เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1679 กลายเป็นผีร้าย
ทันทีที่ประตูปิด จิ่งเจียเหยียนก็เอานิ้วแตะฟู่ปู้เสวี่ยนเบา ๆ “นาย
พาหว่านหว่านกลับไปเถอะ!”
ฟู่ปู้เสวี่ยน “…”
“เธอกำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรสัมผัสกับพลังของหนี้เลือดที่เข้มข้น
มากเกินไป มันไม่ดีทั้งต่อเธอและลูกในท้อง” พูดจบ เธอก็ผลักหัว
หว่านเบา ๆ “ไปเถอะ รีบกลับไป!”
หัวหว่านรู้สึกกังวลเล็กน้อย “แต่ฉันอยากอยู่ที่นี่ รอยวนยวน
ออกมา”
จิ่งเจียเหยียนชี้ไปยังพลังวิญญาณมืดดำที่ลอยออกมาจากช่อง
ประตูด้านล่าง “เธอเห็นมันไหม? พลังวิญญาณนั่นเข้มข้นมากจน
เกือบจะเป็นรูปเป็นร่างแล้ว”
“เธอกับฟู่ปู้เสวี่ยนรีบกลับไปซะ!”
“ให้ยวนยวนเข้ามาเถอะ!” จิ่งเจียเหยียนพูดพลางผลักพวกเด็ก
ๆ ออกไป “พาพวกเขาออกไปด้วย”
เฉิงยวนคงไม่อยากให้หลานชายหลานสาวของตัวเองต้องเห็น
สภาพของเธอที่เต็มไปด้วยหนี้เลือดของพวกเขาแน่
หัวหว่านพยักหน้าแล้วเรียกเด็ก ๆ ให้ออกไปพร้อมกัน
“ข้าจะรออาหญิง!”
“รออาหญิง!”
“อาหญิงบอกว่ารอให้อาหญิงออกมา อาหญิงจะพาข้าไปเที่ยว
เล่นที่สนุก ๆ”
หัวหว่านก้มตัวลงคิดจะพูดเกลี้ยกล่อมกับพวกเด็ก ๆ ตัวน้อยที่
น่ารัก แต่กลับเห็นจิ่งเจียเหยียนเปลี่ยนสีหน้าทันที เธอแปลงร่างกลับ
เป็นร่างดั้งเดิม แล้วใช้หางม้วนวิญญาณเด็กทั้งหมดแล้วพุ่งออกไป
อย่างรวดเร็ว
เธอทิ้งไว้เพียงเสียงที่ดังว่าก้อง “รีบออกไปซะ!”
ฟู่ปู้เสวี่ยนกับหัวหว่านหันไปมองอีกทาง เห็นไอสีดำที่พุ่งออกมา
จากช่องประตู
แม้ทั้งสองคนไม่ใช่นักพรต แต่ด้วยอยู่กับฉู่ลั่วมานาน สิ่งที่ควรรู้
ก็รู้กันหมดแล้ว
ฟู่ปู้เสวี่ยนรีบพยุงหัวหว่านเดินออกไปทันที แล้วไปเจอกับหร่วนย่
วนย่วนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเข้าพอดี
หร่วนย่วนย่วนยกมือใช้พลังหยินโจมตีกลับไป “รีบไปเร็วเข้า!
แจ้งคนอื่นในโรงแรมด้วยว่าอย่าขึ้นมาบนชั้นนี้”
หัวหว่านพยักหน้า
หร่วนย่วนย่วนเดินเข้าห้องไป โบกมือให้ประตูปิดลง
เธอสาวเท้าก้าวไปที่หน้าประตูห้องซึ่งปิดสนิท พลังหยินพวยพุ่ง
ออกมาจากทุกช่องของบานประตู
เธอเคาะประตูดู แต่กลับไม่มีใครเปิดมัน
หร่วนย่วนย่วนเอ่ยเสียงเบา “ท่านปรมาจารย์ ฉันขอเข้าไปนะ
คะ!”
