บินวนไปมาจากที่หนึ่งไป
อีกที่หนึ่ง เธอไม่แสดงอาการหงุดหงิดรำคาญใจเลยแม้แต่น้อย ความ
ขยันขันแข็งของเธอทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต้องตกตะลึงจนเบิกตา
กว้าง
“สมแล้วที่พวกเขาเป็นหลานสาวหลานชายแท้ ๆ เธอ! ถ้าเป็นคน
อื่นคงโดนเธอจับตีไปแล้ว”
พวกเขากล้าใช้งานคุณเฉิงคนนี้ นี่คงเป็นเรื่องที่หาได้อย่างยิ่ง
แล้ว
“แต่เพราะว่าเธอยังไม่ได้อยู่กับพวกหลานชายหลานสาวให้นาน
พอ ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันไปนานวันเข้า…” สวีจิ้นเอ่ยปากแฝงนัยยะ
ส่วนคนอื่น ๆ “…”
สมกับที่เป็นเฉิงยวนจริง ๆ
คืนนั้นเฉิงยวนนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา บนตัวเธอวางเอกสารที่
กว่านหว่านเขียนไว้เมื่อตอนกลางวัน สิ่งของจำเป็นที่เหลือแม้จะหา
ยากแค่ไหน แต่ทางรัฐบาลและลัทธิเต๋าก็สามารถรวบรวมให้ครบได้
สิ่งที่หายากที่สุดยังคงเป็นดอกบัวสีแดงที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
“อาหญิง ท่านกำลังดูอะไรอยู่เหรอ?”