เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1660 ดอกบัวสีแดง
“นอกเสียจาก…” สายตาของฮั่วเซียวหมิงทอดมองตัวสวีจิ้น
“นอกเสียจากตระกูลสั่วจะมีบางสิ่งที่สามารถควบคุมสวีจิ้นได้”
“ถึงแม้ว่าเฉิงยวนจะกลายเป็นผีร้ายและถูกกำจัด สวีจิ้นก็ยัง
สามารถสร้างบุพเพกับสั่วอิงได้ครบทั้งสิบชาติ”
สวีจิ้นตกใจ “เป็นไปไม่ได้!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “อักขระของขวดผนึกรักเป็นอักขระจากแดนเทพ ซึ่ง
มันยืมมาจากอักขระบนหินบุพเพ และมีผลต่อวิญญาณ”
สวีจิ้นยังคงส่ายหัว “เป็นไปไม่ได้! ข้าไม่มีทางสร้างบุพเพสิบชาติ
กับสั่วอิงได้เด็ดขาด แม้แต่เก้าชาติเก้าภพก่อนหน้านี้ ข้าก็ไม่เคย
ชอบนางเลย ทั้งหมดเป็นเพราะ…”
เขาชะงักไปทันที
ฉู่ลั่วและคนอื่น ๆ ต่างมองไปทางเขาพร้อมกัน
“ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยชอบเธอ แต่คุณก็ยังคงแต่งงานกับเธอ มี
ลูกด้วยกันกับเธอ และอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ใช่ไหมคะ?”
“ในเมื่อคุณไม่รู้ว่าตัวเองคือสวีจิ้น และคิดว่าตัวเองเป็นเพียงเจี่ย
ซี แล้วคุณเคยสงสัยความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อสั่วอิงไหมคะ?”
สวีจิ้น “…”
เขาไม่ได้ชอบสั่วอิง
แต่กลับนึกถึงเธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล คิดถึงสั่วอิงจนนอนไม่
หลับ รู้สึกโกรธเคืองทุกครั้งเมื่อเห็นสั่วอิงอยู่กับผู้ชายคนอื่น
หรือแม้กระทั่ง…
แม้กระทั่งเกิดความปรารถนาอันรุนแรงต่อสั่วอิง
ถ้าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความรัก แล้วอะไรคือความรักของเขากันล่ะ?
ขวดผนึกรัก ไม่สิ อักขระบนขวดผนึกรักทำให้เขาเกิดความรู้สึก
ต่อผู้หญิงที่เขาไม่ชอบพอได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เหมือนกับเรื่องราวในเก้าชาติก่อนหน้านี้
ก่อนที่เขาจะค้นพบขวดผนึกรัก ก่อนที่เขาจะรู้ว่าตัวเองคือสวีจิ้น
เขาเชื่อจริง ๆ ว่าตัวเองชอบสั่วอิง
แล้วความรู้สึกเหล่านั้นจะไม่นับว่าเป็นความรักได้อย่างไรกัน?
“อักขระสามารถแก้ไขได้ไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้ แต่ตอนนี้ทำได้แล้วค่ะ”
คนที่เหลือพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก “อักขระไม่ใช่
สามารถแก้ไขได้หรอกเหรอ?”
ฉู่ลั่วเตือนว่า “ฉันสามารถแก้ไขอักขระได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะ
สามารถแก้ไขการผูกมัดระหว่างคุณกับสั่วอิงได้ค่ะ”
“ตระกูลสั่วต้องมีของที่สามารถผูกมัดคุณกับสั่วอิงไว้แน่นอน”
สวีจิ้นไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้น “แก้ไขเรื่องขวดผนึกรักกับ
อักขระก่อน ถ้าตระกูลสั่วมีแผนสำรอง ไม่ว่าจะแก้ไขอักขระหรือไม่
พวกเขาก็จะใช้มันอยู่ดี”
เฉิงยวนจับมือฉู่ลั่วพลางพยักหน้าเห็นด้วยกับสวีจิ้นอย่างแรง
“ใช่ ๆ ๆ ถ้าตระกูลสั่วมีแผนสำรองที่จะใช้กับข้า ไม่ว่าจะถ่ายโอนหนี้
เลือดมาให้ข้าหรือไม่ สถานการณ์ก็ไม่เปลี่ยนไปอยู่ดีนี่นา!”
เธอยิ้มพลางจับแขนฉู่ลั่ว “โธ่เอ้ย! ยังไงก็ต้องย้ายหนี้เลือดอยู่
แล้ว จะย้ายตอนนี้หรือย้ายทีหลังก็เหมือนกันนั่นแหละ”
“ลั่วลั่ว! เจ้าช่วยข้าสักครั้งนะ”
“แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”
เฉิงยวนกับสวีจิ้นต่างมองไปที่ฉู่ลั่วด้วยความคาดหวัง
ฉู่ลั่วจึงถอนหายใจเบา ๆ “ก่อนอื่นเราต้องหาดอกบัวสีแดงให้เจอ
ก่อน แล้วค่อยย้ายหนี้เลือด ถ้าไม่มีดอกบัวสีแดง การย้ายหนี้เลือดก็
ไม่สำคัญอีกต่อไป”
“ส่วนขวดผนึกรัก…ให้รอไปก่อน”
เมื่อเห็นว่าฉู่ลั่วตัดสินใจแล้ว เฉิงยวนและสวีจิ้นก็ไม่พูดอะไรอีก
“ไม่รู้ว่าดอกบัวสีแดงนี่หน้าตาเป็นยังไงกันนะ บนอินเทอร์เน็ตก็
ไม่มีข้อมูลอะไรเลยสักนิด”
ฮั่วเซียวหมิงพูดขึ้น “เราอาจจะใช้พวกปีศาจในองค์กรก็ได้นะ
พวกเขามีอายุยืนยาว น่าจะรู้จักดอกบัวสีแดงมาก่อน”
“ใช่แล้ว! ปีศาจส่วนใหญ่มีอายุยืนยาวมาก” พูดจบ ทุกคนก็หัน
ไปมองจิ่งเจียเหยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
จิ่งเจียเหยียนยกมือขึ้น “ฉันไม่รู้หรอก ฉันจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับ
ดอกบัวสีแดงดอกบัวเหลืองอะไรนั่นที่ไหนกัน”
“จิ่วฉานอาจจะรู้ก็ได้! ฉันจะไปเรียกจิ่วฉานมานะ”
หลังจากผ่านไปสักครู่ จิ่งเจียเหยียนก็อุ้มจิ่วฉานเข้ามา
พอจิ่วฉานถูกพาตัวเข้าแล้ววางลง เขาก็ทำสีหน้าเบื่อหน่าย
หลังจากฟังคำพูดของเฉิงยวนและคนอื่น ๆ แล้ว ใบหน้าเด็กของ
เขาก็แสดงสีหน้าจริงจังออกมา “ดอกบัวสีแดงนี้ อาตมามีความทรง
จำเกี่ยวกับมันอยู่!”
ทุกคนต่างเบิกตากว้าง
จิ่วฉานเอ่ย “ในตอนนั้น อาตมาตอบรับคำเชิญของลัทธิเต๋า ไป
กำจัดวิญญาณร้าย…”
เสียงของเขาหยุดชะงัก แล้วหันไปมองเฉิงยวน
เฉิงยวนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป
ทันที