เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1700 นี่คือแผนการ
ทันใดนั้น แผนที่อย่างง่าย ๆ ก็ปรากฏขึ้น “นี่คือแผนที่แปดส่วน
จะเห็นว่าหุบเหวเทพมรณะตั้งอยู่ตรงกลาง และอีกแปดสำนักที่ผู้
อาวุโสแปดคนสร้างขึ้นต่างกระจายอยู่ตามรอบนอกทั้งหมด”
พอแผนที่นี้ปรากฏขึ้นมา ดวงตาของซู่เซี่ยงหยางก็เบิกกว้าง
ทันที เขาหันไปมองฉู่ลั่วทันใด “มาได้ไม่กี่วัน แต่กลับได้แผนที่
มาแล้วเหรอครับ?”
“พวกเขาไปไกลแค่ไหนกันเนี่ย?”
“ไม่ใช่พวกเราเพิ่งบอกว่าอย่าเดินเพ่นพ่านตามอำเภอใจหรอก
เหรอครับ?”
ในคำอุทานของเขายังมีความหวาดกลัวแฝงอยู่
ฮั่วเซียวหมิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่วไม่ได้เหลือบมองแม้แต่น้อย แต่
พูดราบเรียบว่า “แผนที่ไม่ได้มาเพราะฝีมือของพวกเรา แต่มันเป็น
ของที่แลกมาต่างหาก”
พูดจบ เขาก็หันไปมองซู่เซี่ยงหยางแล้วพูดว่า “หัวหน้าซู่คงไม่ได้
คิดว่าแผนที่นี้เป็นฝีมือของพวกเราหรอกนะ!”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
“แผนที่ที่ตระกูลฮั่วของเราวาดขึ้นคงไม่ใช่งานหยาบ ๆ แบบนี้
หรอก”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
เขาโดนอวดใส่ซะแล้ว
หลังจากเหยาจวินเล่าจบ เธอก็พูดต่อว่า “จากสถานการณ์ที่
พวกเรารู้มา พอจะรู้ได้คร่าว ๆ ว่าคนธรรมดาในหุบเหวเทพมรณะนั้น
เคารพนับถือสำนักต่าง ๆ มาก เนื่องจากโลกใบนี้มีนักพรต ส่วนใหญ่
จึงสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยพลังวิญญาณ ดังนั้นความก้าวหน้าของ
โลกจึงช้าค่ะ”
“เมื่อเทียบกับเส้นเวลาในโลกของพวกเรา กำลังการผลิตอยู่ใน
ระดับเมื่อเจ็ดร้อยแปดร้อยปีก่อน คนธรรมดาเพิ่งจะใช้หม้อเหล็กได้
ไม่ถึงสิบปี”
การบำเพ็ญนั้นสะดวกมาก แต่มันสะดวกเกินไปจนทำให้คน
ฉลาดส่วนใหญ่เลือกที่จะฝึกบำเพ็ญ แทนที่จะไปศึกษาค้นคว้าเพื่อ
พัฒนาโลก
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้กำลังการผลิตของโลกใบนี้ล้าหลัง
“นี่คือแผนการที่พวกเราได้คิดขึ้นมาโดยพิจารณาจากสภาพ
ของโลกใบนี้ และสถานการณ์ทางกำลังทหารของพวกเราในตอนนี้
ค่ะ”
“หนึ่ง โจมตีสำนักที่อยู่ใกล้พวกเรามากที่สุดก่อน นั่นคือ
สำนักเจิ้นเซียน”
“สอง รับสมัครศิษย์ แต่รับเฉพาะคนธรรมดาเท่านั้น”
“สาม ใช้อาวุธหนักเข้าโจมตี”
แผนการหนึ่ง สอง สาม เรียงตามลำดับได้ดีมาก
แต่มันรุนแรงเกินไป
รุนแรงถึงขนาดที่หลังจากเหยาจวินพูดจบ ทุกคนในที่นั่นก็ถึงกับ
เงียบไปพักใหญ่
ซู่เซี่ยงหยางมองไปทางฮั่วเซียวหมิงโดยไม่รู้ตัว “นี่คือแผนที่ของ
พวกคุณใช้เวลาคิดมาหลายวันเหรอครับ?”
ฮั่วเซียวหมิง “ผมคิดว่าแผนนี้ดีมาก มีความเป็นไปได้สูง ทั้งยัง
ประหยัดเวลาอีกด้วย”
“นี่มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องการประหยัดเวลานะครับ มันคือ…”
“ฉันคิดว่าเป็นไปได้” ฟางโหย่วกั๋วพูดขัดคำพูดของซู่เซี่ยงหยาง
“ผู้บัญชาการเฒ่า…”
ฟางโหย่วกั๋ว “เสี่ยวซู่เอ๋ย ความกล้าหาญที่เคยมีในกองทัพของ
นายหายไปไหนแล้ว? ทำไมเพิ่งออกจากกองทัพไม่นานถึงได้ขี้ขลาด
แบบนี้แล้ว!”
“นี่มันไม่ค่อยดีเลยนะ!”
ซู่เซี่ยงหยางที่ถูกประเมินว่า ‘ไม่ค่อยดี’ มองฟางโหย่วกั๋วด้วยสี
หน้าอึ้ง ๆ
จากนั้นฟางโหย่วกั๋วตัดสินใจให้ซู่เซี่ยงหยางและฉู่ลั่วรับผิดชอบ
ร่วมกัน ส่วนเขานำนักพรตหลายคนและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปเดินรอบ
ๆ ภูเขา
หนึ่งวันต่อมา
ซู่เซี่ยงหยางมองภูเขาเซียนอันยิ่งใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ตรงหน้า แล้วหันไปมองฮั่วเซียวหมิงที่อยู่ข้าง ๆ “รวดเร็วขนาดนี้เลย
เหรอครับ?”
ฮั่วเซียวหมิง “โลกนี้ไม่เพียงมีกำลังการผลิตต่า แม้แต่การ
บำเพ็ญของนักพรตก็ยังกระจัดกระจายมาก”
ถึงแม้พวกเขาจะเป็นนักพรต แต่ก็ยังเป็นมนุษย์
ในโลกที่ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ แม้แต่ความเป็นตายก็ไม่ต้อง
คำนึงถึง แล้วยังมีอะไรที่จะเทียบกับการบำเพ็ญได้อีก
แม้จะมีพลังวิญณาณเต็มเปี่ยม ก็ไม่มีใครสักกี่คนที่หลงใหลใน
การบำเพ็ญ
“แล้วตอนนี้…”
ฮั่วเซียวหมิง “การอยู่บนภูเขาตลอดเวลาไม่ใช่แค่เรื่องเดียว แต่นี่
จะเป็นฐานที่มั่นของพวกเรา”
“และภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้ยังสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วย”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
ครึ่งเดือนต่อมา
ประกาศฉบับหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศกะทันหัน มันถูกฉาย
ภาพตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า
[ประกาศถึงชาวเมืองโยวโยวทั้งหมด นับจากวันนี้เป็นต้นไป
สำนักเจิ้นเซียนจะเริ่มรับศิษย์ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดว่าจะสามารถ
บำเพ็ญได้หรือไม่ ใครอยากมาก็มาได้!]