เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1680 มีคนบุก
เส้นผมของเฉิงยวนลอยฟุ้งในอากาศราวกับเข็มแหลม เสื้อผ้าสี
แดงฉานแปดเปื้อนเลือด ใบหน้าบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด ไม่เหลือเค้ารูป
โฉมงดงามเย้ายวนใจเหมือนแต่ก่อน
หยวนเส้าหยินรีบก้าวเข้าไปข้างหน้า ประสานมือทั้งสอง อักขระ
สีทองปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา ก่อนจะกดมันลงบนตัวเฉิงยวน
พลังหยินบนร่างของเฉิงยวนลดลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ลดลงไป
มากนัก
อีกด้านหนึ่ง ไจ๋โหรวและคนอื่นก็เริ่มประสานอินเช่นกัน จัดการ
กดทับพลังหนี้เลือดบนร่างของเฉิงยวนกับเฉิงเฉิงซุน
ส่วนจี้ไจ่จัดวางค่ายกลในห้องเพียงคนเดียว เขาควบคุมพลัง
วิญญาณทั้งหมดไว้ในห้องนี้
เขาเหลือบมองฉู่ลั่ว เห็นว่าเธอมีสมาธิเป็นพิเศษ พลังวิญญาณ
รอบกายห่อหุ้มเฉิงยวนกับเฉิงเฉิงซุนเอาไว้
เฉิงยวนทนรับพลังหนี้เลือดอันรุนแรงนี้ไม่ไหว เธอเริ่มกลายเป็น
ผีร้าย ส่งผลกระทบต่อเฉิงเฉิงซุนที่แบกรับหนี้เลือดเช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะฉู่ลั่ว…
อาหลานคู่นี้ก็คงกลายเป็นผีร้ายด้วยกันทั้งคู่แล้ว
ชั้นล่างของโรงแรม
เจ้าหน้าที่องค์กรคนหนึ่งวิ่งออกมาจากโรงแรม เขามองซ้ายมอง
ขวา พอเห็นว่าไม่มีใคร จึงวิ่งออกไปนอกขอบเขตค่ายกลของโรงแรม
ทันที
ทันทีที่วิ่งออกไปได้ เขาก็ล้วงโทรศัพท์ออกมา กดหมายเลข
เตรียมต่อสายหาใครทันที แต่ก่อนที่จะกดโทรออก ดาบใหญ่เล่มหนึ่ง
ก็ปรากฏขึ้นที่ลำคอของเขา
เจ้าหน้าที่ค่อย ๆ หันหน้ามา “สวีจิ้น คุณ…”
สวีจิ้นกดดาบลงไปอีก “ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้”
“คุณเป็นแค่วิญญาณหยินที่แยกร่างออกมา ถ้าฆ่าคนเป็น ก็ต้อง
มีบาปกรรมติดตัวแน่” เจ้าหน้าที่พูดเสียงดัง “คุณอย่าลืมว่าตัวเองก็
ยังเป็นคนที่มีชีวิตอยู่!”
สวีจิ้นยิ้มเยาะ “เจ้าก็อย่าลืมว่าตัวเองก็เป็นคนที่มีชีวิตอยู่
เหมือนกัน! ตอนนี้พลังวิญญาณขาดแคลน ถ้าข้าฆ่าเจ้า พลัง
วิญญาณทั้งหมดที่เจ้าบำเพ็ญมาคงจะสูญเปล่าทั้งหมด”
เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว
“กลับเข้าไป!”
สวีจิ้นใช้ปลายดาบเกี่ยวโทรศัพท์ของพนักงานจนตกลงพื้น แล้ว
กดปลายดาบลงไป บดขยี้โทรศัพท์จนแตกละเอียด
เจ้าหน้าที่ถูกบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวรอบตัวของเขาทำให้
ตกใจ จึงถอยหลังกลับเข้าไปในห้องโถงของโรงแรมทันที
เมื่อเข้าไปในห้องโถงได้ ก็เห็นคนกลุ่มยืนอยู่ด้วยกันหลายคน
ต้าอีมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก้มหน้าเขียนอะไร
บางอย่างลงในสมุดเล่มหนึ่งอย่างรวดเร็ว
“คุณทำอะไรน่ะ?” เจ้าหน้าที่คนนั้นโกรธมากพลางเดินเข้าไปหา
“ผมแค่ออกไปเดินเล่นก็ยังทำไม่ได้เหรอ?”
ต้าอีเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย “องค์กรเพิ่งแจ้งให้
ทุกคนอยู่แต่ในที่พัก ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด”
“ผมไม่ได้รับแจ้ง” เจ้าหน้าที่พูดเสียงดัง
ต้าอี “พวกเรามีบันทึกการแจ้งเตือน และยังมีเสียงบันทึกไว้ด้วย”
เจ้าหน้าที่ “…ผมแค่ออกไปเดินเล่นเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย
สักหน่อย”
ต้าอีพูดด้วยน้าเสียงเรียบเฉยยิ่งขึ้น “พวกเราก็แค่บันทึกว่าคุณ
ออกจากโรงแรมไปโดยพลการเท่านั้น ไม่ได้บันทึกว่าคุณออกไปจาก
โรงแรมเพื่อโทรศัพท์ แล้วสุดท้ายก็ถูกสวีจิ้นเรียกกลับมา”
เจ้าหน้าที่ “…”
ต้าซานกับต้าซื่อพาเจ้าหน้าที่คนอื่นออกไป
ต้าอีกลอกตาด้วยความเบื่อหน่าย แล้วมองไปทางสวีจิ้นที่ยืนอยู่
นอกค่ายกล
เขากำลังถือดาบพิงอยู่กับเสาทรงกลมสีขาวที่แกะสลักลายมังกร
และหงส์ไว้อย่างวิจิตร
ต้าอีกำลังจะเรียกให้เขาเข้ามา แต่แล้วก็เห็นสวีจิ้นชักดาบ
ออกมาอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาเคลื่อนไหวนราวกับสายฟ้า พุ่งวาบ
ไปขวางหน้าเงาร่างหนึ่ง
เงาร่างนั้นปกปิดตัวตนอย่างมิดชิด สวมหมวกแก๊ป หน้ากาก
แว่นตาดำ แม้แต่ใบหูก็ถูกปิดบังเอาไว้
แม้แต่มือทั้งสองข้างก็สวมถุงมือสีดำด้วย
แต่ดูจากท่าทางการเคลื่อนไหวแล้ว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้
บำเพ็ญ
พลังวิญญาณของเธอหมุนเวียนอย่างแข็งแกร่งมาก
เกิดเสียงเคร้งตามมา คมดาบฟันเข้าใส่ร่างนั้น
แต่เงาร่างนั้นกลับเคลื่อนไหวรวดเร็ว เพียงแค่กระโดดหลบก็หลีก
หนีคมดาบที่พุ่งมาดั่งสายฟ้านั้นได้
เงาร่างนั้นมุ่งตรงมาที่โรงแรม
ต้าอีร้องเสียงหลง “มีคนบุกเข้ามาแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนนี้ เพียงพริบตาเดียวก็มีวิญญาณและปีศาจ
มากมายวิ่งออกมาจากทุกซอกทุกมุม พวกเขาต่างยืนอยู่ในตำแหน่ง
ของค่ายกล มองการต่อสู้ของคนทั้งสองด้วยความตื่นเต้น