เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1656 ไม่ยุติธรรม
เฉิงยวนมักจะหยิ่งผยองอยู่เสมอ แม้แต่ตอนอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว เธอ
ก็ยังมีความทะนงและเป็นตัวของตัวเองตลอดเวลา
เธอไม่เคยมองฉู่ลั่วเป็นเทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่อะไร แต่มองว่าอีก
ฝ่ายเป็นเพื่อน
ก่อนหน้านี้เวลาเธอต้องการอะไร ขอเพียงแค่ทำตัวงอแงสักสอง
สามครั้ง พูดจาเอาแต่ใจสองสามประโยค ฉู่ลั่วก็จะตอบตกลง เธอคิด
ว่าเป็นเรื่องปกติที่ฉู่ลั่วจะตกลง แต่ถึงแม้ไม่ตกลงก็ไม่เป็นไร
ใครจะไปโกรธเพื่อนสนิทหรือญาติพี่น้องของตัวเองล่ะ
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เฉิงยวนคุกเข่าอย่างเคารพนบนอบราวกับ
กำลังกราบไหว้เทพเซียน
ฉู่ลั่วยังคงไม่พูดอะไร เฉิงยวนก็ยังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้น ไม่ได้เงย
หน้าขึ้นมา ไม่ได้พูดอะไรอีก
ทุกอย่างเงียบสงัด
ทุกคนต่างมองดูฉู่ลั่วและเฉิงยวนอย่างนิ่งเงียบ
จนกระทั่งฉู่ลั่วค่อย ๆ เอ่ยปากขึ้นมา “นี่เป็นส่วนหนึ่งของ
แผนการของตระกูลสั่ว ถึงแม้เธอจะไม่กลายเป็นผีร้าย แต่อารมณ์
ของเธอก็ยังคงอยู่ในสภาวะแปรปรวนได้ตลอดเวลา หากพลาดพลั้ง
เพียงแค่นิดเดียว เธอก็อาจจะกลายเป็นผีร้ายได้”
“แต่ตระกูลสั่วจะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อยั่วยุเธอแน่นอน”
ฉู่ลั่วหยุดพูดไปชั่วครู่ แล้วพูดต่ออีกว่า “ต่อจากนี้ จะมีเรื่องที่ทำ
ให้เธอยอมรับได้ยากยิ่งขึ้นอีกนะ”
เฉิงยวนยังคงก้มหน้าตอบ “ข้ารู้ แต่ข้าไม่มีทางเลือก”
ทายาทรุ่นเล็กของตระกูลเฉิงล้วนเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร จน
กลายเป็นวิญญาณร้าย
นี่ก็เป็นเรื่องที่เธอยอมรับได้ยากอยู่แล้ว
จะมีอะไรที่ทำให้เจ็บปวดได้ยิ่งกว่านี้อีก?
เฉิงยวนรู้สึกหวาดกลัวและเกลียดชังอย่างรุนแรง
“ข้าแค่อยากให้พวกเขามีชีวิตอยู่อย่างราบรื่น ถ้าพวกเขาไม่
สามารถมีชีวิตอยู่อย่างรวบรื่น ข้าก็ขอให้พวกเขาได้ตายอย่างสงบ
และเวียนว่ายตายเกิดอย่างดี ๆ”
“นี่คือสิ่งเดียวที่ข้าปรารถนาในตอนนี้”
“ส่วนเรื่องอื่นทั้งหมด ข้าจะรับผิดชอบเอง”
“นี่เป็นสิ่งเดียวที่ข้าทำได้ในฐานะผู้อาวุโส ในฐานะอาหญิง ใน
ฐานะ…ตัวต้นเหตุ”
แววตาของสวีจิ้นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เผยความเจ็บปวดอย่างยิ่ง
ตัวต้นเหตุไม่ใช่เฉิงยวน แต่เป็นเขาต่างหาก
เขาคุกเข่าลงช้า ๆ อยู่ข้างกายเฉิงยวน “ข้า…”
“เจ้าทำด้วยไม่ได้ เรื่องนี้ต้องเป็นญาติทางสายเลือดเดียวกัน
เท่านั้นที่จะทำ”
ญาติทางสายเลือด ต้องเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือด
เท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาติอื่นก็ไม่ได้
ตระกูลสั่ววางแผนไว้อย่างละเอียดแล้ว จะยอมให้เกิดปัญหา
กลางคันได้อย่างไร
สวีจิ้นมีสีหน้ายิ่งเจ็บปวดและโกรธแค้นมากขึ้น
ในตอนนั้นเฉิงยวนกลับค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา เธอยิ้มจนตาหยี
แล้วมองฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว ถึงแม้ว่าร่างกายของข้าจะถูกถ่ายโอนหนี้เลือด
และพลังชั่วร้ายเหล่านี้มาแล้ว เจ้าก็สามารถควบคุมมันเอาไว้ได้ไม่ใช่
เหรอ?”
“ขอแค่มีเจ้าอยู่ ข้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”
ฉู่ลั่วกำมือตัวเองแน่นขึ้น “ถ้าเธอมีหนี้เลือดพวกนี้ การบำเพ็ญ
ของเธอทั้งหมดก็จะจบสิ้นแล้ว ต่อไปคงต้องบำเพ็ญในฐานะผีผู้
บำเพ็ญเท่านั้น”
เฉิงยวนยิ้มบาง ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ใส่ใจ “เจ้าก็รู้ ข้าไม่
สนใจเรื่องการบำเพ็ญอะไรนั่นหรอก สิ่งที่ข้าแสวงหามาตลอดคือ
ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ และธรรมดาสามัญเท่านั้น”
ความสุขธรรมดาที่สำหรับเธอแล้วจะไม่มีวันได้รับมัน
หยวนเส้าหยินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาอยากจะห้าม
ปรามเฉิงยวน แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ได้ยินเพียงเสียงของฉู่ลั่วที่
พูดเบา ๆ “ตกลง ฉันยอมรับ”
เฉิงยวนยิ้มอย่างมีความสุข
เธอลุกพรวดขึ้นยืน ก่อนจะโผเข้าไปกอดฉู่ลั่วแน่น ๆ “อาาาา!
ลั่วลั่ว ข้ารู้ว่าเจ้าใจดีที่สุด ข้าจะไปบอกข่าวดีนี้กับพวกเขา”
“อาหญิงของพวกเขาเก่งกาจที่สุดเลย”
เธอจากไปอย่างมีความสุข
สวีจิ้นก็เดินตามหลังออกไป
ส่วนคนที่อยู่ตรงนี้ต่างพากันเงียบเสียงลงทั้งหมด
หยวนเส้าหยินไม่เห็นด้วย เขากล่าว “เจ้านิกายครับ คุณเห็น
ด้วยกับการทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ? มันไม่ยุติธรรมสำหรับคุณเฉิงเลย
นะครับ”
“ถ้าจะผิด มันก็เป็นความผิดของคนตระกูลสั่ว”
ไจ๋โหรวพูดขึ้นมา “ถ้ามีความสามารถจริง ๆ ทำไมนายไม่พูด
เรื่องนี้ต่อหน้ายวนยวนล่ะ! พวกเขาไปกันหมดแล้ว นายยังจะมาพูด
อะไรเอาทีหลังอย่างนี้”
หยวนเส้าหยิน “…”