เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1676 ต้องได้รับการชดใช้
ด้านในห้องขัง สั่วเหลียงขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด เมื่อกว่าน
หว่านกำลังฝังเข็มลงไป เขาก็ยิ่งเจ็บจนต้องกัดฟันแน่น
“พลังวิญญาณแข็งแกร่งเหลือเกิน นี่มันชัดเจนว่าอีกฝ่าย
ต้องการเอาชีวิตของสั่วเหลียง!”
ไจ๋โหรวแค่นหัวเราะเยาะ “แน่นอนว่าเป็นคนตระกูลสั่วที่ต้องการ
ชีวิตของเขา ถ้าเขาตายไป พวกเด็ก ๆ ของตระกูลเฉิงก็จะวิญญาณ
สูญสลายไปทีละคนด้วยเหมือนกัน”
“ถ้ายวนยวนรู้ความจริงเรื่องนี้ เธอคงไม่ปล่อยคนตระกูลสั่วไป
แน่นอน”
“เถอะ! ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อความรักสิบชาตินี่จริง ๆ”
ฝั่งกว่านหว่านพอฝังเข็มเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากห้อง เธอ
พยักหน้าให้พวกเขาแล้วพิมพ์ข้อความบอก
[เป็นการโจมตีด้วยพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมากสำหรับจิต
ธรรมญาณ ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ เขาจะต้องตายแน่นอนค่ะ]
ดูท่าว่าอีกฝ่ายต้องการจะเอาชีวิตของเขาจริง ๆ
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปในห้อง จ้องมองสั่วเหลียงที่ท่าทีอ่อนแอ “คน
ตระกูลสั่วต้องการจะฆ่าคุณนะคะ!”
สั่วเหลียงยกริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย “การได้ตายเพื่อตระกูลสั่วถือ
เป็นเกียรติของข้าแล้ว”
“ฉันได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วค่ะ อีกฝ่ายมีพลังวิญญาณที่
แข็งแกร่งมาก คุณบำเพ็ญเพียรมาเป็นพันปี อีกทั้งยังมีบุญกุศลสูงส่ง
ขนาดนี้ แต่กลับไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเลย”
สั่วเหลียงหัวเราะในลำคอ “ตระกูลสั่วมีคนมากฝีมือออกมาทุกยุค
ทุกสมัย”
ฉู่ลั่วเอ่ยต่อ “ฉันเคยไปที่ตระกูลสั่ว แม้แต่หัวหน้าตระกูลสั่วก็
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณ”
สั่วเหลียงก้มหน้าลง “ตระกูลสั่วเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบสองสำนัก
เซียน ย่อมมีคนที่ปิดซ่อนความสามารถที่แท้จริงไว้เป็นธรรมดา”
เขาเงยหน้าขึ้นพลางสบตากับฉู่ลั่ว “พวกเจ้าต้องปกป้องข้าให้ดี
เล่า อย่าให้ข้าต้องตายด้วยน้ามือของคนอื่น เพราะถ้าข้าตาย พวก
เด็กตระกูลเฉิงนั่นก็ต้องหายไปพร้อมกับข้าด้วย”
ฉู่ลั่วเผยสีหน้าเย็นชา ยกมือกดลงบนหน้าผากของสั่วเหลียง
“คุณเป็นคนของลัทธิเต๋า แต่กลับโอหังทำตามอำเภอใจ ลงมือทำร้าย
ผู้คนไปมากมายขนาดนี้ คุณไม่รู้สึกเกรงกลัวกฎแห่งกรรมบ้างเหรอ
คะ?”
“กฎแห่งกรรม? เหอะ! แต่เดิมมันก็ไม่มีกรรมอะไรอยู่แล้ว ยังจะมี
ผลกรรมมาจากไหนอีก?”
“ตัวข้าเปี่ยมไปด้วยบุญกุศล ไม่เคยแตะต้องหนี้เลือดแม้แต่น้อย
ไม่เคยทำร้ายใคร เช่นนั้นจะมีผลกรรมมาจากไหนกัน?”
“เจ้าคิดจะฆ่าข้าหรือ?”
