เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1701 ประโยคคลาสสิก
ตัวอักษรขนาดใหญ่นี้ นอกจากจะมาพร้อมกับลักษณะของ
ตัวอักษรแล้ว ยังมีเสียงดังกึกก้องไปทั่วอากาศอีกด้วย
ชาวบ้านธรรมดาที่อยู่ในเมืองโยวโยว ต่างตกตะลึงมองภาพ
เหตุการณ์นี้
“ท่านเซียนจะรับศิษย์แล้วหรือ?”
“ใครก็ไปได้หรือ?”
“จริงหรือเปล่านะ?”
“พวกเราก็ไปได้หรือ?”
“คงไม่ใช่เรื่องหลอกลวงหรอกนะ?”
พอมีคนสงสัยแบบนี้ ก็มีคนตะโกนดัง ๆ ว่า “จะเป็นเรื่อง
หลอกลวงไปได้ยังไงกัน? ดูตัวอักษรนั่นสิ ฟังเสียงนั่นสิ ถ้าไม่ใช่ท่าน
เซียน แล้วจะทำได้อย่างไร?”
“ใช่แล้ว! นี่ต้องเป็นเรื่องจริงแน่ ๆ!”
“มีแต่ท่านเซียนเท่านั้นที่มีความสามารถแบบนี้”
เจ้าหน้าที่ที่แฝงตัวอยู่ในฝูงชนโดยสวมใส่เสื้อผ้าท้องถิ่นไว้ ยุยง
คนต่ออีกสองสามประโยค ทันใดนั้นก็ปลุกเร้าอารมณ์ของทุกคนที่
อยู่ตรงนั้นได้ พวกเขาเกือบทุกคนต่างตะโกนว่าอยากไป
เจ้าหน้าที่องค์กรรีบถอยออกจากฝูงชน พลางตะโกนว่า “ไม่ได้
การแล้ว ฉันต้องรีบไป ถ้าไปช้า อาจจะไม่มีโอกาสแล้ว”
เสียงนี้ทำให้หลายคนตื่นเต้น ต่างพากันวิ่งไปบอกต่อ
เจ้าหน้าที่องค์กรกลับมาที่สำนักเจิ้นเซียน รายงานสถานการณ์
ให้ซู่เซี่ยงหยางฟังว่า “คนธรรมดาส่วนใหญ่น่าจะมากันหมดครับ”
“แต่ก็คงมีบางส่วนที่ระมัดระวังตัว จึงเลือกที่จะรอดูท่าทีไปก่อน”
ซู่เซี่ยงหยาง “ดีมาก พวกเราจะพาคนกลุ่มนี้มาที่นี่ก่อน เพื่อ
รับรองความปลอดภัยของคนธรรมดากลุ่มนี้”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือประตูมิติ”
“ไม่รู้ว่าทางฝั่งของฉู่ลั่วจะเป็นอย่างไรบ้าง”
ประตูที่โต้วเหลียงเคยเปิดก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว
จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่พบประตูใหม่
ถ้าเปิดประตูได้ พวกเขาก็จะสามารถส่งคนธรรมดากลุ่มนี้
ออกไปได้ก่อน
ตราบใดที่ความปลอดภัยของคนธรรมดาได้รับการรับรองแล้ว
พวกนักพรตในหุบเหวเทพมรณะก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
อีกด้านหนึ่ง ฉู่ลั่วโบกมือ นักพรตที่กำลังจะหยิบอะไรบางอย่าง
ออกมาก็ล้มลงกับพื้นเสียงดังปัง
นักพรตคนนั้นกระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง ชี้นิ้วไปที่ฉู่ลั่ว
“เธอ…พวกเธอ…กล้าดียังไง?”
ไจ๋โหรววิ่งออกมาจากด้านหลัง “ตกใจแทบตาย ฉันนึกว่ามีคน
หนีไปเสียแล้ว! เขาคนนี้เก่งกว่าคนก่อน ๆ อีกนะคะ! ถึงกับหนีออกมา
จากวิชาค่ายกลของจี้ไจ่ได้ด้วย”
นักพรตที่ล้มลงมองพวกเขาด้วยสายตาดุร้าย “พวกเธอรู้ไหมว่า
ลุงของฉันเป็นใคร?”
ไจ๋โหรว “มาแล้ว!”
เฉิงยวน “ประโยคคลาสสิกของพวกตัวร้าย”
ไจ๋โหรว “ปกติมันไม่ใช่ประโยคของพวกตัวร้าย แต่เป็นประโยค
ของลูกสมุนต่างหาก”
เสียงสนทนาของทั้งสองคนไม่ดังนัก แต่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่าง
ได้ยินชัดเจน
โดยเฉพาะนักพรตที่ล้มลง “พวกเธอกล้าทำแบบนี้กับฉันเชียว
หรือ! ลุงของฉัน…”
“พวกเราทำร้ายนายก็เพราะลุงของนายนั่นแหละ!” ไจ๋โหรวกอด
อกพลางเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าของคนที่นี่ เธอพูดด้วยท่าทีเย็นชา
“กลับไปถามลุงของนายสิว่าเขาทำอะไรไว้ แล้วนายจะรู้เองนั่นแหละ”
เธอเตะนักพรตคนนั้นหนึ่งที “ไปซะ!”
นักพรตเห็นว่าพวกเขาจะปล่อยตัวจริง ๆ ก็รีบหนีไปทันที พอไป
ได้ไกลแล้วจึงตะโกนด้วยความโกรธเคือง “ลุงของฉันจะไม่ปล่อย
พวกแกไว้แน่”
เมื่อเขาหายลับไป ไจ๋โหรวจึงพูดออกมาด้วยความอ่อนใจ “ต่อสู้
กับคนในสำนักมาตั้งหลายแห่ง แต่ยังไม่เจอใครสักคนที่วิ่งเร็ว ๆ เลย”
“พวกเขาล้วนเป็นคนของสำนักย่อยทั้งนั้น” จี้ไจ่เดินเข้ามา
“สำนักของคนพวกนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ทั้งหมดเป็นลูกศิษย์และญาติ
ของทั้งแปดสำนักใหญ่มากกว่า”
ไจ๋โหรวมองไปไกล ๆ “แต่ว่าในที่สุดก็จะได้เจอพวกผู้อาวุโสเสีย
ทีนะ!”
……
“ท่านลุง!”
“ท่านลุง มีคนแย่งสำนักของผมไปแล้ว”
นักพรตร้องไห้คร่าครวญตลอดทางเพื่อมาหาผู้เป็นลุงของตนเอง
พอมาถึงเขาก็ล้มลงกับพื้นทันที ร่าร้องด้วยความเจ็บปวดว่า “คน
พวกนั้นไม่เพียงแต่จับคนของเราไปหมด แต่ยังแย่งสำนักของผมไป
ด้วย”
“พวกเขาบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่านลุง…พวกเขาบอกว่า
ท่านลุงรู้สาเหตุ”
ชายที่นั่งอยู่บนตำแหน่งสูง สายตาฉายแววเย็นชาลง “ฉันรู้ว่า
เป็นใคร! นี่ต้องเป็นฝีมือของเฝิงหรูจากวิหารเข่อเสินแน่ ๆ แค่เพราะ
ก่อนหน้านี้พวกเราทะเลาะกันไม่กี่ครั้ง เขากล้าลงมือกับสำนักในเขต
ของฉันเลยเหรอ”