ข้างในนั้นยังคงเงียบกริบ ไร้สุ้มเสียง
หร่วนย่วนย่วนออกแรงผลักประตูให้เปิด
ด้านในประตู ไอสังหารพุ่งเข้าใส่เธอในทันที จนร่างกายของห
ร่วนย่วนย่วนถูกย้อมด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
เธอเงยหน้าขึ้นมอง ฉับพลันนั้นดวงตาก็ชะงักกึกทันที
ในค่ายกลเวลานี้ เฉิงยวนดวงตาแดงก่า เปิดเผยเล็บแหลมคม
ใบหน้าและแขนขาบิดเบี้ยวจนน่าสยดสยอง
ส่วนอีกคนที่อยู่ในค่ายกล คือฉู่ลั่วที่ใช้มือข้างหนึ่งกดบน
กระหม่อมของเฉิงยวน อีกมือก็กดเฉิงเฉิงซุนที่กำลังดิ้นรน
รอบกายของเฉิงเฉิงซุนแต่เดิมก็มีหนี้เลือดอยู่แล้ว ตอนนี้ถูกเฉิง
ยวนกระตุ้นอีกจึงยิ่งควบคุมไม่ได้ ร่างทั้งร่างทรุดลงกับพื้น แขนขา
คลานบิดไปมา
ไม่มีเค้าของเด็กหนุ่มผู้สุขุมเยือกเย็นก่อนหน้านี้เลย
หร่วนย่วนย่วนรู้สึกหนักอึ้งในใจ เธอยกมือขึ้นทำท่าร่ายคาถา
ทำเพียงกดไอสังหารนั้นลงไป แล้วถอยออกจากห้องก่อนจะปิดประตู
ไอสังหารข้างในรุนแรงมากจนเธอไม่อาจต้านทานได้เลย
หนี้เลือดของเด็กสิบกว่าคนรวมอยู่บนร่างของเฉิงยวนเพียงคน
เดียว
เธอ…จะรับพวกมันไหวจริง ๆ หรือ?
“ย่วนย่วน เจ้านิกายอยู่ไหน?” ไจ๋โหรววิ่งเข้ามา
ด้านหลังเธอยังมีสมาชิกองค์กรและผู้บำเพ็ญอีกสิบกว่าคน
ตามมา
ทุกคนพร้อมใจกันมองพลังหยินที่หลั่งไหลออกมาจากช่องประตู
สีหน้าของพวกเขาพลันเปลี่ยนไปทันที
จี้ไจ่ก้าวมาข้างหน้า ยกมือขึ้นทำท่าร่ายคาถา
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั่วทั้งห้องก็ถูกปิดล้อมด้วยค่ายกล
ไจ๋โหรวพูดกับหร่วนย่วนย่วนว่า “ย่วนย่วน เธอวางใจได้ ที่นี่ให้
พวกเราจัดการเองเถอะ”
เธอกระซิบบอกหร่วนย่วนย่วนว่า “คนพวกนี้ล้วนเป็นแฟนคลับ
ตัวยงของเจ้านิกาย พวกเขาจะไม่มีทางทำให้เกิดเรื่องร้ายแน่นอน
เธอออกไปก่อนเถอะ!”
“ฉันกังวลว่าจะมีคนมาก่อกวนในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างนี้”
หร่วนย่วนย่วนพยักหน้าเข้าใจ
เธอก็รู้ว่าการอยู่ที่นี่ของตัวเองนั้นไม่มีประโยชน์ ได้แต่ต้อง
มอบหมายให้ผู้บำเพ็ญที่ไม่ได้รับผลกระทบจากพลังหยินจัดการแล้ว
หร่วนย่วนย่วนเพิ่งจากไป ไจ๋โหรวและคนอื่น ๆ ก็ผลักประตูเดิน
เข้าไปข้างใน
หยวนเส้าหยินเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเฉิงยวนที่แทบจะกลายเป็นผี
ร้ายอยู่แล้ว แววตาของเขาสั่นไหวไปชั่วขณะนั้น