สั่วเหลียงยิ้มเล็กน้อย ท่าทางเหมือนจะรู้สึกโล่งใจอยู่บ้าง “ถ้า
อย่างนั้นก็ลงมือเสียเลยสิ! ข้าอยากเห็นนักว่าสุดท้ายบุตรสาวตระกูล
เฉิงจะกลายเป็นผีร้ายได้หรือไม่!”
เขาถอนหายใจพลางกล่าวต่อ “ใครจะคิดว่าดวงวิญญาณ
เดียวดายที่ถูกผนึกไว้นานนับพันปี กลับยังไม่กลายเป็นผีร้าย เห็นได้
ชัดว่าเป็นผู้บำเพ็ญโดยกำเนิด”
“น่าเสียดายที่เกิดผิดตระกูลและพลาดโอกาสแต่งงานอัน
เหมาะสมไป”
ฉู่ลั่วหยุดมือแล้วหัวเราะเสียงเย็นชา “เมื่อพันปีก่อน คุณอาศัย
วิชาอันล้าลึกของตนเองหลอกใช้ตระกูลเฉิง แต่ตอนนี้ มีคนที่มีวิชา
ล้าลึกกว่าคุณเสียอีก…”
เธอก้มตัวลง จดจ้องใบหน้าของสั่วเหลียง “คุณเคยคิดไหมคะว่า
ตัวเองกับลูกสาวของคุณรวมถึงคนตระกูลสั่ว จะกลายเป็นฝ่ายถูกคน
อื่นหลอกใช้บ้าง”
สั่วเหลียงเงยหน้าขึ้น สบตากับฉู่ลั่วที่มีสีหน้าเย็นชาและไร้
อารมณ์
หัวใจของเขาพลันกระตุกวูบ
จากนั้นก็ได้ยินฉู่ลั่วพูดต่ออีกว่า “คุณรู้ไหมคะ? ในช่วงหลาย
ร้อยปีที่คุณกำลังหลับใหลอยู่นั้น หุบเหวเทพมรณะได้พัฒนาวิธีบด
บังทางสวรรค์ขึ้นมามากมายแค่ไหนอีก”
เมื่อเธอพูดถึงหุบเหวเทพมรณะ สั่วเหลียงก็แสดงสีหน้าเปลี่ยนไป
เล็กน้อย
“คุณจะบอกว่า…ถ้าฉันให้สวีจิ้นฆ่าลูกสาวของคุณ บุพเพสิบ
ชาตินี้จะสำเร็จลุล่วงหรือเปล่า?”
“หรือไม่ก็ให้ลูกสาวของคุณไปตกหลุมรักคนอื่น” ฉู่ลั่วพูดต่อ
ภายใต้สายตาที่จับจ้องมาของสั่วเหลียง “หรือไม่ก็ให้คนอื่นในตระกูล
สั่วตกหลุมรักสวีจิ้น”
“คุณก็รู้ดีไม่ใช่เหรอคะว่าความรักสามารถควบคุมได้”
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราชาวลัทธิเต๋า”
ริมฝีปากของสั่วเหลียงเริ่มสั่นเล็กน้อย “เจ้าจะไม่ทำแบบนั้น”
เขามองพลังวิญญาณที่เต็มเปี่ยมรอบตัวของฉู่ลั่ว และพลัง
ปราณม่วงแห่งบุญกุศลที่มหาศาลจนแทบจะกดดันคนรอบข้าง เขา
ส่ายหน้าพูดว่า “เจ้าจะไม่ทำแบบนั้น!”
“หึ! บุญกุศลของคุณสามารถปลอมแปลงได้ แล้วบุญกุศลของ
ฉันจะปลอมแปลงไม่ได้เหรอคะ?”
เธอยืดตัวขึ้น ไม่แม้แต่จะหันไปมองสั่วเหลียง “บุพเพสิบชาตินี้ไม่
มีทางสำเร็จได้หรอกค่ะ”
“บาปกรรมที่คุณกับลูกสาวของคุณก่อไว้ ทั้งหมดจะต้องได้รับ
การชดใช้เหมือนกัน”